วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

๑ ปี ผ่านไป : เพียงสิ่งใด ..ควรใจจดจำ ???..


..

 .. แมงปอ ณ บ่อปลา ที่บ้านไร่ ..

 

๑ ปี ผ่านไป  :  เพียงสิ่งใด ..ควรใจจดจำ ???..

 

หลายวันก่อน ..

ตื่นนอนตอนรุ่งเช้า ณ เวลาปกติ ..

เปิดประตูร้าน .. ม่านฟ้าเปิด แสงอาทิตย์อุทัยสาดส่อง ..อู้หู้ !!..ชีวิตนี้สดใสดีจัง !!

เดินออกไปโบกรถสองแถวประจำทาง .. ยืนรอส่งคนใกล้ตัวขึ้นรถไปทำงาน ..

เดินกลับเข้ามาในร้าน เปิดโน้ตบุ๊ค เปิดเพลง เปิดอินเตอร์เน็ท ดูข่าว ผ่านไปสิบนาที หยิบไม้กวาดเพื่อจะไปปัดกวาดหน้าร้าน..

มองไปหน้าร้าน .. หน้าร้านปกติ ...เอ๊ะ ! ไม่ล่ะสิ หน้าร้านไม่ปกติแล้ว  ..

อ้าว !! มอเตอร์ไซค์กูหายไปไหนว่ะเนี่ย ??? !!!!

มอเตอร์ไซค์ฉันหาย เหลือแต่ไฟแช็ค !!.. 

อ้าว !! แล้วไฟแช็คมันไปเกี่ยวอะไรกับมอเตอร์ไซค์ล่ะว่ะ ???..

ใครบางคนอาจจะอยากถาม ?? !!!

มันไม่เกี่ยวกันหรอกนะ แต่ไฟแช็คที่ฉันลืมเก็บเข้ากระเป๋า หลังจากนั่งจิบเบียร์เย็นๆ ชมฟ้า ชมฝน ชมถนน ชมผู้คน สัญจรไปมาผ่านหน้าร้านจนดึกดื่นเลยเที่ยงคืนไปตีหนึ่งตีสอง ..มันยังคงวางอยู่ ณ ที่จุดเดิม ..

แต่ที่มีอันต้องอันตรธานหายไปก่อนรุ่งสางวันใหม่ก็คือ มอเตอร์ไซค์คันใหม่ ที่ฉันเพิ่งถอยออกมาได้ ๒ เดือนกว่าๆ เพื่อนำมาใช้วิ่งๆไปๆมาๆในระยะทางใกล้ๆเพื่อช่วยประหยัดน้ำมันและค่าใช้จ่ายของรถยนต์ส่วนตัว ที่นับวันยิ่งผลาญพลังงาน ผลาญชีวิต ผลาญเงินจากกระเป๋าตังค์ใบน้อยๆใบนี้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย..

มอเตอร์ไซค์คันที่หายไป ฉันมักจะจอดไว้ตรงหน้าร้าน ล็อคคอ ล่ามโซ่ล้อ ไว้อย่างดี เคยคิดกลัวโดนขโมยเหมือนกันเมื่อตอนที่ซื้อมาใหม่ๆ และ ก็จอดทิ้งไว้เช่นนี้ในคืนแรกๆ ..แต่มาคิดอีกทีว่า คนแถวนี้ก็ปิดร้านกันดึกๆดื่น หลายๆคน หลายๆร้านก็ไม่หลับไม่นอนจนรุ่งเช้า ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร..คงมีคนเห็นอยู่หรอก หากว่ามีใครจะมาขโมยรถคันนี้ไป และ อีกอย่างหากจะโดนขโมยก็คงจะขโมยได้ด้วยวิธีเดียวคือ ..

อุ้มขึ้นรถกระบะ !!!..

ฉันจอดรถทิ้งไว้แบบนี้ ๒ เดือนกว่าๆ จนไม่คิดว่ามันจะมีปัญหาอะไร ? แต่แล้ววิวัฒนาการของโจรมันก็ก้าวไกลกว่าความระมัดระวังและมันสมองของคนหาเช้ากินค่ำทั่วไปอย่างฉันจนได้ ..

