วันที่ อาทิตย์ สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จุ๊..จุ๊..ลือกันว่าเกาะกงอาจเป็น..สวรรค์และแหล่งฟอกเงินของนักคอรัปชั่นเชิงนโยบายบางคน!!!!


สมัยข้าพเจ้ายังเรียนอยู่ มีโอกาสได้เรียนกันถึงเรื่องวิชา การวางแผนภาษี เป็นครั้งแรกที่ข้าพเจ้าได้รู้จักกับ กลไกการฟอกเงิน และการยักย้ายถ่ายเทเงินโดยอาศัย ช่องโหว่ทางภาษีและรูปแบบอันแพรวพราวของนักวางแผนภาษี และเป็นครั้งแรกที่ได้รู้จักกับหมู่เกาะเคย์แมน (Cayman Islands)
เมื่อกล่าวถึงชื่อนี้ หลายท่านคงถึงบางอ้อ แต่อย่าเพิ่งคลิกผ่านบทความนี้ไปเชียวนะคะ ดินแดนแห่งนี้ มีที่มา มีความสำคัญอย่างไร ทำไม หรือ มีอะไร ที่อาจเป็นแรงจูงใจพิเศษ ทำให้กลุ่มธุรกิจทุนข้ามชาติ(บางแห่ง) ต้องเลือกดินแดนเห่งนี้ เป็นสถานที่จัดตั้งบริษัทในเครือของตนโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจก่อนนะจ๊ะท่านผู้อ่านว่า หมู่เกาะเคย์แมนมีอยู่จริง ท้ายที่สุด ขอให้มีกระบวนการตรวจสอบ รวมถึงผลกรรมที่น่าจะติดตามมาเป็นเครื่องชี้ขาด
หมู่เกาะเคย์แมน (Cayman Islands)

.

หมู่เกาะเคย์แมน เป็นดินแดนที่เรียกว่า No-tax Jurisdiction คือเป็นดินแดนที่ปราศจากภาษี ประกอบด้วยเกาะเล็กๆสามเกาะ ตั้งอยู่ในอาณาเขตของทะเลคาริเบียน (The Caribbean) ระหว่างจาไมก้า กับคิวบา และเมื่อพิจารณาทางภูมิศาสตร์ จะพบว่า หมู่เกาะเคย์แมน มีที่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับดินแดนประเภท No-tax Jurisdiction แห่งอื่นด้วย เช่น บาฮามัส เบอร์มิวด้า Netherlands Antilles
หมู่เกาะเคย์แมน มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมเป็นศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศ โดยมีข้อมูลเบื้องต้นบางประการ ดังนี้
- หมู่เกาะเคย์แมน เป็นสถานที่ดำเนินการของธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในโลก 70 แห่ง (นี่ยังไม่รวม Firms ที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง Merrill Lynch หรือ Glodman Sachs ซึ่งตั้งอยู่ที่นั่นด้วยเช่นกัน)
- มีธนาคารจัดตั้งอยู่ 539 แห่ง แต่มีเพียง 76 แห่งที่มีการดำเนินการ (Physical Presence) กล่าวคือมีตัวแทนหรือสำนักงานเป็นการถาวรที่นั่น
- มีธุรกิจประกันภัยประเภท Captive Insurance ถึง 360 แห่ง ถือว่าเป็นจำนวนมากที่สุดในโลก (รองจากบาฮามัส)
- หมู่เกาะเคย์แมน เป็นสถานที่จัดตั้งของกองทุนรวม (Mutual Fund) 200-300 กองทุน
- เป็นสถานที่ที่มีบริษัทจัดตั้งขึ้นกว่า 20,000 บริษัทแล้ว และ แน่นอนว่า บริษัทเหล่านี้ ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ ไม่มีข้อผูกมัดให้ต้องมีการประชุมคณะกรรมการ หรือการประชุมผู้ถือหุ้นที่นั่น หมายความว่า บริษัทไม่จำต้องมีตัวตน เป็นเพียง Paper Company หรือบริษัทกระดาษก็ได้

