วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

= คั่นเวลา II =



กลางสายน้ำ ใกล้ชายป่า อ.เวียงสระ (มั้ง) จ.สุราษฎร์ธานี 
อ้อ...ป๋มคนหันหลัง
                       ภาพโดย : Vectra

พอดีไปเปิดเจอกระทู้เก่าๆ ของเพื่อนที่เคยไปร่วมเดินทางสายป่า ณ  อช.ใต้ร่มเย็น  จ.สุราษฎร์ธานี กับเส้นทางเดินป่า 5 วัน 4 คืน  เริ่มจากเป้าหมายเดินเชื่อมเส้นทางระหว่างปลายแตะ-เขานันเมีย - เขาหนอง ไปสันเย็น ลงน้ำตก 357   แต่เพียงแค่ผ่านไป 2 วันเศษ เราก็ไปนั่งกินข้าวเที่ยง กลางธารน้ำตก ชายป่าต้นน้ำกรุงชิง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมกับสรรพเสียงที่จับความได้ว่า "หลง"  เราต้องย้อนกลับขึ้นสันเขา  แล้วหาทางตัดกลับฝั่งสุราษฎร์ 

แน่นอน ไม่มีการถอยหลัง  เราเดินหน้ากันต่อไป กับอีก 1 คืน ที่ยังอยู่ในเส้นทางก่ำกึ่งระหว่าง นครศรีธรรมราช กับสุราษฎร์ธานี  กับเส้นทางป่าดิบ ... ดิบ 

ดิบ...กระทั่งสัตว์ป่าเล็กๆ อย่างกระจง เดินตามเข้ามาตามเสียงเป่าใบไม้ ในขณะที่พวกเรานั่งเงียบคอยดู  แม้จะเงียบกันไม่ได้นาน

ดิบ...ขนาดได้เห็นร่องรอยสัตว์ป่า ที่หลายคนมักถามว่าเข้าป่าไม่กลัวเจอ"เสือ"เหรอ 

ดิบ...ขนาดมีเรื่องลี้ลับ ที่ก่ำกึ่งระหว่างจริงกับไม่จริง

แต่พวกเราทั้งหมด ก็ลัดเลาะตัดกลับเส้นทางสุราษฎร์ธานี  แม้จะไปลงคนละจุดหมายปลายทางกับที่ตั้งเป้าไว้ ขึ้นจากนาสารไปลงเอาที่เวียงสระ ส่วนรถไปรอรับอยู่ที่น้ำตก 357

และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ...... เพื่อน  เส้นทางสายป่า และสายน้ำที่ใช้ประโยชน์ทั้งดื่มและอาบ  ก็ยังอยู่ในความทรงจำ 

 


ลานจอด ฮ. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง
ป๋มเหรอ...ใส่เสื้อเหลือง
        ภาพโดย : ลุงเอก

ยามเข้าหน้าฝน ป๋มมักคิดถึงเจ้า "เปราะภูสีชมพู"  ดอกไม้เล็กๆ ที่กลีบดอกดูจะเปราะบาง แต่กลับอดทนตากสายฝนอย่างเหลือเชื่อ 

เปราะภู มีขึ้นหลายที่  แต่ถ้าเป็นดอกเปราะภูสีชมพู ป๋มเองก็ยังไม่เคยเห็นที่ไหนมี แล้วดูจะมากมายเป็นดงเหมือนที่"ภูหลวง" จนอดไม่ได้ ต้องขอเจ้าหน้าที่ไปเดินถ่ายรูป จนหลายคนบ่นว่า อยากจะอ้วกเป็นเปราะภูสีชมพูแล้ว...อ้อ..ป๋มเองก็เผลอบ่นเหมือนกัน   ฮา  