มีร่องรอยของการอุ้มขึ้นรถกระบะไว้ให้ดูต่างหน้า มีรอยขูดขีดอยู่เต็มตามพื้นคอนกรีตที่หน้าร้าน แต่ว่า ..ไม่มีใครสักคนในละแวกที่ฉันอยู่เห็นว่ามีใครมาขนรถฉันไป และ ขนไปตอนไหน ?..

นี่คือ .. ความทรงจำร้ายๆ เล็กๆ ที่เข้ามาในชีวิตฉันเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ..

มันทำฉันเอาเซ็งในอารมณ์ได้ไปทั้งวัน ที่ยิ่งร้ายกว่านั้นก็คือ การไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ท่าทีของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูเหมือนจะหมดปัญญาและยอมรับสภาพว่าวิ่งตามโจรไม่ทัน โจรผู้ร้ายสมัยนี้มันชุกชุมเหลือเกิน และ นับวันโจรมันยิ่งอายุอานามน้อยลงไปเรื่อยๆ ส่วนใหญ่โจรที่มาขโมยรถมอเตอร์ไซค์นี้ก็เป็นวัยรุ่นลูกคนมีเงินมีอันจะกินทั้งนั้น ..

ตำรวจบอกให้ฉันสบายใจได้ เพราะฉันไม่ได้โดนคนเดียว มีคนที่โดนยกรถ โดนถีบคอรถแล้วขับโฉบหนี ทั้งที่ล็อคคอ จอดไว้หน้าบ้าน หน้าร้าน หน้าหอพัก ใต้อพาร์ทเมนท์อีกเป็นสิบๆคัน ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันกับฉันโดนเนี่ยแหละ แถมบางคนก็ยังโดนซิวรถยนต์ รถกระบะ เอาข้ามไปขายฝั่งลาวอีกด้วย..

ตำรวจมีข้อมูลบันทึกไว้หมดแล้ว ตอนนี้ติดปัญหาอยู่นิดเดียว คือ ตำรวจยังจับคนร้ายไม่ได้แค่นั้นเอง ..

เหตุการณ์แต่ละเหตุการณ์โจรผู้ร้ายพวกนี้มันใช้เวลาเพียงแค่เสี้ยวนาทีในการปฏิบัติงาน !!..

ฉันคงจะได้รถกลับคืนมาเหมือนกัน แต่ก็คงเป็นแค่โครง ส่วนตัวเครื่องคงโดนชำแหละ เอาไปเปลี่ยนถ่ายใส่พวกรถเท่ห์ๆ อย่างรถ ซี ๗๐ ซี ๘๐ ที่วิ่งฉิ่วๆเป็นชมรม เป็นแก๊งค์ เป็นก๊วน ข้ามจังหวัดกันนั่นแหละ ..

ตำรวจบอกให้ฉันสบายใจเหมือนกันว่า ..ในอนาคตจะมีนโยบายเรียกตรวจจับรถแต่ง พวก ซี ๗๐ ซี ๘๐ ทั้งหลายแหล่นี้เหมือนกัน ..

หากเราเจอตัวเครื่องรถของคุณ..เราจะแจ้งให้ทราบนะครับ !!..

...................................................

..

.. ลั่นทม หยาดน้ำค้าง ลานวัด .. 

 

วันนี้ ..

นั่งเปิดบล็อก ..

มองวันเริ่มต้นที่เขียนบล็อก ๒๖ - ๖ - ๒๐๐๗ .. อ้าว !! ผ่านมาได้ปีกว่าๆแล้วหรือเนี่ย ? ..ชีวิตนี้มันช่างผ่านไปไวดีแท้ !! ""

ฉันมองกลับไปยังเรื่องราวเดิมๆที่ฉันเขียน ..

วันแรกที่เขียน จำได้ว่าฉันเขียนเรื่อง " ในที่ที่เรามองเห็น "  เรื่องสัพเพเหระ ที่หยิบมาเขียน และ มาตั้งคำถาม จากสายตาที่ฉันมองออกไปเห็นสังคมและสิ่งแวดล้อมรอบๆตัว..

หลังจากนั้นมันก็ผ่านมาหลายเรื่องเขียน ฉันกลับไปย้อนอ่านเรื่องเก่าๆ  ฉันพบความพึงพอใจและพบความไม่พึงพอใจมากมายคละเคล้ากันในเรื่องราวต่างๆที่ฉันเขียนออกไป..