เป็นศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศ Offshore Financial Center (OFC) หรือ Tax Havens
หมู่เกาะเคย์แมน ถือเป็นศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศ (Offshore Financial Center - OFC) หรือในทางภาษีระหว่างประเทศ สามารถกล่าวได้ว่า ดินแดนนี้เป็น Tax Havens ซึงหมายถึง ประเทศหนึ่ง (Country) หรือดินแดนพิเศษ (A Specific Jurisdiction) ที่มีระบบกฎหมายภายใน หรือระบบกฎหมายภาษีพิเศษเป็นของตนเอง ที่เอื้ออำนวยต่อการโยกย้าย หรือเก็บกักเงินทุนของกลุ่มทุนข้ามชาติ เพื่อประโยชน์ในการหลีกเลี่ยงภาระภาษีระหว่างประเทศ (International Tax Avoidance)
นอกจากนี้ ด้วยการที่หมู่เกาะเคย์แมนเป็น OFC หรือ Tax Havens จึงอาจกลายเป็น แหล่งสำคัญในการฟอกเงิน (Money-Laundering) ทำให้เงินสกปรก หรือเงินที่ได้มาโดยวิธีผิดกฎหมาย เช่น เงินจากการค้ายาเสพย์ติด ของเถื่อน หรือฉ้อโกงประชาชน เปลี่ยนเป็นเงินที่ดูเหมือนว่าเป็นเงินที่ได้มาโดยสุจริต
โดยหลักการ ดินแดนหรือประเทศที่จัดว่าเป็น OFC หรือ Tax Havens นั้น ต้องมีลักษณะที่เข้าองศ์ประกอบข้อใดข้อหนึ่ง หรือหลายข้อรวมกัน ดังนี้
- ไม่จัดเก็บภาษีเงินได้ เช่นที่ หมู่เกาะเคย์แมน บาฮามัส เบอร์มิวด้า
- มีการจัดเก็บภาษีภายในปกติ แต่สำหรับกรณีพิเศษ เช่นกำไรที่ได้จากแหล่งเงินได้นอกประเทศตนนั้น จะไม่จัดเก็บ หรือถ้าจัดเก็บ อัตราภาษีจะต่ำกว่าอัตราปกติภายในมาก เช่นที่ Hong Kong, Panama, Liberia
- มีการปกปิดข้อมูลของทางธุรกิจ การเงิน และ ของกิจการบริษัทต่างประเทศ หรือธนาคาร ที่ตั้งอยู่ในเขตของตนประเภท “ลับที่สุด” ไม่มีการเปิดเผยโดยเด็ดขาด (High Level of Bank or Commercial Secrecy) แม้มีแรงกดดันจากต่างประเทศ เช่นประเทศลักเซมเบริ์ก หรือ หมู่เกาะเคย์แมน มีกฏหมายภายในระบุว่าการเปิดเผยข้อมูลทางภาษี และการธนาคารดังกล่าวถือเป็นความผิดทางอาญา

