วันที่ อาทิตย์ สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คำกลอนสุนทรภู่...


คำกลอนสุนทรภู่...

อาทิตย์ที่  ๓ สิงหาคม ๒๕๕๑

เมื่อปลายเดือนมิถุนายน ๒๕๕๑ ผมได้นำชีวประวัติท่านสุนทรภู่ มาเสนอ และบอกไว้ว่าจะนำบทกลอนที่น่าสนใจมาเสนอเมื่อมีโอกาส....โอกาสนั้นก็มาถึงแล้วครับ แม้ว่าจะ..นานนนนน..ไปหน่อย

สำหรับคำกลอนของท่านสุนทรภู่ที่ผมนำมาเสนอในครั้งนี้ เป็นบางส่วนของบทกลอนที่คัดมาจาก “สุภาษิตสอนหญิง” ซึ่งผมเห็นว่า ความเป็นหญิงไทย สมัยนี้ จะแตกต่างและเปลี่ยนแปลงไปจาก ความเป็นหญิงไทย สมัยก่อน ไม่น้อย...(แม้ว่าบางท่านอาจจะแย้งว่า สมัยนี้เสรีภาพเท่าเทียมกันแล้วก็ตาม) ...น่าที่จะนำบทกลอนที่ท่านได้เขียนไว้มาเพื่อให้เราท่านได้อ่านและพินิจพิจารณากันดูว่า... ยังมีความเหมาะสม และควรที่จะนำมายึดถือปฏิบัติอยู่หรือไม่เพียงใด...

 และแน่นอนว่า..นานาจิตตัง...ต่างคนก็ต่างความคิด...

 ผมมิได้หมายจะให้ทุกท่าน(โดยเฉพาะที่เป็นสตรี) ต้องยึดถือและปฏิบัติตามทั้งหมดหรอกครับ...

เป็นเพียงการนำเสนอด้วยความเป็นห่วง และหวงแหนเอกลักษณ์ของ ความเป็นหญิงไทย ที่มีคุณค่าและเสน่ห์ผูกมัดใจชายมาแต่โบราณเท่านั้นเอง...

สุภาษิตสอนหญิง

 .....(อย่าชิงสุกก่อนห่าม)

จงรักนวลสงวนนามห้ามใจไว้

อย่าหลงใหลจำคำที่พร่ำสอน
คิดถึงหน้าบิดาและมารดร

อย่ารีบร้อนเร็วนักมักไม่ดี
เมื่อสุกงอมหอมหวานจึงควรหล่น

อยู่กับต้นอย่าให้พรากไปจากที่
อย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดี

เมื่อบุญมีคงจะมาอย่าปรารมภ์
อย่าคิดเลยคู่เชยคงหาได้

อุตส่าห์ทำลำไพ่เก็บประสม
อย่าเกียจคร้านงานสตรีจงนิยม
จะอุดมสินทรัพย์ไม่อับจน....

.....(ความกตัญญูกตเวที)

มีสลึงพึงประจบให้ครบบาท

อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์
จงมักน้อยกินน้อยค่อยบรรจง
อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน
ไม่ควรซื้อก็อย่าไปพิไรซื้อ
ให้เป็นมื้อเป็นคราวทั้งคาวหวาน
เมื่อพ่อแม่แก่เฒ่าชรากาล
จงเลี้ยงท่านอย่าให้อดระทดใจ
ด้วยชนกชนนีนั้นมีคุณ
ได้การุณเลี้ยงรักษามาจนใหญ่
อุ้มอุทรป้อนข้าวเป็นเท่าไร
หมายจะได้พึ่งพาธิดาดวง
ถ้าเราดีมีจิตคิดอุปถัมภ์
กุศลล้ำเลิศเท่าภูเขาหลวง
จะปรากฏยศยิ่งสิ่งทั้งปวง
กว่าจะล่วงลุถึงซึ่งพิมาน
เทพไทในห้องสิบหกชั้น
จะชวนกันสรรเสริญเจริญสาร
ว่าสตรีนี้เป็นยอดยุพาพาล
ได้เลี้ยงท่านชนกชนนี....

.....(การพูดจา)

จะพูดจาปราศรัยกับใครนั้น

อย่าตะคั้นตะคอกให้เคืองหู
ไม่ควรพูดอื้ออึงขึ้นมึงกู
คนจะหลู่ล่วงลามไม่ขามใจ
แม้จะเรียนวิชาทางค้าขาย

อย่าปากร้ายพูดจาอัชฌาสัย
จึงซื้อง่ายขายดีมีกำไร

ด้วยเขาไม่เคืองจิตระอิดระอา
เป็นมนุษย์สุดนิยมเพียงลมปาก

จะได้ยากโหยหิวเพราะชิวหา
แม้นพูดดีมีคนเขาเมตตา

จะพูดจาจงพิเคราะห์ให้เหมาะความ
ถึงชายใดเขาพอใจมาพูดเกี้ยว

อย่าโกรธเกรี้ยวโกรธาว่าหยาบหยาม
เมื่อไม่ชอบก็อย่าตอบเนื้อความตาม

มันจะลามเล่นเลยเหมือนเคยเป็น....

.....(กิริยามารยาท)

เมื่อจะจรนอนเดินดำเนินนั่ง

จงระวังในจิตขนิษฐา
อย่าเหม่อเมินเดินให้ดีมีอัชฌา

แม้นพลั้งพลาดบาทาจะอายคน
เห็นผู้ใหญ่หรือใครเขานั่งแน่น

อย่าไกวแขนปัดเช่นไม่เห็นหน
ค่อยวอนว่าข้าขอจรดล

นั่นแหละคนจึงจะมีปรานีนาง.....