ฉันรู้สึกตกใจเหมือนกันที่เมื่อย้อนมองกลับไปเพียงห้วงครึ่งปีกว่าที่ผ่านมา เรื่องที่ฉันเขียนส่วนใหญ่หลีกไม่พ้นเรื่องราวของการเมืองไทย เรื่องราวของรัฐบาล เรื่องราวของพันธมิตร เรื่องของคนใจชั่วหน้าเหลี่ยม เรื่องของลิ่วล้อขี้ข้าบริวารของเขา ที่ยังคงสร้างความสับสนวุ่นวายให้กับสังคมไทยไม่รู้จบ..

มันอาจจะเป็นเพราะกระแสของข่าวการเมืองไทยมาแรง หรือ เพราะโดยพื้นฐานตัวฉันเองนั้นเป็นคนที่สนใจการเมืองและติดตามความเป็นมาเป็นไปของกระบวนการทางการเมืองไทย และ การเมืองต่างประเทศตลอดเวลา ..

ฉันเลยมีเรื่องของการเมืองอยู่เต็มไปหมดในเนื้อหาของงานเขียนช่วงหลังๆมานี้ ..

..............................................

วันวานที่ผ่านมา ..

ที่ศาลอาญาชั้นต้นพิพากษาจำคุกคุณหญิงพจมาน ๓ ปี ..

ฉันมองเห็นสัจธรรม .. มองเห็น " กรรม " .. และ หนทางแห่งกรรม ..

ฉันมองเห็นแววตาเศร้าๆ สีหน้าเครียดแค้น และ ใบหน้าเซ็งชีวิต ของคนตระกูลนี้แล้วฉันก็ได้แต่ .. ปลง !!

คนร่ำรวยมากมายมหาศาลขนาดนั้น ทำไมต้องปล่อยให้ชีวิตของตนถูกกิเลส ความโลภ โกรธ หลง นำพาความเสื่อมเสียพาตนและครอบครัวมาเผชิญวิบากกรรมอันน่าสลดใจได้เพียงนี้ ? ..

ฉันมองเห็น "กฎแห่งกรรม" ..ที่กำลังทำงานของมันไปเรื่อยๆ อย่างเงียบๆ ผ่านกระบวนการต่างๆ ทั้งในทางโลกที่ให้ทุกข์ทางกาย และ ในทางธรรมที่ส่งผลแก่ทุกข์ทางใจ ..

มนุษย์ทุกคนมี กรรมดี กรรมชั่ว ต่างกัน ..แต่ทุกๆชีวิต ทุกๆคนจะต้องได้รับผลกรรมแห่งการกระทำของตนทุกๆคน ..

ไม่มีชาติหน้าหรอก ไม่ต้องไปรอ มีเพียงชาตินี้ชาติเดียวเท่านั้นที่มีอยู่จริง !!

..............................................

..

.. แดดเช้า หน้าบ้าน และ กลีบดอกไม้ร่วง ..

 

ท่านพุทธทาส ..

เคยแสดงธรรม ย้ำเตือนพุทธศาสนิกชนทุกคนในเรื่องนี้ ..

มนุษย์บนโลกนี้ล้วนป่วยเป็นโรคทางวิญญาณ (Spiritual disease) รักษาให้หายขาดยาก และ ถ้าจะรักษาให้หายได้นั้นก็ต้องใช้ยารักษาโรคที่มีชื่อว่า " ธรรมะ " และต้องปรึกษาและได้รับการรักษาโดยแพทย์ที่มีชื่อว่า " พระพุทธเจ้า " เท่านั้น ..

ท่านพุทธทาส บอกว่า มนุษย์โลก มีผู้ป่วยเป็นโรคทางกาย (Physical disease) มากมาย  และ มีผู้ป่วยเป็นโรคทางจิต ( Mental disease) ก็มากมาย ..ซึ่งทั้งสองโรคนี้ทำการรักษาและเยียวยาได้หรือไม่ได้ก็ด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งมีให้เห็นอยู่ทั่วไป เป็นไปตามวัฎจักรสังขาร เกิด แก่ เจ็บ ตาย ของทางโลก..

ทว่า การที่มนุษย์โลกยังคงวุ่นวายสับสน และ มีปัญหา มีความทุกข์ มีความวุ่นวายมากมายในแต่ละวันของชีวิตอยู่เฉกเช่นนี้ก็เพราะว่า ..มนุษย์แทบทุกคนในสังคมโลกร้ายๆใบนี้ ล้วนแล้วแต่ป่วยเป็นโรคทางวิญญาณ (Spiritual disease) แทบจะทุกคน..