เพราะงั้นเลยนำรูปที่เราไปถ่ายเล่นกัน ตรงลานจอด ฮ. ด้วยไอเดียบรรเจิดของเพื่อน "เราน่าจะลองไปนอนเรียงตามอักษร H แล้วถ่ายรูปกันดีกว่า" 
ไม่รู้ว่า ถ้า ฮ.จะมาลงจอดจริงๆ เห็นอักษรแบบนี้  จะกล้านำเครื่องลงจอด  หรือจะส่งสัญญาณ mayday! ขอความช่วยเหลือดี


เดินพล่าน ที่ภูหลวง                  ภาพโดย : ลุงเอก

ทริปนี้ เดินถ่ายรูปกันสบายๆ ๆ เพราะทั้งภูหลวง มีแค่พวกเราไม่ถึง 10 คน ถ้าไม่นับรวมเจ้าหน้าที่  พวกเราเดินเล่นถ่ายรูปกัน จนเหมือนเป็นบ้าน  ปีนป่ายต้นไม้ ก้อนหิน แม้จะเป็นทริปที่ดูสบายๆ แต่ทำไมเราชอบทำให้ชีวิตลำบาก ก็ไม่รู้

"ชาติที่แล้วทำกรรมอะไรไว้เนี่ยะ ถึงเที่ยวสบายๆ แบบชาวบ้านเค้าไม่เป็น"  มักเป็นประโยคที่เราหยิบยกมาคุยกันฮาเฮ

ก็เพราะขนาดเป็นทริปสบาย เรายังหาเรื่องลำบากกันจนได้ เหลืออย่างเดียวที่ไม่ต้องวิ่งหนีช้างป่า ที่แอบมาอาละวาดเตะท่อน้ำตอนกลางคืน จนพวกเราไม่มีน้ำใช้ไป 1 วัน

แล้วก็ให้โหยหาทุกครั้งไป เมื่อถึงคราวต้องเดินทางกลับ
"ความสุข...มักหยิบได้แค่เอื้อม  แต่ทำไมความทุกข์...เอื้อมใกล้กว่า(ฟระ)"
ความคิดที่ผุดพราย แม้ไม่ชอบใจนัก แต่ก็ต้องหาทางขจัดออกไป เพราะบางที....เราเลือกได้จำกัดยิ่งนัก 


     มุมใพระตำหนักบนภูหลวง และบางส่วนบนภูเรือ      ภาพโดย ลุงเอก

บางครั้ง ....  ป๋มชอบเดินทางคนเดียว แต่บ่อยครั้งมีเพื่อนๆ ไปก็อุ่นใจ เรียกเสียงหัวเราะ สนุกสนาน ที่แน่ๆ วิกกี้ไม่เข้าป่าคนเดียวเด็ดขาด 

เพื่อน ... คำสั้นๆ แต่ความหมายกว้างไกล ตามแต่ใครจะนิยาม กินความไปถึงระดับของความสนิทชิดเชื้อ ที่อาจมาทั้งการแสดงออกทางถ้อยคำ และท่าทาง หรือจะมาประมาณ รัก(เพื่อน)นะแต่ไม่แสดงออก  

เพื่อน ... ในยามเดินทางสายป่า บางครั้งเป็นมากกว่าเพื่อน เพราะเป็นทั้งผู้ช่วย เป็นทั้งคนติดตาม เป็นคนคอยถาม เป็นกูรูคอยให้คำตอบ เป็นทั้งลูกหาบ เป็นทั้งพ่อครัว และบางทีก็เป็นทั้งเจ้านาย แต่ทุกยาม เพื่อนก็คือเพื่อน

เพื่อน...เรียกเสียงหัวเราะได้เสมอ แม้ในยามเข้าตาจน หัวเราะไม่ออก แต่พอมานึกย้อนถึงเรื่อง ก็ให้หัวเราะกันแทบกลิ้ง  แต่บางครั้งก็มารู้ว่าเพื่อนไม่ใช่เพื่อนยามเข้าตาจน ... ซึ่งวิกกี้ยังไม่เจอ 

