วันที่ พุธ สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ฤ า .. น้ำ ต า ล เ มื อ ง เ พ ช ร จ ะ เ หื อ ด ห า ย


July 06, 2008

ฤา .. น้ำตาลเมืองเพชรจะเหือดหาย

 

โตนดเข้าแลจาวตาล     เป็นเครื่องหวานเพชรบุรี

กินกับน้ำตาลปี            ของมากมีมาช่วยกัน

บทกลอนข้างต้นเป็นคำสวดสุบินกุมารที่มีอายุกว่าร้อยปี บ่งบอกว่าน้ำตาลเมืองเพชรนั้นเลื่องชื่อมาช้านาน และจากตำนานของเมืองเพชรบุรีกล่าวไว้ในปี พ.. 2134 ว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระเอกาทศรถ ได้เสด็จมาประทับแรม ณ พระตำหนักโตนดหลวง (ปัจจุบันอยู่ในเขตตำบลบางเก่า อำเภอชะอำ) เมื่อเสด็จประพาสทางทะเล แสดงถึงความเป็นมาของตาลโตนดเมืองเพชรนั้นยาวนานนัก จนถือได้ว่าเป็นไม้ตระกูลเก่าแก่ของโลกที่มีมากกว่าสี่พันชนิด เป็นไม้ยืนต้นที่มีอายุยาวนานนับร้อยปี ที่สำคัญตาลโตนดเป็นส่วนผสมสำคัญในการทำขนมหวานเมืองเพชร ซึ่งมีชื่อเสียงมานาน

ทว่า … วันนี้เกิดอะไรขึ้นกับต้นตาลเมืองเพชร …

ชาวเมืองเพชรจะช่วยกันปลูกต้นตาลล้านต้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในปีมหามงคล ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนม์พรรษาครบ 80 พรรษา เนื่องจากประชากรตาลในเมืองเพชรลดลงอย่างน่าใจหาย วิถีชีวิตที่ชาวเพชรผูกพันกับต้นตาลเริ่มน้อยลง แม้แต่คนขึ้นตาลก็ยังคงเหลืออยู่ไม่กี่คนในเมืองเพชร

พรศักดิ์ คำแน่น เจ้าของรางวัลต้นตาลที่สูงเป็นอันดับ 3 วัย 61 ปี ตำบลดอนยาง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เล่าว่า ตนเองมีพื้นที่เกือบ 20 ไร่ มีลูก 2 คน จะส่งให้เรียนหนังสือสูงๆ ไม่มีใครทำนาและขึ้นตาลเป็น แม้กระทั่งลุงเองก็ยังจ้างคนขึ้นตาล ซึ่งนับวันจะหายาก

คำหนึ่งที่สะเทือนใจคนฟังเหลือคณา ก็คือ ลุงพูดว่า … “ไม่อยากให้ลูกมาลำบาก ลูกใคร ใครก็รัก …”

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้วัฒนธรรมการขึ้นต้นตาลของท้องถิ่นลดน้อยถอยลง คนรุ่นใหม่ไร้ความผูกพันกับวิถีชีวิตเดิมๆ และดูถูกว่าไร้ค่า เป็นเหตุให้วัฒนธรรมตะวันตกและทุนนิยมเข้ามามีอิทธิพลเหนือเมืองแห่งเกษตรกรรม

การมีที่ทำกินกว่า 20 ไร่นั้นเป็นสมบัติอันล้ำค่าน่าหวงแหน แม้จะปลูกข้าวเองไม่เป็น ขึ้นตาลเองไม่ได้ แต่ถ้าลูกหลายเห็นคุณค่าไม่ยอมขายที่ดินนี้ให้กลายเป็นโรงแรมหรือรีสอร์ท ก็ยังถือว่าช่วยอนุรักษ์วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้ได้

แล้วจะอนุรักษ์ตาลกันอย่างไร

ตาลโตนดเป็นไม้คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเพชรบุรีมาช้านาน จนสืบประวัติไม่ได้ว่ามีมาตั้งแต่ครั้งใด ใครเป็นคนแรกที่นำมาปลูก ในอดีต คนเมืองเพชรแทบจะทุกคนเกี่ยวพันกับตาลทั้งสิ้น จะเห็นได้จากชาวบ้านนำผลผลิตจากต้นตาลมาประกอบเป็นอาหารคาว ขนมหวาน และนำทุกส่วนของต้นตาลมาใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์จากไม้ตาล ใบที่ใช้มุงหลังคาบ้าน ก้านนำมาทำเครื่องเล่นให้เด็กๆ

