วันที่ อังคาร สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ร่าง พรบ. ฆ่าผู้ชุมนุมได้โดยสุจริต ... ไม่ใช่วิถีของประชาธิปไตย


ผมขออนุญาตทบทวนความเข้าใจส่วนตัว...เกี่ยวกับร่าง พรบ Hot Hot
ผมอาจจะเข้าใจผิดก็ได้ครับ ... ดังนั้น กรุณาช่วยแนะนำด้วยถ้าผมเข้าใจผิดจริง ๆ
.
.

อ้างถึง .. ร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบการชุมนุมในที่สาธารณะ ที่เสนอโดย นายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร พรรคพลังประชาชน ส.ส.ในกลุ่มอิสานพัฒนา

ผมติดใจประเด็นเรื่องการ "ตีกรอบ"ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
และกรณีที่ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญา !!!

มาตรา 16 ... เจ้าหน้าที่หรือผู้ที่ใช้อำนาจในการสลายการชุมนุมตามมาตรา 15 ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ในการสลายการชุมนุม หากเป็นการกระทำที่สุจริต ไม่เกินกว่าเหตุหรือไม่เกินความจำเป็น แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ที่ได้รับความเสียหายที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากทางราชการตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดชอบทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

ดู ๆ ไปแล้ว ... เงื่อนไขเหล่านี้มันเหมาะสำหรับตำรวจที่ปฏิบัติการตามจับโจรผู้ร้ายที่มีอาวุธครบมือซะมากกว่านะ.. หรือว่ารัฐบาลนี้กำลังเสนอกฏหมายที่ปกติจะใช้กับอาชญากรแผ่นดิน  มาปรับใช้กับผู้ชุมนุมตามรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์  จะเป็นการนำเสนอร่างกฏหมายที่มีเจตนารมย์แห่งเผด็จการการเมือง ไม่ใช่วิถีของประชาธิปไตย


สมมุติว่า ...
ในการสลายการชุมนุม  เป็นเหตุให้มีผู้ชุมนุมเสียชีวิต โดยฝีมือของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา

ถ้าเป็นไปตามมาตรา 16 นั้น .. น่าจะตีความได้ว่า ...
(1) บังคับยกเว้นความผิดทางแพ่งและอาญาสำหรับ"เจ้าหน้าที่ของรัฐตัวจริง"เท่านั้น
(2) เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่สามารถ"ฆ่าคนได้" ถ้า โดยสุจริต ไม่เกินกว่าเหตุ  และไม่เกินความจำเป็น  แต่ทว่า..คนเหล่านั้นไม่ใช่"อาชญากรแผ่นดิน"นี่หว่า ??
(3) เจ้าหน้าที่อาจจะฆ่าประชาชนที่มาร่วมชุมนุมตามรัฐธรรมนูญได้โดยไม่ติดคุก
(4) ผู้ได้รับความเสียหายจากการสูญเสียญาติพี่น้อง สามารถเรียกร้องความเสียหายตามกฏหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ (เท่านั้น)ไม่เกี่ยวกับกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่ามิใช่การกระทำในการปฏิบัติหน้าที่จริง
(5) ผู้ได้รับความเสียหายจากการสูญเสียญาติพี่น้อง  มีสิทธิเรียกร้องความเสียหายจากราชการ (หน่วยงานของรัฐต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ หรือหากไม่มีหน่วยงานใดสังกัด   แต่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐจริง ก็ให้กระทรวงการคลังดูแลความเสียหาย) แต่จะไม่สามารถฟ้องเจ้าหน้าที่ผู้ลงมือ"ฆ่า"ได้โดยตรง
(6) เป็นการกำหนดแพะรับบาปไว้ล่วงหน้าแล้วว่า ประธานกรรมการฯ คณะกรรมการฯ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น คงจะไม่สามารถโยงความผิดไปให้ผู้สั่งการตัวจริงได้   แม้บางกรณีจะเป็นคำสั่งการลงมาตามใบสั่งของอำนาจทุนสามานย์

( อ้าย ชิก หายยยยยยยย )


อ้างถึง ... พรบ. ความรับผิดทางละเมิดเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539
http://se-ed.net/meper/act/act005.html

