วันที่ อังคาร พฤษภาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

..ภาษาอังกฤษ..ใน..ภาษาเพลง..


ภาษาอังกฤษในภาษาเพลง

เพื่อนของฉันคนหนึ่งถามฉันว่าเหตุใดฉันจึงชอบฟังเพลงฝรั่ง?  แล้วที่ฟังอยู่นั่น ฉันรู้หรือไม่ว่าแต่ละเพลงมันแปลว่ายังไง ? 

ฉันพอเข้าใจเหตุผลของการถามครั้งนี้... เพื่อนถามฉัน  เพราะคงไม่เข้าใจ....ว่าเหตุใดฉัน ริอาจ ฟังเพลงฝรั่ง   ทั้งๆ ที่สอบตกวิชาภาษาอังกฤษมาอย่างโชกโชน...

ฉันไม่รู้จะอธิบายเหตุผลกับเพื่อนเช่นไร การรู้จักภาษาอังกฤษน้อย ทำให้ฉันถูกตีค่าไปเสียแล้วตั้งแต่เขาตั้งคำถามนั่นแหละ...ดังนั้นคำตอบที่ฉันจะตอบเพื่อนก็เหมือนเป็นคำแก้ตัวของ คนที่รสนิยมสูงแต่ไม่ฉลาด แต่เพื่อให้เกิดความสบายใจแก่เจ้าเพื่อนคนนั้น ฉันจึงบอกเขาว่า ก็แค่เห็นเขาอินเทรนกันก็อยากจะเอามั่ง....มันคงเป็นคำตอบที่เขาคงเข้าใจได้โดยง่าย เพราะหลังจากนั้นเขาก็ไม่ถามฉันเรื่องนี้อีกเลย

แต่สำหรับฉันคำตอบนี้ มันมีความหมายมากนัก....

…………………………….

โดยมาก ก่อนที่นักแต่งเพลงคนหนึ่ง  จะเขียนเพลงอะไรขึ้นมา มีสิ่งที่เขาจะต้องคิดเป็นอันดับแรกคือ เพลงนั้นมี concept เช่นไร

…concept เป็นตัวกำหนดเนื้อหาในเพลง และ

...concept ก็เป็นตัวกำหนดอารมณ์ของเพลง

 เมื่อได้ concept การแต่งเพลงแล้วจึงคิดทำนอง ใส่โน๊ต และก็ใส่เนื้อร้องเข้าไปเป็นอันดับสุดท้าย

เพลงทุกเพลงไม่จำเป็นต้องมีเนื้อร้อง แต่เพลงทุกเพลงต้องมีทำนอง.... 

เนื้อร้องในเพลง เป็นตัวอธิบายเรื่องราวในเพลง….

ทำนองในเพลง เป็นตัวบ่งบอกความรู้สึกของเพลงนั้นว่ามีอารมณ์เช่นไร

...นักดนตรีที่เก่งๆ ใช้ไวโอลินเพียงตัวเดียว  ก็สามารถบรรเลงเพลง  ให้คนฟังรู้สึก เหงา เศร้า สนุก มีกำลังใจ ได้อย่างน่าอัศจรรย์

…นักฟังเพลงชั้นสูงอย่างดนตรีคลาสสิก มักพอใจที่จะฟังเสียงเพลงบรรเลงจากเครื่องดนตรี มากกว่าจะมีเสียงร้องประกอบด้วย

การเขียนทำนองเพลงจึงเป็นเสมือนเส้นทางที่ชักนำผู้ฟังไปสู่สุนทรีรสแห่งเพลงนั้น...

..................................

.ฉันเป็นคนไทยที่ชอบฟังเพลง.....

มีเพลงไทยจำนวนมาก ที่ฉันฟังแล้วรู้สึกไพเราะ และชอบถึงขนาดไปหัดร้อง

แต่ในเพลงไทยเหล่านั้นก็มีจำนวนไม่น้อยเช่นกัน  ที่ฉันร้องไปโดยไม่เคยสนใจ กับความหมายในเนื้อร้องของเพลงนั้นเลย 

ขณะเดียวกัน ฉันฟังจีนอย่างเพลงเถียน มี่ มี่ เพราะทำให้ฉันรู้สึกว่าสนุก เหมือนได้เดินเล่นในสวนดอกไม้  และด้วยมาตรฐานการฟังเพลงแบบเดียวกัน ฉันก็ฟังเพลงของเอลวิส เพราะฉันรู้สึกว่ามันทั้งสนุก เศร้า และน่าเต้นรำ เป็นอย่างยิ่ง

.......ฉันคิดว่าภาษาดนตรีเป็นภาษาที่คนทั่วโลกสามารถเข้าใจกันได้ เพียงแค่ใช้อารมณ์กับความรู้สึกสัมผัส ก็เพียงพอแก่การฟังแล้ว ภาษาเพลงไม่มีการแบ่งชาติ แบ่งภาษา  .....มันเป็นเรื่องที่แสนจะธรรมดามาก หากเราจะเห็นนักดนตรีไทย บลู แจ๊ส ร็อค แร๊บ  มาเจอกัน และชักชวนกันเล่นเพลงด้วยกันอย่างเข้าขา และสนุกสนาน ....

................................

และก่อนที่จะจบการแก้ตัวของฉันในที่นี้ ...ฉันหวังว่าเพื่อนของฉันคนนั้น.. คงเป็นคนหนึ่งที่บังเอิญผ่านมาอ่านเรื่องนี้ของฉันเข้า  และหวังว่าเพื่อนคนนั้นคงเป็นคนที่ชอบร้องเพลง  หรือไม่งั้นอย่างน้อย  ก็ขอให้เขาเคยเข้าร้านคาราโอเกะที่ไหนสักครั้ง.....ก็ยังดี.......

………………………………………. 

.

เพลง Do-Re-Mi : The Sound of Music

 

โดย downrai

 

กลับไปที่ www.oknation.net