เราจะเห็นตาลปลูกดาษดื่นตามคันนา นอกจากเรื่องความเจริญในยุคทุนนิยมลุกลามไปทั่วทุกถิ่นแล้ว การทำนาหลายๆครั้งของเกษตรกรยังทำให้น้ำท่วมนาตลอดทั้งปี เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตาลยืนต้นตายจำนวนไม่น้อย

เมื่อต้นปี 2538 สำนักงานเกษตร จังหวัดเพชรบุรี จึงมีการสำรวจจำนวนต้นตาลทั้งจังหวัด พบว่ามีอยู่ 6 แสนต้น อำเภอเมืองเพชรบุรีมีต้นตาลโตนดมากที่สุด  ปี 2546 สำรวจอีกครั้ง พบว่ามีจำนวนลดลงเหลือประมาณ 4 แสนต้น หายไปราว 2 แสนต้น

อาจเป็นไปได้ว่า เมื่อความเจริญกระจายไปถึงตำบล หมู่บ้าน จำนวนตาลก็ค่อยๆลดลง หากไม่มีการเริ่มอนุรักษ์ และช่วยกันปลูกตาลเพิ่ม ตาลโตนดเมืองเพชร อาจกลายเป็นเพียงตำนาน

ดังนั้นสมาคมชาวเพชรบุรี และองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี จึงทำโครงการปลูกตาลล้านต้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยกำหนดเป้าหมายในการปลูกตาลล้านต้น ในระยะเวลา 3 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2549 ถึงปี 2551

กำหนดพื้นที่ปลูกในแต่ละอำเภอ แปลงใหญ่อำเภอละ 1 แปลง และปลูกในที่ดินสาธารณประโยชน์ หรือริมคลองชลประทาน โดยให้อำเภอเป็นหน่วยรับซื้อ และเพาะเมล็ดพันธุ์สำหรับปลูกในพื้นที่ของแต่ละอำเภอ ให้โรงเรียนเข้าร่วมโครงการอย่างน้อยอำเภอละ 1 โรงเรียน มีการรับซื้อเมล็ดพันธุ์ที่เพาะแล้ว เพื่อเป็นการส่งเสริมรายได้ให้กับนักเรียนและผู้เข้าร่วมโครงการ อีกทั้งยังเป็นการปลูกฝังให้เด็กนักเรียนรักธรรมชาติและหวงแหนต้นไม้ด้วย ซึ่งตาลโตนดเมืองเพชรนั้น มีแอยู่ 3 พันธุ์ด้วยกัน คือ ตาลหม้อ ตาลไข่ ซึ่งแบ่งออกไปได้อีกเป็น ไข่เล็กและไข่ใหญ่ และตาลลูกผสม ตาลจะให้ผลเมื่ออายุ 10 ปีขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม แม้จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดสงขลา หรือจังหวัดอื่นๆ อาจจะมีต้นตาลเหมือนกัน แต่หากกล่าวถึงตาลโตนดแล้ว คนส่วนใหญ่จะนึกถึงจังหวัดเพชรบุรี อาจเป็นเพราะชื่อเสียงของขนมหม้อแกง ซึ่งใช้น้ำตาลโตนดเป็นส่วนประกอบสำคัญ และในตราสัญลักษณ์ของจังหวัดก็มีต้นตาลประกอบอยู่ด้วย ดังนั้นเป้าหมายต่อไปของจังหวัดเพชรบุรีก็คือ อยากให้จังหวัดมีต้นตาลมากที่สุดในโลก