ดูเหมือนจะเป็นบทลงโทษความผิดทางแพ่งเท่านั้น โดยเน้นให้หน่วยงานของรัฐรับผิดชอบชดใช้ความเสียหายต่อบุคคลภายนอก  แล้วให้หน่วยงานของรัฐผู้ชดเชยค่าเสียหายนั้นไปไล่เบี้ยต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐก่อเหตุ  ผู้เสียหายหมายถึงหน่วยงานของรัฐเอง และ/หรือบุคคลภายนอก แต่ผู้กระทำผิดต้องเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ(กินเงินภาษีของรัฐ)และอาจจะอยู่ในสังกัดหรือไม่สังกัดหน่วยงานใดก็ได้ แต่ต้องปฏิบัติงานในหน้าที่ ??

มาตรา 5 ... หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่   ในกรณีนี้ผู้เสียหายอาจฟ้องหน่วยงานของรัฐดังกล่าวได้โดยตรง
แต่จะฟ้องเจ้าหน้าที่ไม่ได้ 
    ถ้าการละเมิดเกิดจากเจ้าหน้าที่ซึ่งไม่ได้สังกัดหน่วยงานของรัฐแห่งใด ให้ถือว่ากระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานของรัฐที่ต้องรับผิดตามวรรคหนึ่ง

การตีกรอบความผิดเฉพาะเรื่อง"ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่" ในร่าง พรบ. การจัดระเบียบชุมชมในที่สาธารณะนั้น ก็เป็นแค่การตีค่าตีราคา"ชีวิต"ของผู้บริสุทธิ์ โดยวิธีของพวกกลุ่มทุนสามานย์ ซึ่งประกาศชัดว่าปกป้องลูกน้องในคราบตำรวจไม่ต้องรับผิดโดยตรง... จึงเชื่อได้ว่าร่าง พรบ จัดระเบียบการชุมนุมที่สาธารณะนั้น
ไม่ใช่แนวคิดตามวิถีของประชาธิปไตยฯ


(1) ประชาชนผู้เสียภาษีชุมนุมอย่างสงบสันติอหิงสา อาจตกเป็นผู้ต้องหาตาม พรบ จัดระเบียบการชุมนุมฯ และอาจติดคุก 6 เดือน 1 ปี หรือ 3 ปี ตามแต่กรณี
(2) ผู้บริหารระดับสูงของรัฐเป็นผู้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าสลายการชุมนุม   จึงปิดหนทางโยงความผิดไปถึงผู้สั่งการตัวจริงในระดับรัฐมนตรี 
(3) เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ สามารถฆ่าประชาชนผู้เสียภาษีที่มาร่วมชุมนุมได้ ถ้าเห็นว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต ก็จะไม่มีความผิดทั้งทางแพ่งและอาญา  แต่จะมีความผิดเดียวเท่านั้น คือ ความผิดฐานละเมิดของเจ้าหน้าที่ ??? 
(4) หากเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่อยู่ในสังกัดกระทรวงกรมกองใด  ให้กระทรวงการคลัง รับหน้าที่เอาเงินภาษีมาจ่ายให้แก่ผู้เสียหายได้ และมีสิทธิไปไล่เบี้ยจากเจ้าหน้าที่คนนั้นได้  
(5) ผู้เสียหาย อาจฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงินจาก "หน่วยงานของรัฐ"
แต่ไม่สามารถเรียกร้องเอาชีวิตญาติพี่น้องคืนมาได้ (ผู้ง่าย ๆ ก็คืออาจตายฟรีก็ได้นะ ถ้าจะมาร่วมชุมนุม) ..... และนี่ไม่ใช่การขู่ด้วยกฏหมายนะ !!!
(6) สำหรับผู้เสียหายภายนอก(คนที่ไม่เกี่ยวกับรัฐ)อายุความคดีไม่ชัดเจน (มั๊ง)

.
ลองดูตัวอย่าง ... เจ้าหน้าที่ที่เคยต้องคำพิพากษาคดีความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
เช่น  ... นาย เริงชัย  มะระกานนท์  อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
พิพากษาให้ชำระเงินแก่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ซะเอง)จำนวนเงิน 186,015,830,720 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อไป นับตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2540 ...
ใช่ครับ .. ตาไม่ฝาดครับ ... หนึ่งร้อยแปดสิบหกล้านบาท +++
.
copy ลิงก์นี้ไปเปิดครับ .. คำอธิบายเกี่ยวกับ พรบ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
dpc3.ddc.moph.go.th/in_tranet/admin/moredetail/Ramagarden1.ppt

.