สถานภาพดินแดนที่ปลอดจากภาระภาษีของหมู่เกาะเคย์แมน สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการวางแผนภาษีสำหรับกลุ่มบริษัทหรือทุนข้ามชาติได้เป็นอย่างดี เช่น
- บริษัทข้ามชาติใช้เป็นสถานที่เก็บกักกำไรที่ถ่ายโอนมาจากประเทศอื่นที่เข้าไปลงทุน (ประเทศ Y) โดยการจัดตั้งบริษัทประเภทที่เรียกว่า Base Company ในหมู่เกาะเคย์แมน ทำหน้าที่เป็น Holding Company นั่นคือถือหุ้นบริษัทลูกในประเทศ Y แทนบริษัทแม่ สุดท้ายจะโอนกำไร ที่เกิดขึ้นจากประเทศ Y มาที่หมู่เกาะเคย์แมน แทนที่จะโอนไปที่บริษัทแม่ในอีกประเทศ หมายความว่า กำไรดังกล่าวจะไม่มีภาระภาษีด้วย
- บริษัทข้ามชาติใช้เป็นสถานที่จัดตั้งบริษัทประเภทที่เรียกว่า Conduit Company ที่หมู่เกาะเคย์แมน มักเป็นกรณีที่บริษัทแม่ในประเทศหนึ่ง ต้องการทำธุรกิจกับบริษัทในอีกประเทศหนึ่ง แต่หากดำเนินการโดยตรง จะมีภาระภาษีมาก เนื่องจากประเทศทั้งสองไม่มีอนุสัญญาภาษีซ้อนต่อกัน บริษัทแม่จึงมอบหมายให้ Conduit Company ที่หมู่เกาะเคย์แมน ทำหน้าที่แทนตนกับประเทศดังกล่าว ทำให้ประหยัดภาษีไปได้มาก
- กรณีอื่นๆ เช่นจัดตั้งบริษัท Captive Insurance ในหมู่เกาะเคย์แมน และเมื่อมีการตกลงรับประกันเป็นที่เรียบร้อย บริษัทในกลุ่ม (ซึ่งอยู่ในประเทศที่มีภาระภาษีสูง) ก็จะทำการจ่ายค่าเบี้ยประกัน (Insurance Premiums) ของตนไปให้บริษัท ‘Offshore’ Captive Insurance ดังกล่าว ผลก็คือ บริษัทผู้จ่าย สามารถนำค่าเบี้ยประกัน มาขอหักเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท และในขณะเดียวกัน ค่าเบี้ยประกันนี้ ก็จะสะสมในบริษัท Captive Insurance ที่หมู่เกาะเคย์แมน โดยปราศจากภาระภาษีด้วย ที่มากไปกว่านั้น คือเงินได้จากการลงทุน ซึ่งบริษัท ‘Offshore’ Captive Insurance นั้นๆ นำเงินค่าเบี้ยประกันที่สะสมไปลงทุนต่อ ก็จะไม่มีภาระภาษีอีกเช่นกัน และตราบใด ที่ยังไม่มีการส่งกลับไปให้บริษัทแม่ ทั้งเบี้ยประกัน และ เงินที่ได้จากการลงทุนดังกล่าว ปราศจากภาระภาษีด้วย
ถือเป็นการเลี่ยงภาษี (Tax Avoidance) ไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย แต่บางกรณี สถานภาพของหมู่เกาะเคย์แมน สามารถเป็นประโยชน์สนับสนุนแวดวงอาชญกรรมด้วย โดยเฉพาะการฟอกเงิน เนื่องจากการจัดตั้งบริษัทใหม่ขึ้นในหมู่เกาะเคย์แมนไม่ยาก และการถ่ายโอนเงินระหว่างประเทศก็ไม่ใช่เรื่องยากลำบากเช่นกัน ดังนั้น บริษัทที่ถูกจัดตั้ง (ส่วนมากเป็นบริษัทบนกระดาษ) ทำหน้าที่เป็นผู้ทำธุรกรรมบางอย่าง (โดยที่ในความเป็นจริง ไม่มีธุรกรรมนั้นอยู่จริง) เช่น ซื้อขาย (ส่งออกสินค้าที่ไม่มีอยู่จริง) หรือโยกย้ายทรัพย์สินระหว่างประเทศ โดยอาศัยการสร้างมูลค่าที่แตกต่าง (ทั้งสูงขึ้นหรือต่ำลง) รวมถึงการตัดยอดทางบัญชีระหว่างกัน (Compensating Balance) มาประกอบ เป็นต้น แต่ทั้งปวงโดยหลักการก็เพื่อสร้างธุรกรรมรองรับเงินสกปรกที่ต้องการฟอก ให้เป็นเงินสะอาดในมือโดยไม่มีข้อสงสัยต่อไป

.

