วันที่ ศุกร์ สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Alexander Solzhenitsyn : ผู้รักชาติที่กลับถูกแผ่นดินแม่ทรมาน


“เส้นแบ่งของความดีและความชั่วนั้น ไม่ได้ขีดลงระหว่างกลุ่มต่างๆ อุดมการณ์ต่างๆ

หรือกองทัพต่างๆ ดอก-หากแต่มันขีดลงไปตรงหัวใจของแต่ละปัจเจกบุคคล

ซึ่งแปรผันไปเสมออย่างไม่หยุดหย่อน”

 

“นักเขียนใช่ว่าเพียงแต่เขียนได้ดีเท่านั้น

แต่ต้องเปล่งเสียงร้องแห่งความเจ็บปวดและความปรารถนาของสังคมออกมาให้ได้”

           

 

เมื่อ Alexander Solzhenitsyn อายุได้ 10 ขวบ เขาได้อ่าน War and Peace ของ Tolstoy จบแล้วและเริ่มทดลองเขียนเรื่องสั้นและกลอนเป็นของตนเอง

จากนั้นเมื่อโตขึ้น ขณะที่เป็นนักเรียนอยู่ เขาก็เริ่มพยายามเขียนมหากาพย์ประวัติศาสตร์ของตนเองในแบบ Tolstoy ที่เขาบูชา หากแต่เปลี่ยนช่วงเวลาเป็นการปฏิวัติรัสเซียปี 1917 เขาเองเป็น Leninist ในเวลานั้น และหมกมุ่นอยู่กับงานวรรณกรรมมาตลอดวัยเด็กกระทั่งย่างเข้าสู่วัยเยาว์

และถึงแม้จะเข้าไปอยู่ในค่ายกักกันของสตาลินในช่วงทศวรรษที่ 1950 เขาก็ยังสามารถประพันธ์กลอนได้กว่า 12,000 บรรทัดในหัว! โดยเลือกเอาถ้อยคำที่จดจำง่ายเพื่อช่วยเหลือความจำที่เป็นเลิศอยู่แล้วของตนเอง

ช่วงเวลาที่ถูกกักขังอยู่ใน Gulag ไม่เพียงแต่จุดประกายให้เกิดนิยายของเขาเท่านั้น มันยังสอนบทเรียนอันมีค่าให้แก่เขาด้วย ณ เวลานั้น เขามีความมุ่งมั่นมหาศาล เขาฉลาด ทะเยอทะยาน และมีความมั่นใจว่าการปฏิวัติในโลกจะประสบความสำเร็จและตัวเขาเป็นส่วนหนึ่งในนั้น

            จากนั้นอะไรๆหลายประการก็เปลี่ยนแปลงไป หลังจากเขาออกจากค่ายกักกันและถูกเนรเทศ ทัศนะทางการเมืองที่แหลมคมสร้างคำถามมากมายขึ้นแก่ตัวเขา นั่นทำให้เขาลดความหุนหันพลันแล่นลง ทั้งจากความล้มเหลวที่ผ่านมา จากการสะท้อนสิ่งต่างๆรอบตัว และจากการวิเคราะห์ตนเองอย่างถ้วนถี่

            ไม่เพียงแต่ Solzhenitsyn จะได้ค้นพบเลือดรักชาติและแรงศรัทธาพระคริสต์แต่วัยเด็กในตัวเอง เขาพบว่าการมีน้ำเสียงที่ห้าวหาญ กร้าน และท่วงทีปรักปรำ กำลังทำให้พรสวรรค์ทางด้านวรรณกรรมของตนเองเสียหาย      

            ณ เวลานั้น เขาเริ่มเขียนบทละคร (ในหัวอีกคำรบ) โดยใช้บรรยากาศของค่ายกักขังที่ตนเองเคยสังกัดมาเป็นฉาก และรวบเอาช่วงเวลาให้มาบรรจุอยู่ในวันเดียว ไม่เอาตนเองเป็นตัวละครหลัก ทั้งนี้เพื่อเปิดทางให้ตัวละครที่มีความหลากหลายอื่นๆเข้ามามีส่วนร่วม

 

โลกใบเล็กของโศกนาฏกรรม

 

ในปี 1951 ขณะที่เขายังอยู่ในค่ายใช้แรงงาน Ekibastuz เขาก็ได้เกิดความคิดเรื่องการเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับคุก Gulag ขึ้น-เปล่าเลย, มันไม่ใช่การบันทึกอัตชีวประวัติแห่งความเป็นวีรบุรษยามวัยเยาว์ของเขาดอก-มันเป็นเพียงงานชิ้นสั้นๆ โดยค่ายกักกันถูกมองผ่านสายตาของนักโทษผู้หนึ่ง ผู้ซึ่งเคยเป็นกรรมกรมาก่อน และที่สำคัญ มันเป็นการมองถึงวันดีๆ ในค่ายกักกันอันเลวร้ายแห่งนั้นด้วยซ้ำไป! ผลคือมันกลายเป็นงานประพันธ์ชิ้นเอกของเขา-One Day in Life of Ivan Denisovich

