วันที่ อังคาร สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ดอกไม้หลากสีสันในแปลงเดียวกัน


 

ดอกไม้หลากสีในแปลงเดียว

 เมื่อหิ่งห้อย ๒ ตัว สอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีได้ในปี ๒๕๔๑

 ก็ได้เข้าร่วมกับชมรมวรรณศิลป์ แต่ไม่นานชมรมก็ยุบไป 

ในขณะที่โลกก้าวไปอย่างไร้ขอบเขตในนามโลกาภิวัตน์ 

การเผชิญหน้ากันของกลุ่มทุนบรรษัทข้ามชาติที่มีรัฐบาลของแต่ละประเทศ

เป็นหัวหอกให้กับขบวนการภาคประชาชนที่ต้องการรักษาสิทธิ

และดูแลพัฒนาทรัพยากรของท้องถิ่นตัวเองก็ทวีความเข้มข้นขึ้น 

กระทั่งมีการเสนอทางเลือกใหม่ในการพัฒนาประเทศและสังคม  

และขบวนการภาคประชาชนของอุบลฯ ถือว่าโดดเด่นที่สุดจากกรณีปัญหาเขื่อนปากมูล

จนพัฒนามาเป็นกลุ่มสมัชชาคนจนที่เข้มแข็ง แต่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีขณะนั้น

มีกฎห้ามไม่ให้นักศึกษายุ่งเกี่ยวกับการเมืองในทุกกรณี (ยกเว้นการไปเลือกตั้ง)

ไม่มีกิจกรรม ไม่มีการคิดเขียนอย่างเป็นรูปธรรมในมิติทางสังคมการเมืองของนักศึกษา 

สมาชิกหิ่งห้อยและเพื่อนใหม่อีกหลายคนจึงรวมตัวกันในนามกลุ่มอิสระ (ที่ไม่มีการรับรองของมหาวิทยาลัย)

เพื่อแสดงออกทางความคิดและการเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระเป็นตัวของตัวเอง

แต่การรวมตัวกันในครั้งนี้มีสมาชิกหลายคณะหลากความสนใจ

ทั้งการเมืองความเป็นไปของสังคม วรรณกรรม วาดรูป สิ่งแวดล้อม และวิชาการ 

การรวมกลุ่มของบรรดาคนหนุ่มสาวที่คิดต่างฝันต่างไม่ยอมจำนนต่อสภาพการณ์เหล่านี้

จึงเติบโตขึ้นมาภายใต้ปรัชญาว่า หิ่งห้อย : ดอกไม้หลากสีในแปลงเดียว ในปี ๒๕๔๓

 
โดยกิจกรรมหลักเป็นการทำหนังสือออกมาปีละเล่ม

เป็นการสรุปบทเรียนการแสวงหาของตัวเองในรอบปี

แสดงความคิดฝันของกลุ่มและถือเป็นการ
ล้อ หนังสือรับน้องในแต่ละปีที่ค่อนข้างเป็นอนุรักษ์นิยม
ให้นักศึกษาอยู่ในระบบระเบียบซีเนียร์ลิตี้ และมีกรอบการดำเนินชีวิตตามแบบที่สังคมวางไว้ 

พร้อมการต่อต้านความไม่ยุติธรรมในสถาบัน แล้วยังร่วมเคลื่อนไหวกับภาคประชาชน 

บวกรวมตัวเองเข้ากับกลุ่มสิ่งแวดล้อมอย่างนักศึกษารักป่า ภาคอีสาน

ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่โรงเรียนเด็กรักป่า จังหวัดสุรินทร์ 

ขยายแนวร่วมกับกลุ่มกิจกรรมนักศึกษาทั่วประเทศอย่างสหพันธ์นิสิตนักศึกษาอีสาน

 และสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย และยังทำค่ายศิลปะวรรณกรรมให้กับเยาวชนเป็นระยะ 

 
กล่าวได้ว่า
กลุ่มหิ่งห้อย ในช่วงนั้น
มีบทบาททางสังคมและการแสดงความคิดฝันมากกว่ากลุ่มหรือชมรมใดๆ ในสถาบันของตัวเอง 

และเป็นผู้บุกเบิกให้นักศึกษาที่มีความคิดฝันต่างๆ

ได้ทำกลุ่มของตัวเองตามมาอีกหลายกลุ่ม แต่มีเพียง
กลุ่มหิ่งห้อย เท่านั้น
ที่ยังดำรงอยู่ตราบถึงปัจจุบัน (๒๕๕๑)

 

ผลงานที่ออกในตอนนั้น คือหนังสือหิ่งห้อย

 ฉบับที่ ๑ เราจะเดินไปด้วยกัน (๒๕๔๓)

ฉบับที่ ๒ ผ่านคืนวันอันเหน็บหนาว (๒๕๔๔)

ฉบับที่ ๓ ปัญญาชน(๒๕๔๕)

 ซึ่งได้รับความสำเร็จในการเผยแผ่อย่างดียิ่ง

กระทั่งนำไปสู่การทำเป็นนิตยสาร ชื่อ Free Will (๒๕๔๖) ในรุ่นต่อมา 

และทำ หนังสือพิมพ์เสียงอุบลฯ (๒๕๔๗-๒๕๔๘)ให้กับองค์กรภาคประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานี

 

 

 ก่อนที่กลุ่มคนสามรุ่นแรกของหิ่งห้อยจะเดินผ่านรั้วมหาวิทยาลัยออกไป 

แต่วันเวลาแห่งความงดงมนี้มีผลสืบเนื่องมาจนปัจจุบันทั้งแรงใจไฟฝันและมิตรภาพ...



แล้วพบกันใหม่
หิ่งห้อยวรรณกรรม

 

โดย หิ่งห้อยวรรณกรรม

 

กลับไปที่ www.oknation.net