ความสัมพันธ์ ไทย-กัมพูชาความแนบแน่นเชิงนโยบายแบบเชิ่งซ้อน

ความสัมพันธ์ ไทย-กัมพูชา และปัญหาพื้นที่ทับซ้อนเขาพระวิหารอาจเป็นเรื่องเดียวกันจากการแสวงหาสวรรค์ของนักคอรัปชั่นเชิงนโยบาย

ทีนี้ มาดูเกาะกงของกัมพูชาบ้าง เมื่อปีที่แล้ว มีการส่งเสริมผลักดันเกาะกงให้เป็นเศรษฐกิจพิเศษ นักลงทุนไทยมีการเล็งผุดโรงงานน้ำตาลมูลค่า 4 พันล้าน

ผู้ว่าฯจ.เกาะกง เผยถนนสาย 48 ที่เชื่อมระหว่าง อ.นาเกลือ ถึง เกาะกง จะเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับกัมพูชา ตั้งเป้า จะยกระดับ เกาะกง ให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ และนิคมอุตสาหกรรม เผยมีนักลงทุนไทยจะตั้งโรงงานน้ำตาลมูลค่ากว่า 4 พันล้าน 

นายยุทธ ภูทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า การก่อสร้างถนนสาย 48 หรือ สายเกาะกง-อำเภอนาเกลือ ซึ่งมีระยะทาง 150 กิโลเมตร และสะพานข้ามแม่น้ำอีก 4 แห่ง ซึ่งขณะนี้เปิดใช้แล้ว เชื่อมั่นว่าจะเกิดผลดีต่อการคมนาคมระหว่างจังหวัดเกาะกง กับ กรุงพนมเปญ หรือ กรุงสีหนุวิลล์ และจังหวัดกัมโปงโสม ที่เป็นเมืองท่าส่งออกที่สำคัญของประเทศกัมพูชา ที่ผ่านมาจังหวัดเกาะกง สามารถติดต่อกับกรุงพนมเปญ หรือ กรุงสีหนุวิลล์ ได้เฉพาะทางเรือเท่านั้น

การก่อสร้างถนนหมายเลข 48 ความยาว 149 กิโลเมตร เส้นทางลัดจากชายแดนไทย ผ่าน จ.เกาะกง ไปยังเมืองท่าสีหนุวิลล์ สร้างขึ้นด้วยความช่วยเหลือจากประเทศไทย เปิดใช้แล้ว ด้วยพิธีเปิดที่แสนอบอุ่นระหว่างไทย-กัมพูชา ถนนเลข 48 จะไปเชื่อมต่อกับทางหลวงสาย 4 (พนมเปญ-สีหนุวิลล์) ที่เมืองสเรอัมเบล (Sre Ambel) จึงเป็นทางลัดในการเดินทางและขนส่งจากชายแดนไทยไปยังเมืองหลวงกัมพูชาอีกด้วยอีกด้วย

ถนนเลข 48 นี้รัฐบาลไทยให้ความช่วยเหลือเป็นเงินให้เปล่าเพื่อก่อสร้างสะพานขนาดใหญ่ 3-4 แห่ง ส่วนหนึ่ง และเป็นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำรวม 867 ล้านบาท เริ่มการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2547

.

ตลาดในเกาะกง....ภาพจากอินเตอร์เน็ต

และนับจากนี้เป็นต้นไปจังหวัดเกาะกง และจังหวัดตราด จะเข้าสู่ยุคทองของการค้า, การลงทุน และการท่องเที่ยว เพราะรัฐบาลกัมพูชาได้ประกาศให้ จ.เกาะกงเป็นเมืองเศรษฐกิจการค้า, การลงทุน, และการท่องเที่ยว โดยสนับสนุนให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ และตั้งเขตนิคมอุตสาหกรรมจังหวัดเกาะกง มีการจ้างแรงงาน ทั้งในภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตรกรรม เพื่อปลูกอ้อยในพื้นที่หลายหมื่นไร่ ขณะเดียวกันก็มีนักลงทุนภาคเอกชนของกัมพูชาลงทุนก่อสร้างโรงแรม, กาสิโน, สวนสัตว์ และตลาดสินค้าปลอดภาษี มากขึ้น ชะรอยจะเป็นหมู่เกาะเคย์แมน สำหรับนักคอรัปชั่นเชิงนโยบายของอภิมหาเศรษฐีบางคนเสียแล้ว!!!!