หมอตาลเมืองเพชรบุรี

เมื่อจะอนุรักษ์ตาลโตนด เพื่อให้จังหวัดเพชรบุรีมีต้นตาลมากที่สุดในโลกแล้ว สิ่งอื่นๆที่ควรคำนึงก็คือผู้หยั่งรู้ใจต้นตาลในวันที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีไปมอบรางวัล ต้นตาบสูงที่สุดในเพชรบุรี (เป็นหนึ่งในกิจกรรมกุศโลบายเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการอนุรักษ์ต้นตาล) ซึ่งผู้ได้รับรางวัลก็คือ สง่า ศิรินันท์ วัย 62 ปี เขาเล่าว่า ตาลต้นนี้มีอายุมากกว่า 3 ชั่วคน เกิดมาก็เห็นตาลต้นนี้สูงใหญ่ยืนต้นมานาน ตาลต้นนี้สูงมากกว่าจะปีนขึ้นไปถึงยอด ซึ่งคงจะต้องใช้พลังงานไปไม่น้อย

การขึ้นต้นตาลเป็นวิถีของชาวเพชรบุรีมาตั้งแต่ดั้งเดิม บุญส่ง ศิรินันท์ วัย 52 ปี เป็นคนหนึ่งที่ขึ้นตาลมาตั้งแต่อายุ 12 ปี ปัจจุบันมีอาชีพทำนาและขึ้นต้นตาล มีวิถีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับตาลตั้งแต่เช้าจรดเย็นมานานกว่า 40 ปี บนพื้นที่ 5 ไร่ มีต้นตาลกว่า 50 ต้นให้ดูแลเอาใจใส่

“ตื่นเช้า ไม่ว่าฝนจะตกแดดจะออก ต้องออกไปทำงานทุกวัน จนรู้สึกเป็นห่วงในวันที่ฝนตกหนัก เกรงว่าเขาจะลื่นตกลงมา เขาเคยตกต้นตาลมา 2-3 ครั้ง แต่ก็ยังไม่เข็ด บางวันต้องออกไปร้องเรียกหาสามี ตามหาว่าเขานั้นอยู่บนตาลต้นไหน ก็เป็นห่วงเขา บางทีฝนตกหนักๆ บอกว่าวันนี้อย่าออกไปเลย เขาก็ไม่ฟัง เราต้องออกมาตะโกนเรียกหาเขาที่ใต้ต้นตาลทุกต้น เพราะไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ต้นไหน” รุ่งนภา พุ่มดอกไม้ ภรรยาวัย 45 ปีกล่าว

เวลาขึ้นตาล เพื่อเอาลูกตาลนั้น จะต้องใช้วิธีนุ่มนวล บุญส่งจะยกมือไหว้ ทำปากขมุบขมิบก่อน แล้วปีนขึ้นไปพร้อมมีดด้ามไม้แบบโบราณ มีเชือกเส้นใหญ่เหน็บไว้ที่ชายกางเกงปีนขึ้นไปบนยอด ส่วนภรรยาอยู่ด้านล่าง ถือเชือกไว้อีกข้างหนึ่ง เพื่อช่วงสาวตาลที่สามีตัดลงมาจากต้นอย่างนิ่มนวล เพื่อที่ตาลจะได้ไม่ช้ำ

การที่บุญส่งยกมือไหว้นั้น คาดว่าบุญส่งอาจจะขอขมาต้นตาลที่เขารักและนับถืออย่างคนที่รู้บุญคุณ เพราะเขาจะยกมือไหว้ต้นตาลทุกต้นก่อนปีนขึ้นไป และนี่คือวิถีของหมอตาลที่ยังหลงเหลืออยู่ในเมืองเพชร

บุญส่งบอกว่า เขาไม่เคยขายที่และทิ้งต้นตาล เพราะทุกอย่างคือชีวิตของเขา มือและขาที่กร้านงานหนัก เพราะต้องปีนต้นตาลทุกวัน … นั่นยืนยันสิ่งที่เขาพูด รอยยิ้มแสนซื่อดูจริงใจ แม้ฟันบางซี่จะลาจากไปแล้วก็ตาม ทำให้มั่นใจว่าเขาคนนี้เป็นคนที่มีค่าคนหนึ่งของเมืองเพชร หากพวกเขายังยืนยันว่าอยากอนุรักษ์ต้นตาลเมือแงเพชร