.....(การครองตน)

อย่าจับปลาสองหัตถ์จะพลัดพลาด
จับให้คงลงให้ขาดว่าเป็นผัว
จึงนับว่าคนดีไม่มีมัว
ถ้าชายชั่วร้างไปมิใช่ชาย
เป็นผู้หญิงสิ่งใดจะล้ำเลิศ
สุดประเสริฐก็แต่ใจไม่เสื่อมสลาย
ถึงรูปทรงนงคราญจะพาลคลาย

ก็จะกลายส่งสวยด้วยใจงาม ....

บทสรุปปิดท้ายของสุนทรภู่

สุภาษิตซึ่งประดิษฐ์มาไว้นี้

ล้วนแต่มีเยี่ยงอย่างดังเสกสรร
ใช่จะแกล้งแต่งคำมารำพัน

คนทุกวันอย่างนี้มีอาเกียรณ์*  (*อาเกียรณ์= เกลื่อนกลาด)
จะร่ำไปสักเท่าไรก็ไม่หมด

ขี้เกียจจดเหน็ดเหนื่อยเมื่อยมือเขียน

อุตส่าห์ตรองตริตรึกนึกจำเนียร

ตั้งความเพียรผูกข้อต่อเรื่องราว
พอเป็นเรื่องสำหรับดับทุกข์โทษ

เป็นประโยชน์แก่สตรีที่สวยสาว
เป็นตำรับแบบฉบับไปยืดยาว

ในเรื่องราวสุภาษิตลิขิตความ
ข้อไหนชั่วแล้วอย่ามัวไปขืนทำ

จงจดจำบุญบาปอย่าหยาบหยาม
เก็บประกอบเอาแต่ชอบในเรื่องความ

ประพฤติตามห้ามใจเสียให้ดี
อย่าฟังเปล่าเอาแต่กลอนสุนทรเพราะ

จงพิเคราะห์คำเลิศประเสริฐศรี
ไว้เป็นแบบสอนตนพ้นราคี

กันบัดสีคำค่อนคนนินทา
ให้สุขีศรีเมืองเลื่องลือฟุ้ง

หอมจรุงกลิ่นกลั้วทั่วทิศา
เป็นที่ชื่นเช่นอย่างนางสีดา

ในใต้หล้าหมายประคองตัวน้องเอย .....

สำหรับบทกลอนอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ผมจะทยอยคัดเลือกและนำมาเสนอในโอกาสต่อไปนะครับ....

ส่วนของฝากตอนท้าย ก็ขอนำสำนวนไทยมาเสนอ ๓ สำนวนเช่นเคย..

 สำนวนแรกเป็นสำนวนที่เราท่านอาจจะเคยได้ยินและเข้าใจกันดีแล้ว แต่สำนวนที่สองซึ่งดูอาจจะคล้าย ๆ กัน แต่ความหมายแตกต่างกันมาก ส่วนสำนวนที่สามแม้จะไม่ค่อยได้ยินบ่อยนัก แต่ก็น่าจะนำมาใช้กับคนบางคนในยุคนี้ได้ครับ...

 

ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้.......มีอำนาจเหนือผู้อื่นจนสามารถบงการได้

ตัวอย่าง

 “เดี๋ยวนี้เราจะทำอะไรทีต้องแล้วแต่แฟน แฟนว่ายังไงก็ว่าตาม

ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้”

ชี้นกบนปลายไม้......หวังสิ่งที่อยู่ไกลตัว ย่อมไม่สมหวัง

          นกที่อยู่บนยอดไม้ไกล ๆ โอกาสที่จะได้ย่อมยากเพราะนกจะบินหนีไปก่อน

 โคลงสุภาษิตประจำภาพในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม อธิบายความหมายว่า   

                      ชี้ สกุณานึกได้          ดุจหมาย

                   นก ใหญ่น้อยแลหลาย    สล้าง

                   ปลาย พฤกษ์นึกนกหาย   หาห่อน เห็นเฮย

                   ไม้ เปรียบคนชุ่ยอ้าง       เปล่าล้วนลมเหลว

ตัวอย่าง

“หวังจะถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ ๑ ก็เหมือนกับ ชี้นกบนปลายไม้ นั่นแหละ”

ชีปล่อยปลาแห้ง.....เสแสร้งว่าเป็นคนใจบุญ

          การปล่อยปลาเป็นการทำบุญให้ชีวิตแก่ปลา แต่ปลาแห้งไม่มีชีวิตแล้ว สำนวนนี้จึงใช้พูดอย่างประชด

ตัวอย่าง

“ดูแม่นั่นสิ ทำท่าเป็นคนใจบุญ เอาของเสียมาแจก ยังกับ ชีปล่อยปลาแห้ง”

ก่อนจบบทความนี้ ผมก็ขอขอบคุณ คุณชัย ๑๔ฯ มา ณ ที่นี้ อีกครั้งหนึ่ง ที่นึกถึงและช่วยค้นข้อมูลเกี่ยวกับ “วันภาษาไทยแห่งชาติ” (๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๑) มาฝากผมที่บ้าน (ในความคิดเห็นที่ ๔๐ ของบทความก่อนหน้านี้) ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ผมมีภารกิจเร่งรัดจริง ๆ  เลยไม่มีโอกาสได้นำเสนอบทความในวันนั้น...

                                  .......สวัสดี.......

โดย ช่างนอกตำรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net