.

ถนนเชื่อมชายแดนไทย 3 สาย ที่สร้างด้วยความช่วยเหลือเป็นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากไทย โดยสายแรกเกาะกง-สีหนุวิลล์ ทางตอนใต้ จะเปิดใช้การได้ในต้นปี 2551 นี้ อำนวยความสะดวกแก่การขนส่งสินค้า การเดินทางท่องเที่ยวระหว่าง 2 ประเทศ 

ร่องรอยประวัติศาสตร์แห่งเกาะกงหรือจังหวัดประจันตคีรีเขต

.

เกาะกงหรือจังหวัดประจันตคีรีเขต

จังหวัดประจันตคีรีเขตเป็นจังหวัดของไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นเมืองหน้าด่านทางชายฝั่งทะเลตะวันออกที่มีความสำคัญเทียบเท่าจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราดในอดีต มีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เกาะกง เขตจังหวัดเกาะกงในประเทศกัมพูชาปัจจุบัน ดินแดนจังหวัดนี้ตกเป็นของฝรั่งเศสพร้อมกับหัวเมืองฝั่งขวาแม่น้ำโขง คือ แขวงไซยะบุลีและแขวงจำปาสัก เมื่อ พ.ศ. 2447

เมื่อปี พ.ศ. 2398 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระบรมราชโองการให้ตั้งเกาะกง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเมืองตราดขึ้นเป็นเมืองใหม่ โดยพระราชทานนามเมืองนี้ว่า เมืองปัจจันตคีรีเขตต์ เพื่อให้เป็นเมืองหน้าด่านทางชายฝั่งทะเลตะวันออกของไทย เนื่องจากเป็นเมืองที่มีเขตติดต่อกับเขมรและญวน

เหตุที่รัชกาลที่ 4 พระราชทานนามเกาะกงว่า ปัจจันตคีรีเขตต์ ก็เพื่อให้คล้องจองกับชื่อเมืองประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งอยู่ทางด้านภาคตะวันตกของไทย

ถึง พ.ศ. 2422 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์จัดตั้งสถานีทหารเรือขึ้นตามชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกที่เมืองชลบุรี บางพระ อำเภอบางละมุง เมืองระยอง เมืองแกลง เมืองจันทบุรี อำเภอขลุง เมืองตราด เมืองปัจจันตคีรีเขตต์ และเกาะเสม็ดนอก เพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากฝรั่งเศสทางทะเล

ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2435 ฝรั่งเศสได้เริ่มดำเนินการทางทหารใช้กำลังเข้าบีบบังคับไทย โดยยกกองทัพมาเข้าขับไล่ทหารไทยให้ถอยร่นออกจากดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ทำให้ความยุ่งยากทางชายแดนไทยเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกรรมการปรึกษาการป้องกันพระราชอาณาเขตขึ้น และจัดกองบัญชาการทัพอยู่ตามหัวเมืองชายทะเลแต่ละด้านขึ้นด้วย

ในปี พ.ศ. 2436 รัฐบาลสยามได้แต่งตั้งให้นายพลเรือจัตวาพระยาชลยุทธโยธินทร์ (André du Plésis de Richelieu) เป็นผู้จัดการป้องกันพระราชอาณาเขตทางหัวเมืองฝ่ายตะวันออก ทางกระทรวงการต่างประเทศได้มีคำสั่งมายังผู้ว่าราชการเมืองแถบนี้ ซึ่งรวมทั้งเมืองตราดและเมืองประจันตคีรีเขตด้วย ให้ช่วยพระยาชลยุทธโยธินทร์จัดการทุกอย่างที่เกี่ยวกับการป้องกันพระราชอาณาเขต

.

เอกสารทางประวัติศาสตร์Le petit Journal เมื่อครั้งรัชกาลที่5 ได้ออกเดินทางไปยุโรป เป็นหนังสือพิมพ์ฝรั่งเศสที่บันทึเรื่องราวของพระองค์และดินแดนที่ฝรั่งเศสได้พยายามเอามาเป็นจักรววรดิของตน ...เรียกว่าอินโดจีนฝรั่งเศส

.