            เรื่องราวของ Ivan Denisovich คลี่คลายไปในท่วงทำนองที่ค่อนข้างเกรี้ยวกราดและปรักปรำ และมันไม่ได้ถูกจัดให้อยู่ใงานเขียนเชิงวิชาการ เชิงประวัติศาสตร์ หรือแม้แต่เชิงศีลธรรม หากแต่มันเป็นเรื่องราวในวันธรรมดาของตัวเดินเรื่องที่ทำให้ Solzhenitsyn เริ่มอาชีพในฐานะนักเขียนหลักจากนั้นอีกทศวรรษต่อมา เมื่อผู้นำโซเวียต นิกิต้า ครุสเชฟ ยอมให้งานเขียนของเขาตีพิมพ์ได้เพราะมันสนับสนุนการโจมตีโจเซฟ สตาลิน และมรดกที่ผู้นำคนนี้ทิ้งเอาไว้แก่โซเวียต

            สารจากนิยายเรื่องนี้บอกกับคนอ่านว่า หาก Gulag คือค่ายกักกันที่ค่อนข้างดี และถึงขนาดค่อนข้างมีความสุขด้วยซ้ำในวันนั้นของนิยาย-ชีวิตจะเป็นเช่นไร ในค่ายที่ป่าเถื่อนรุนแรงทางเหนือและที่เมือง Kolyma ที่ไกลออกไปทางตะวันออก? และจะอีกกี่ล้านวันที่ทั้งดีและร้ายที่ถูกใช้โดยพลเมืองโซเวียตอีกเป็นล้าน ซึ่งถูกเนรเทศไปค่ายกักกันเหล่านี้ปีแล้วปีเล่า และอีกทั้งจำนวนมากที่ไม่มีวันหวนคืนกลับมา?

            Solzhenitsyn ธำรงขนบนักเขียนรัสเซียเอาไว้โดยแท้ กล่าวคือเขามองว่า นักเขียนใช่ว่าเพียงแต่เขียนได้ดีเท่านั้น แต่ต้องเปล่งเสียงร้องแห่งความเจ็บปวดและความปรารถนาของสังคมออกมาให้ได้ เขาจึงถือความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นเรื่องใหญ่-นั่นทำให้เหล่างานเขียนแนวหลังสมัยใหม่สัมพัทธ์ที่ทยอยออกมาในปลายศตวรรษที่ 20 เป็นของแปลกปลอมสำหรับเขา

            แนวทางการเขียนของเขา กลับเป็นไปในลักษณะทำนาย สั่งสอน หรือเป็นเครื่องขยายเสียงมากกว่า ทั้งที่ในท้ายที่สุด ตัวเขาเองก็เป็นเพียงชาวรัสเซียคนหนึ่ง ซึ่งเจ็บปวดกับอาชญากรรมและความจาบัลย์ที่เพื่อนร่วมชาติของเขาต้องทนรับ ทั้งช่วงก่อนสหภาพโซเวียตล่มสลาย และยุคปัจจุบัน ในประเทศรัสเซียที่สุดแสนโกลาหลแห่งนี้

            สำหรับ Solzhenitsyn แล้ว ความผิดถูก ความดีชั่ว ต่างมีอยู่จริง อย่างไรก็ตาม จากบทกลอนที่เขาประพันธ์ในหัวขณะยังอยู่ในค่ายกักกันเมื่อกว่า 60 ปีที่แล้วนั้น เส้นแบ่งของความดีและความชั่วนั้น ไม่ได้ขีดลงระหว่างกลุ่มต่างๆ อุดมการณ์ต่างๆ หรือกองทัพต่างๆ ดอก-หากแต่มันขีดลงไปตรงหัวใจของแต่ละปัจเจกบุคคล ซึ่งแปรผันไปเสมออย่างไม่หยุดหย่อน

            บทประพันธ์ชิ้นที่ดีที่สุดของเขา ดึงเอาพลังมาจากความตึงเครียดระหว่างพันธกิจที่เขาตั้งมั่น-ที่เขาเคยเรียกนักเขียนว่า “รัฐบาลชุดที่สอง”-และความตระหนักว่านักเขียนจะต้องอดกลั้นความเกรี้ยวกราดของตนเองเพื่อฝึก “การกำหนดขอบเขตของตนเอง” ทั้งนี้เพื่อบ่มเพาะประสบการณ์ และทิ้งพื้นที่เอาไว้ให้คนอ่านเข้าไปตีความในวรรณกรรมของเขาเองโดยไม่ได้ชี้นำ

            Solzhenitsyn มีทั้งผู้สนับสนุนและศัตรูทางการเมืองตลอดชีวิตการเป็นนักเขียนของเขา แต่ในบทประพันธ์ One Day in the Life of Ivan Denisovich และในบทประพันธ์อื่นของเขาเช่น The First Cycle นั้น เป็นผลงานที่มากไปกว่าแค่เรื่องการเมือง

           

          ผลงานของเขาคือความสำเร็จแห่งรัสเซียอย่างแท้จริง

 

Alexander Solzhenitsyn

เกิด 11 ธันวาคม 1918

1945 ถูกจับกุม 8 ปีในข้อหาต่อต้านกิจกรรมของรัฐ

1962 บทประพันธ์ One Day in the Life of Ivan Denisovich ตีพิมพ์ในรัสเซีย

1970 ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม

1974 หนังสือเล่มแรกในชุด The Gulag Archipelago  ได้รับการตีพิมพ์

13 กุมภาพันธ์ 1974 ถูกเนรเทศจากแผ่นดินแม่รัสเซีย

1994 กลับสู่มาตุภูมิ

3 สิงหาคม 2008 เสียชีวิตในรัสเซีย

 

แปลจากบทความ Solzhenitsyn: A tortured patriot

โดย Michael Nicholson

อาจารย์ภาษารัสเซีย มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด

โดย Preedee

 

กลับไปที่ www.oknation.net