เมื่อมนุษย์ห่างเหินจาก "ธรรมะ" .. มนุษย์ก็ย่อมจะป่วย ..

แม้ว่ามนุษย์นั้นจะมีร่างกายแข็งแรง มีสภาพจิตปกติดี และ มีความร่ำรวยมหาศาล มีหน้าที่การงานใหญ่โต มีอำนาจบารมี มากมายเพียงใดก็ตาม หากว่ามนุษย์ป่วยเป็นโรคทางวิญญาณแล้วไซร้ ..

มนุษย์ย่อมไม่มีความสุขทางกาย ไม่มีความสงบทางใจ มืดมนในจิตวิญญาณแห่งตน ไม่รู้หนทางแก้ไข และ ไม่รู้หนทางที่จะนำเขาไปสู่วิถีทางแห่งการดับทุกข์อันแท้จริงได้ !!

...................................................

..

.. สิ่งมีชีวิตบางชนิด เล็กๆ เติบโต งดงาม บนตอไม้แห้ง ..

 

 

บ่ายวันนี้ ..

ร้อนอบอ้าวไร้แดด มีเพียงเมฆฝนปกคลุมอยู่หนา บนท้องฟ้าเบื้องบน..

ฉันนั่งมองท้องถนนหน้าร้าน มองอาคารร้านค้าพาณิชย์ฝั่งตรงข้ามที่กำลังก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ มองร้านกาแฟและเบเกอรี่ร้านใหมน่ารักกิ๊บเก๋ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามร้านหนังสือของฉันกำลังตกแต่งใกล้แล้วเสร็จเหมือนกัน มีพื้นที่ดินถมใหม่อยู่ด้านหลังของ ร้านกาแฟ และ อาคารพาณิชย์ที่ว่านี้ กำลังปรับแต่งพื้นที่เพื่อจะสร้างเป็นอพาร์ทเมนท์หลังงามทันสมัยภายในเวลาไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ ..

ร้านหนังสือของฉันเองก็เช่นเดียวกัน ห้องแถวที่ฉันเช่าอยู่ในตอนนี้ มันกำลังจะถูกผ่านมือจาก คนรวยคนหนึ่ง ไปยัง คนรวยอีกคนหนึ่ง ไม่ช้าไม่นาน ห้องแถวร้านค้าที่ฉันเปิดร้านหนังสือยู่ตอนนี้ก็จะเปลี่ยนเป็นอพาร์ทเมนท์อันทันสมัยหมด ..

ฉันคงต้องหาพื้นที่ใหม่เพื่อเปิดร้านหนังสือ " กลิ่นวรรณกรรม " อาจจะมีการโยกย้ายภายในสองหรือสามเดือนข้างหน้านี้ ซึ่งมันก็เป็นไปตามวัฎจักรชีวิตของคนเบี้ยน้อยทั้งหลายนั่นแหละ..

แต่ฉันคิดเสมอว่าในโลกแห่งความฝัน โลกอันงดงามใบนี้ มันยังมีพื้นที่เล็กๆสำหรับให้คนตัวเล็กๆได้ทำสิ่งเล็กๆ ความฝันเล็กๆ ของเขาเสมอ มันยังมีตรอกซอกซอยเล็กๆ ให้เราได้เดินทางสัญจรต่อไปเสมอ แม้มันหางนั้นมันจะขรุขระ จะเดินลำบากขึ้น แคบขึ้น มีน้ำเจิ่งนอง และ มีความเฉอะแฉะมากขึ้น แต่มันก็จะมีซอกหลืบและตรอกทางเล็กๆเช่นนี้อยู่เสมอในสังคมไทยของเรา .. 

ฉันเชื่อเช่นนี้ และ เดินออกมาจากจุดที่คนส่วนใหญ่ของสังคมเขาเดินกัน มาทำในสิ่งที่คนส่วนใหญ่เขาไม่อยากจะทำกัน มาเปิดร้านขายหนังสือเก่า มานั่งเฝ้ากองพะเนินของเศษกระดาษเก่าๆอันไร้ค่าของคนร่ำรวย..

...........................................

 

..

.. หน้าร้านยามเช้า กรุ่นกลิ่นกาแฟ และ เรื่องเล่าของค่ำคืน ..