.

.

Le petit Journal หนังสือพิมพ์นี้มักจะลงบทความเกี่ยวกับรัชกาลที่ 5 และฉบับนี้เป็นบทความโดยที่ปกหน้าเป็นภาพวัดพระแก้ว ปกหลังเป็นแผนที่สยามและกัมพูชาที่อยู่ในจักรวรรดิของฝรั่งเศส

การเสียดินแดนจังหวัดประจันตคีรีเขต

วันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2436 เกิดวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 ที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา เรือรบฝรั่งเศสสามารถฝ่าแนวป้องกันของสยามเข้ามาทอดสมอในกรุงเทพฯ ได้ ฝ่ายฝรั่งเศสยื่นคำขาดให้ฝ่ายไทยปฏิบัติตามเมื่อ 20 กรกฎาคม โดยให้เวลาตอบ 48 ชั่วโมง ฝ่ายไทยได้ตอบข้อเรียกร้องเมื่อ 22 กรกฎาคม แต่ไม่เป็นที่พอใจของฝ่ายฝรั่งเศส ดังนั้นในวันที่ 24 กรกฎาคม ฝรั่งเศสจึงประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย สองวันถัดมา (26 กรกฎาคม) ฝรั่งเศสได้สั่งให้ผู้บัญชาการกองเรือภาคตะวันออกไกลที่ไซ่ง่อนปิดล้อมอ่าวไทย ตั้งแต่แหลมเจ้าลายถึงบริเวณแหลมกระบัง และในวันที่ 29 กรกฎาคม ฝรั่งเศสได้ประกาศปิดล้อมอ่าวไทยครั้งที่ 2 โดยขยายเขตเพิ่มบริเวณเกาะเสม็ด จนถึงแหลมลิง รวม 2 เขต ฝ่ายไทยจำต้องยอมรับคำขาดของฝรั่งเศสที่ยื่นไว้แต่เดิมในวันเดียวกันนั้นเอง แต่ในวันรุ่งขึ้นฝรั่งเศสถือโอกาสยื่นคำขาดเพิ่มเติมอีก โดยประกาศยึดปากน้ำและเมืองจันทบุรีไว้เป็นประกัน และบังคับให้ไทยถอนตัวออกจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงอีกด้วย ไทยจำเป็นต้องยอมรับโดยไม่มีทางเลือก เมื่อฝ่ายไทยปฏิบัติตามคำขาดนั้นแล้ว ฝรั่งเศสจึงได้ยกเลิกการปิดอ่าวในวันที่ 3 สิงหาคม เวลา 12.00 น. แต่การยึดปากน้ำและเมืองจันทบุรียังคงยึดไว้ตามเดิม

ต่อมาได้มีการทำสัญญาสงบศึกกันโดยหนังสือสัญญาฉบับลงวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2436 (ร.ศ. 112) ในหนังสือสัญญาฉบับนี้ มีข้อความระบุไว้ในอนุสัญญาผนวกต่อท้ายหนังสือสัญญาข้อ 6 ว่า "คอนเวอนแมนต์ (Government - รัฐบาล) ฝรั่งเศสจะได้ตั้งอยู่ต่อไปที่เมืองจันทบุรี จนกว่าจะได้ทำการสำเร็จแล้วตามข้อความในหนังสือสัญญานี้…"

แม้ทางฝ่ายไทยปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ฝรั่งเศสบีบบังคับทุกอย่าง ฝรั่งเศสก็ยังไม่ยอมถอนทหาร ยังคงยึดจันทบุรีไว้อีกเป็นเวลานานถึง 10 ปี เป็นเหตุให้ต้องมีการตกลงทำสัญญาขึ้นใหม่อีกฉบับหนึ่งคือ อนุสัญญาลงวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2445 แต่หนังสือฉบับนี้ฝรั่งเศสไม่ยอมให้สัตยาบันและไม่ถอนกำลังออกจากจันทบุรี จึงได้ตกลงมีสัญญาอีกฉบับหนึ่ง คือ สัญญาลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2446 คราวนี้ฝรั่งเศสจึงถอนกำลังออกจากจันทบุรี แต่ได้เข้ายึดครองเมืองตราดและบรรดาเกาะทั้งหลายภายใต้แหลมลิงลงไปซึ่งรวมถึงเกาะกงแทน ฝ่ายไทยจำต้องมอบเมืองตราดและเมืองประจันตคีรีเขตให้แก่ฝรั่งเศส ในวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2447