ทุกครั้งที่เดินทางสายป่า .... วิกกี้มักมีเพื่อนใหม่ติดไม้ติดมือกลับเมือง และติดออกทริปด้วยกันในคราวถัดๆ ไปตามแต่โอกาสจะอำนวย
"หนทางพิสูจน์ม้า...กาลเวลาพิสูจน์เพื่อน"


มุมใคร....มุมมัน           ภาพโดย : ลุงเอก

แม้การเดินทางกับผองเพื่อน  แต่ความเป็นอิสระในตัวตนยังมีอยู่ ในบางเวลาเราทำนู่นทำนี่ร่วมกัน แต่ในบางเวลา เราต่างคนก็ต่างมีมุมของตัวเอง จำได้ว่าในรูปถ่ายด้านบน พวกเราต่างใช้เวลาในมุมของตัวเองกันเต็มที่  ใครขี้เกียจก็พักรอ (โดยมากเป็นป๋ม ที่ไม่ค่อยพิถีพิถัน ถ่ายรูปดอกไม้เท่าไหร่ 5 5 5)

ในกลุ่มเพื่อนที่ออกทริปด้วยกันบ่อยๆ จะพอเข้าใจ  ใครเดินเร็ว ก็เดินไป ใครเดินช้าก็ช้าไป แต่หมายถึงในเส้นทางที่ชัดเจนเพียงพอ  เพราะเพื่อนเดินเร็วขืนให้มาเดินช้า ก็เหนื่อยแน่ หรือใครอยากถ่ายรูป ต้วมเตี้ยมไป มีคนมายืนรอกดดัน(แม้เจ้าตัวจะไม่กดดัน) ก็คงได้รูปที่ไม่ถูกใจนัก  

เพื่อนกลุ่มใหม่.... ที่เพิ่งออกทริปด้วยกันครั้งแรก ถามในคืนแรกหลังมื้อค่ำ
"ถามจริงๆ เถอะ ทำไมตอนเดินไม่เห็นคอยกันเลย เหมือนต่างคนต่างเดิน"

"โหย ไม่มีอะไรหรอก แค่เดินตามฝีเท้า  ใครเดินเร็วก็เดินไป เพราะเป้หนักแล้วขืนมาก้าวช้าๆ หยุดรอ บางทีหยุดนานก็ขี้เกียจ....ส่วนใครเดินช้า หรือชอบถ่ายรูป ก็ไม่อยากให้ใครมารอ มันเหมือนกดดัน"  คำตอบที่เรามีให้เพื่อนใหม่

"อ๋อ... มิน่า ถึงเดินไม่รอกัน"
"ก็แหม ... ใครเดินเร็ว ถึงที่พักเร็ว  ก็จัดแจงเตรียมแคมป์ ทำกับข้าวรอ"
"แต่ก็มีเหมือนกันนะ  ได้ข่าวบางกลุ่มไปเดินแล้วเกิดไม่เข้าใจกัน ว่าไอ้พวกเดินเร็วไม่ยอมรอ ... ส่วนไอ้พวกเดินเร็วดันไปถึงที่พักเร็วกว่าเป็นชั่วโมงๆ ทำกับข้าวรอ  พวกหลังมาถึงงอน ไม่ยอมกิน ก็มี"
"อืม.... อ่านเจอมาเหมือนกัน  อย่างว่าแหล่ะ ถ้าไม่เข้าใจ มันก็เดินด้วยกันไม่สนุก" 
"ระยะก้าว พิสูจน์ใจ"


 น๊าน ... นาน ... จะมีรูปตัวเอง                      ภาพโดย : ลุงเอก

ขอบคุณบทเพลง : ขอบคุณกันและกัน
ศิลปิน : พิช วิชญ์วิสิฐ & เพชร ภาสกร August Band

โดย vickie

 

กลับไปที่ www.oknation.net