 

เรื่องราวต่อไป..

ฉันอยากจะหยุดเขียนเรื่องราวการเมืองของไทยไปสักระยะ อยากนั่งมองดูผลกรรมที่มันกำลังทำงานของมันอย่างเงียบๆ ..

ทว่า ..ฉันเองก็ยังอยากจะขอสงวนสิทธิ์และใช้สิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองผ่านบ้านของบล็อกเกอร์ท่านอื่นๆที่เขียนงานด้านการเมือง เฉกเช่นเดิม ..

อาจจะสั้นบ้าง ยาวบ้าง แล้วแต่ห้วงสถานการณ์ หนักบ้าง เบาบ้างแล้วแต่ห้วงอารมณ์ แต่ ..ฉันยังยืนยันว่าฉันยังสนใจปัญหาการเมืองของชาติบ้านเมืองอยู่ตลอดเวลา การเมืองมันเป็นชีวิตของฉันไปแล้ว .. 

แต่ว่าชีวิตเรา ยังคงมีเรื่องราวอื่นๆอีก มันยังคงมีเรื่องของประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ปรัชญา ศาสนา วรรณกรรม วรรณคดี บทกวี และ บทเพลง มากมาย..

รวมถึงเรื่องราวของมนุษย์ในแง่มุมอื่นๆอีก หลายๆแง่มุม ให้ฉันได้คิด ให้ฉันได้เขียนถึง สัปดาห์ที่ผ่านมาฉันเตรียมเรื่องราว สงครามเวียดนามไว้เขียนสองสามบท มีเรื่องราวอินเดียนแดงอีกประมาณสองสามบท และ มีบทเขียนเรื่องสั้นขนาดยาวอีกสองสามเรื่อง ที่อยากจะเขียนบันทึกลงใน..

บล็อก " กลิ่นหอมของบ้าน " ..

ฉันอยากจะเอาเวลาในชีวิตมานั่งเขียนเรื่องราวต่างๆเหล่านี้มากกว่า ดีกว่าใช้พื้นที่ในแต่ละเอ็นทรี่ไปเขียนถึงมนุษย์โลกที่ป่วยเป็นโรคทางวิญญาณอย่างหนัก อย่างเช่น นายทักษิณ นางพจมาน หรือ นายสมัคร ตลอดจนลิ่วล้อขี้ข้าบริวารทั้งหลาย เช่นที่ผ่านๆมาหลายเดือน ..

แท้จริงแล้ว กฎแห่งกรรม กำลังทำงานของมันอยู่อย่างสม่ำเสมอ !!..

หากคนเหล่านี้ไม่ยอมเข้ารับการเยียวยารักษาโดยใช้ตัวยาที่มีชื่อเรียกว่า "ธรรมะ" แล้ว พวกเขาย่อมจะได้ ป่วยหนัก จนกระทั่งต้องได้รับผลกรรมอันเลวร้ายในชีวิตของพวกเขาไม่วันใดก็วันหนึ่ง..

เฉกเช่นเดียวกัน .. พวกแก๊งค์โจรห้าร้อยทั้งหลาย แก๊งค์เด็กนรกทั้งหลาย ที่ในแต่ละวัน ในแต่ละค่ำคืนของชีวิตพวกเขา เที่ยวตระเวนสร้างเวรกรรมทำความเดือดร้อนให้แก่ผู้คนในสังคมไม่หยุดหย่อน .. ฉันเชื่อว่า ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ในเร็ววันนี้ ..

พวกเขาเหล่านี้ คนชั่วช้าเลวทรามเหล่านี้ จะต้องพบจุดจบที่จะส่งผลให้ชีวิตของพวกเขานั้นทุกข์ทรมานไม่ต่างจากการตกลงไปในขุมนรกอเวจีที่มีเปลวเพลิงอันร้อนแรงคอยเผาผลาญอย่างแน่นอน !! ..

 

 

วินเซนต์

ขอนแก่น  .. ๔ มิถุนายน ๒๕๕๑

 

Photobucket - Video and Image Hosting

 

" ฝากไว้ก่อนเถอะ .. เจ้าโรบิ้น !! "

 

 

.. ขอบคุณบทเพลงจากอินเตอร์เน็ท ..

โดย vincentoldbook

 

กลับไปที่ www.oknation.net