พื้นที่ดังกล่าวได้ตกอยู่ในการยึดครองของฝรั่งเศส จนถึงวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2449 จึงได้มีการตกลงทำหนังสือสัญญาขึ้นอีกฉบับหนึ่งเรียกว่า "หนังสือสัญญาระหว่างสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินสยามกับเปรสสิเดนต์แห่งรีปัปลิคฝรั่งเศส" ฝรั่งเศสจึงคืนเมืองตราดให้ไทยตามเดิม แต่ฝ่ายไทยจะต้องยอมยกดินแดนเขมรส่วนใน (มณฑลบูรพา) คือ เมืองพระตะบอง เมืองเสียมราฐ และเมืองศรีโสภณ เป็นเงื่อนไขแลกเปลี่ยน แต่ปรากฏว่าเมืองประจันตคีรีเขต (เกาะกง) นั้นฝรั่งเศสมิได้คืนให้ไทยแต่ประการใด ปัจจุบันเมืองประจันตคีรีเขต (เกาะกง) จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของกัมพูชาไปโดยปริยาย

การสูญเสียแผ่นดินเกาะกงในสมัยนั้น ประวัติศาสตร์ของชาติไทยมิได้มีบันทึกการเสียดินแดนเกาะกงไว้แต่อย่างใด คงกล่าวโดยรวมในกรณีของดินแดนจังหวัดตราดเท่านั้น เพราะในขณะนั้นไทยต้องการดินแดนเขมรสูงเป็นอย่างมาก ซึ่งก็คือดินแดนอีสานตอนใต้ในปัจจุบัน โดยให้ยึดทิวเขาพนมดงรักเป็นเส้นเขตแดน ซึ่งฝรั่งเศสก็ยินยอม

.

แผนที่ เมื่อมีการเจรจาปักปันเขตแดนกันภายหลัง ช่วงปี 2486 แสดงการเสียดินแดนให้ฝรั่งเศส จากหนังสือไทยกู้เกรียรติศักดิ์

เมื่อนำประวัติศาสตร์ มาทาบกับเส้นทางเดินของเกาะกงจนถึงปัจจุบัน....

อนิจจา เรากำลังจะมีดินแดนที่เป็นสวรรค์ให้กับนักฟอกเงินและแหล่งฟอกเงินของอภิมหาเศรษฐีนักคอรัปชั่นเชิงนโยบายบางคน ที่หน้าฉากดูเป็นแหล่งท่องเที่ยว บวกกับผลพวงจากความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เราจะช่วยกันดีใจหรือไม่กับอนาคตเคย์แมนแห่งกัมพูชา!!!!

อ้างอิง

http://neroc.kku.ac.th/2008/

ผู้จัดการออนไลน์ 18 ธันวาคม 2550 20:21 น.

เวปไซด์ของ OECD คือ http://www.oecd.org

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%87

http://www.4x4.in.th/vision10/show.php?category=vision10&No=23229

http://www.cayman-island.org/grand-cayman.html

http://www.pantown.com/content.php?id=4721&name=content1

ภาพ http://learners.in.th/file/archanwell/preview/ตลาดที่เกาะกง.jpg

ที่มา ของถนนหมายเลข48: สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

กลุ่มวิเคราะห์ข่าวและฐานข้อมูล สำนักโฆษก (11 ม.ค. 2550)

A Bird of Paradise - Boy tai

แผนที่ http://neroc.kku.ac.th/jscript/uploads/550000016714001a.jpg

โดย feng_shui

 

กลับไปที่ www.oknation.net