วันที่ เสาร์ สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เสียงจากเยาวชนอุดรฯ พวกเราไม่ต้องการความรุนแรง


  

เช้าวานนี้ได้แวะเข้าไปเยี่ยมเว็บไวต์ไทยเอ็นจีโอ เห็นข่าวกิจกรรมการเคลื่อนไหว “เยาวชนอุดรฯร่วมใจ ห่างไกลความรุนแรง” ของน้องๆ ที่อุดรฯ แล้วอดปลื้มใจแทนพี่น้องคนไทยคนอื่นๆไม่ได้ หวังว่าเสียงจากเยาวชนเหล่านี้ จะเป็นเสียงเรียก “สติ” ของพวกผู้ใหญ่ ที่กำลังเดินเข้าไปสู่วัฏจักรแห่งความรุนแรง กลับคืนมาได้บ้าง

ฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้มากไปกว่านี้ นอกจากจะส่งเมล์ถึงเพื่อนๆ เขียนเมล์ไปให้กำลังใจน้องๆ ตามอีเมล์ ที่อยู่ใต้ข่าว และแบ่งปันเรื่องราวสู่วงกว้าง ผ่านพื้นที่บล็อกของตัวเอง โดยหวังว่าเรื่องราวของเยาวชนอุดร จะได้สร้างแรงบันดาลใจ ให้กับผู้ผ่านทางทั้งหลาย

เพื่อนคนหนึ่งที่ออสเตรเลีย หลังจากได้อ่านข่าวชิ้นนี้แล้ว เขาเขียนเมล์กลับมาว่า “ขอบคุณที่ส่งข่าวที่แสนดีขนาดนี้มาให้ (ไม่เคยได้รับข่าวที่อ่านไปยิ้มไปขนาดนี้มาก่อน)” และมีคำถามถามต่อมาว่า “ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย response ยังไงบ้างไหม” 

คิดว่าหลังจากที่เราได้อ่านข่าวชิ้นเล็กๆ ชิ้นนี้ ก็คงจะอดยิ้ม และอยากจะแบ่งปันเรื่องราวนี้ ให้กับคนข้างๆ ไม่ได้

เสียงจากเยาวชนอุดรฯ "พวกเราไม่ต้องการความรุนแรง"
โดย : ศุภดี วนประภาเวช
เมื่อ : 4/08/2008 10:17 AM

กลุ่มเยาวชน จากสถาบันการศึกษาต่างๆ ในจังหวัดอุดรธานี จำนวนกว่า 50 คน ร่วมกันเดินรณรงค์ เพื่อแสดงเจตนารมณ์ให้ผู้ใหญ่ในจังหวัดอุดรธานี และผู้ใหญ่ทั้งประเทศได้รับรู้ว่า เด็กอุดร ไม่ต้องการความรุนแรง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดอุดรธานี : วานนี้ (1 ส.ค.) เวลา 16.00 น. กลุ่มเยาวชนซึ่งเป็นนักเรียนจากโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล และโรงเรียนสตรีราชินูทิศ จำนวนกว่า 50 คน ร่วมกันจัดกิจกรรม "เยาวชนอุดรฯ ร่วมใจ ห่างไกลความรุนแรง" เป็นการเดินรณรงค์เพื่อประกาศเจตนารมณ์ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงต่อปัญหาความขัดแย้ง และแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่สวน สาธารณะ หนองประจักษ์ศิลปาคม เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยขบวนรณรงค์ประกอบไปด้วยป้ายผ้าสีฟ้าซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพ มีข้อความ 
"เยาวชนอุดรร่วมสร้างสรรค์สันติวัฒนธรรมในสังคม" "เด็กๆอยากให้ พ่อ แม่ พี่ น้อง ชาวอุดรรักกัน สามัคคีกัน" "ตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอน ผู้ใหญ่อุดรพึงตระหนัก" "เรียนรู้การแก้ปัญหา ด้วยสติปัญญา อย่างสร้างสรรค์ ด้วยสันติวิธี" และมีการแจกใบปลิว หัวข้อ "มีใครคิดเหมือนฉันบ้าง..?" และข้อความ อาทิเช่น "ฉันอึดอัดใจที่ผู้ใหญ่คุยเรื่องการเมืองด้วยคำหยาบคาย อาฆาตแค้น และจ้องทำลายฝ่ายตรงข้าม" "ประชาธิปไตยคืออะไร? ใช่ความใจกว้าง ยอมรับความเห็นที่แตกต่าง เคารพกฎหมาย และไม่ใช้ความรุนแรง ...ฉันเข้าใจถูกมั้ย" "ฉันยังเป็นเด็ก สักวันจะโตเป็นผู้ใหญ่แต่ฉันกลัวจัง! กลัวสังคมที่ผู้ใหญ่ไม่มีเหตุผล ไม่เคารพสิทธิของผู้อื่น ยึดเอาเหตุผลตัวเองเป็นใหญ่" เป็นต้น

ทั้งนี้ ขบวนรณรงค์ของเยาวชน ได้ออกเดินเท้าจาก โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล โดยมีกลุ่มลูกเสือทำหน้าที่ดูแลรูปขบวน และเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยอำนวยความสะดวก ผ่านโรงเรียนโรงเรียนสตรีราชินูทิศ เพื่อเสริมขบวน ก่อนจะเดินต่อไปยังวัดโพธิสมภรณ์ อ.เมือง จ.อุดรธานี เพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา โดยการสวดมนต์ นั่งสมาธิและแผ่เมตตา ซึ่งระหว่างการเดินเท้ารณรงค์นั้นฝนได้ตกลงมาตลอดเส้นทาง ประกอบกับเป็นช่วงเวลาโรงเรียนเลิกทำให้ถนนคับคั่งไปด้วยรถ และสองฝั่งถนนเต็มไปด้วยนักเรียน ผู้ปกครอง และคนทั่วไป ซึ่งต่างให้ความสนใจกับขบวนรณรงค์และชื่นชมในความตั้งใจและความกล้าแสดงออกของกลุ่มเยาวชนดังกล่าว 