“ทุกๆวันก็มีงาน พาดตาลบ้าง นวดตาลบ้าง เวลาเราจะเอาน้ำตาล ก็ต้องเอาไม้ไผ่ขึ้นไป นวดก่อน แล้วค่อยปาดงวงตาล เอากระบอกไม้ไผ่รองไว้ แล้วต้องขึ้นไปเก็บ ไม่เก็บก็ไม่ได้ น้ำตาลจะเสีย ก็ต้องไปสองคน ต้องมีคนคอยรับอยู่ด้านล่าง เวลาฝนตกลมแรงต้นตาลจะไหว และลำต้นจะเปียกลื่น ถ้าไม่ขึ้นน้ำตาลก็จะเสีย งวงตาลก็จะแห้ง” รุ่งนภากล่าว ด้วยแววตาที่เป็นห่วงแกมตระหนักถึงภาระหน้าที่ของสามี

พวกเขาช่วยกันดูแลต้นตาล ถึงหน้านาก็ทำนา กิจวัตรขึ้นตาลเก็บลูก ปาดงวงตาล เคี่ยวน้ำตาล ทำเองหมดทุกอย่าง ทว่าน้ำตาลที่เคี่ยวแล้วนั้นมีแม่ค้าที่ตลาดมารับไปขาย ไม่ต้องเสียเวลาไปนั่งขายเอง นอกจากนั้นก็เลี้ยงวัว กว่า 20 ตัว เพื่อเอาลูกวัวไปขาย

แต่ละปีในวันข้างขึ้น พวกเขาจะนำหัวหมู พร้อมดอกไม้ธูปเทียน ทำพิธีเซ่นไหว้ ยืนยันว่าในหมู่บ้านดอนแจง มีเขาเพียงคนเดียวที่ยังทำแบบนี้อยู่

ถามว่าอายุมากแล้วจะขึ้นตาลไหวไหม ทำไมไม่คิดจะทิ้งอาชีพนี้ เพราะลูกหลานก็ไม่มี

บุญส่งตอบว่า “ไม่ทิ้งอาชีพนี้หรอก ทำจนกว่าจะทำไม่ไหว เพราะรักอาชีพนี้ รักต้นตาล” ประกายแห่งความมุ่งมั่น ทำให้เชื่อว่าไม่มีใครจ้างให้เขามาพูดแบบนี้ได้ นอกจากหัวใจของเขาเอง

ช่วยกันอนุรักษ์วิถีดั้งเดิม

สำหรับการปลูกต้นตาล ติองมีเทคนิค มีวิธีปลูก เพื่อให้อัตราการรอดสูง ทางจังหวัดจึงจัดเอกสารแสดงวิธีปลูกเป็นภาพแบบการ์ตูนที่ประชาชนทั่วไป หรือนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจังหวัดเพชรบุรีแล้วต้องการมีส่วนร่วมปลูกตาลเก็บไว้เป็นที่ระลึก

“ภาพพวกนี้ดูแล้วเข้าใจทันที เป็นภาพวิธีการปลูกที่ชัดเจน ในอนาคตข้างหน้าคาดว่าวิถีแห่งตาลจะเป็นจุดขาย สร้างรายได้ให้กับคนในท้องถิ่น มีหลากหลายรูปแบบ อีกทั้งยังถือว่าเป็นการคืนสมดุลให้กับธรรมชาติ ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอีกด้วย” สยุมพร ลิ่มไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีกล่าว

เพชรบุรีมีความโดดเด่นหลายด้าน นอกจากเป็นเมืองประวัติศาสตร์แล้ว ยังเป็นเมือง 3 พระราชวัง 3 พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีมาสร้างพระราชวังไว้ที่นี่ คือรัชกาลที่ 4 สร้างพระนครคีรี รัชกาลที่ 5 สร้างพระราชวังบ้านปืน และรัชกาลที่ 6 สร้างพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

*** ขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

ภาพจาก http://gotoknow.org/blog/panidol/150085

http://www.banlat.com/html/modules.php?name=News&file=article&sid=8

http://www.thaitravelhealth.com/blog/wp-content/uploads/2008/03/palm-sugar3.jpg

http://www.oknation.net/blog/coolnews/2007/08

http://www.kyo.pbro.moph.go.th/information/actionwork/ton_tan.htm

http://www.pantown.com/board.php?id=12998&area=4&name=board1&topic=772&action=view

http://www.ifotosmile.com/board/index.php?topic=446.15

 

โดย Supawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net