การเสนอร่าง พรบ.จัดระเบียบการชุมนุมในที่สาธารณะ โดยเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการชุมนุมได้โดยไม่มีความผิดทางแพ่งและอาญาดังกล่าว น่าจะเป็นการแสดงเจตนาของข้าราชการการเมืองในคณะรัฐบาลที่ขัดต่อ พรบ.ระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ.2539 มาตรา 9 ข้อ (3)ว่าด้วยเรื่องคุณสมบัติของข้าราชการการเมือง http://kormor.obec.go.th/act/act046.pdf

มาตรา 9 --- ผู้ซึ่งจะได้รับแต่งตั้งเป็นข้าราชการการเมืองตำแหน่งอื่น  นอกจากตำแหน่งรัฐมนตรี  ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้.-
          (1) มีสัญชาติไทย
          (2) อายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี
          (3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ
( ข้อ 4 - 9 ไม่นำมาแสดงครับ )

มาตรา 10 --- ข้าราชการการเมืองนอกจากตำแหน่งรัฐมนตรีออกจากตำแหน่งเมื่อ...
(1) ตาย  ( ข้อ 2 - 3 ไม่นำมาแสดงครับ )
(5) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 9

.
.
ผมจึงเข้าใจไปว่า ... 
ร่าง พรบ.ฉบับนั้น กำลังเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ฆ่าคนที่มาชุมนุมโดยบริสุทธิ์ได้โดยสุจริต และบรรดาผู้ร่วมเสนอร่างฯ ได้มีความผิดจริงโดยสมบูรณ์แล้ว

(1) ส.ส.รัฐบาลป๋าหมาก กำลังเสนอกฏหมาย "ให้เจ้าหน้าที่ฆ่าประชาชนผู้ชุมนุมได้โดยสุจริต" จึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อคุณสมบัติของข้าราชการการเมืองมาตรา 3 เพราะว่ามีเจตนาที่เข้าข่าย   ไม่เลื่อมใส ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ

(2) การเปิดโอกาสให้มีการทำร้ายร่างกายหรือฆ่าประชาชนซึ่งมาชุมนุมอย่างสันติวิธีตามรัฐธรรมนูญ  โดยไม่ตัดสิทธิในการฟ้องร้องเจ้าหน้าที่เฉพาะความผิดทางละเมิด  เท่ากับเป็นการจงใจให้มีการก่อเหตุไปก่อน โดยรัฐไม่รับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของ 
ผู้ชุมนุม..ซึ่งไม่ใช่โจร ผู้ร้าย หรืออาชญากรแผ่นดิน แต่เป็นกลุ่มต่อต้านรัฐบาลขี้ฉ้อ 

(3) บรรดา ส.ส. หรือ บรรดาข้าราชการการเมือง ที่มีส่วนร่วมในการร่าง พรบ. ฉบับนี้ และบรรดาข้าราชการเมืองทุกคนที่มีส่วนร่วมในความพยายามของรัฐบาลป๋าหมาก ที่จะลงมติให้รัฐสภาผ่านร่าง พรบ.ฉบับนี้ให้จงได้  ย่อมถือได้ว่าทุกคนหมดคุณสมบัติตามมาตรา 9 ข้อ (3) ไปแล้ว  และหมดสภาพการเป็นข้าราชการ  การเมืองไปแล้ว ตามมาตรา 10 ข้อ(5) แต่มาตรานี้ไม่ส่งผลถึงบรรดารัฐมนตรี(ว่ะ)


ขอย้ำว่าผมอาจจะเข้าใจผิดก็ได้ครับ ... ดังนั้น กรุณาช่วยแนะนำด้วยถ้าผมเข้าใจผิดจริง ๆ
.
.

แวะไปดูอัตรา"เงินเดือนตำรวจ"..ได้ที่ลิงก์นี้นะครับ ...
http://www.oknation.net/blog/countonme/2008/07/29/entry-1

โดย BaCon

 

กลับไปที่ www.oknation.net