ภายหลังเสร็จพิธีกรรมทางศาสนาตัวแทนกลุ่มเยาวชนนำโดยนายพงศธร คันธา หรือ บาส นักเรียนชั้นม.6/12 และนางสาวเคียงขวัญ ศักยพันธ์ หรือ ขวัญ นักเรียนชั้น ม.6/5 โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล ได้ประกาศถ้อยคำแถลงของกลุ่มเยาวชน และร่วมกันร้องเพลงเสียงจากคีตาญชลี โดยข้อความในถ้อยคำแถลงดังกล่าวมีใจความ ว่า เราเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นเดียวกับคนอุดรฯส่วนใหญ่ แต่เราจะไม่นิ่งเฉย เราอับอาย และเศร้าใจที่คนบ้านอื่นเมืองอื่นเขาหาว่าคนอุดรฯป่าเถื่อน เราขอไว้อาลัยต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และอยากจะวิงวอนให้ชาวอุดรฯช่วยกันทำในสิ่งเหล่านี้

1. ประชาธิปไตยคือความใจกว้าง ยอมรับความเห็นที่แตกต่าง เคารพกฎหมาย และไม่ใช้ความรุนแรง
2. การดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของกลุ่มต่างๆเป็นเรื่องที่ดีตามระบอบประชาธิปไตย แต่ต้องไม่ทำร้ายกัน และใช้แนวทาง
"สันติวิธี "
ขอให้ผู้ใหญ่เป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชนในการแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตยอย่างเหมาะสม
3. ขอให้ผู้ใหญ่ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์และความรู้สึก เคารพสิทธิของผู้อื่น อย่าใช้คำหยาบคาย คำยั่วยุในที่สาธารณะหรือในสื่อต่างๆอันจะนำไปสู่ความรุนแรง
4. มีเรื่องให้ทำตั้งมากมายในอุดรฯที่จะทำให้สังคมดีขึ้น ทั้งปัญหาเรื่องเด็ก ผู้สูงอายุ การศึกษา สิ่งแวดล้อม เมืองไร้ขยะ เมืองปลอดอบายมุข ฯลฯ ถ้าคนอุดรฯมาช่วยกัน เมืองอุดรฯคงเป็นเมืองแห่งความสุข
5. เรามีสิทธิและหน้าที่ และหน้าที่สำคัญของมนุษย์คือ การทำความดี และเราอยากให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองและผู้ใหญ่ช่วยกันทำความดี โดยอย่าปล่อยให้เรื่องไม่ดีแบบนี้เกิดขึ้นอีก
6. พวกเราไม่อยากเติบโตและมีชีวิตอยู่ท่ามกลางความโกรธแค้น ทุกคนมีพ่อแม่ ญาติพี่น้อง มิตรสหาย เราอาจคิดต่างกัน แต่ก็อาศัยอยู่ในชายคาเมืองอุดรฯ และเคยช่วยเหลือเกื้อกูลกันมา คนอุดรฯทุกคน ทุกฝ่าย ต้องให้อภัยกัน มีเมตตาต่อกัน ใช้สติปัญญาอย่าให้ใครมาชักจูง อย่าทำร้ายกันหรือทำลายเมืองแสนสุขของพวกเรา
7. เมืองอุดรฯดินแดนอารยะธรรมเก่าแก่ ดินแดนธรรมะ คนอุดรฯเคารพความแตกต่างทางเชื้อชาติและศาสนา มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย สงบ สวยงาม และน่าอยู่ อย่าทำลายอุดรฯ เพียงแค่ผลประโยชน์ทางการเมืองของคนบางกลุ่ม

ถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนต้องช่วยเหลือส่วนรวม โดยไม่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ตอนนี้พวกเรายังเป็นเด็กและเป็นเยาวชน เราก็อยากจะเห็นผู้ใหญ่แสดงตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เยาวชน เพื่อวันข้างหน้าเราจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีเหตุผล มีความเป็นธรรม เคารพต่อสิทธิของตนเองและผู้อื่นอย่างเหมาะสม
หลังจากอ่านถ้อยคำแถลงการณ์แล้วกลุ่มเยาวชนได้เน้นย้ำถึงหลักการและจุดยืนของกลุ่มว่า เรายอมรับซึ่งความคิดเห็นที่แตกต่างทางการเมือง สนับสนุนให้มีกิจกรรมทางการเมืองของทุกกลุ่ม แต่เราไม่ต้องการความรุนแรงในทุกรูปแบบ เราไม่อยากอยู่ในสังคมที่มีแต่ความรุนแรง ความโกรธ อาฆาตแค้น และไม่เคารพกฎหมาย เราคิดว่า "หากเราทุกคนเข้าถึงธรรม ย่อมเข้าถึงแก่นแท้ของประชาธิปไตย"

นายพงศธร คันธา หรือบาส ตัวแทนกลุ่มเยาวชน เล่าถึงความรู้สึกและเหตุผลในการเดินรณรงค์ในครั้งนี้ว่า ในวันที่เกิดความรุนแรงขึ้นตนได้เห็นเหตุการณ์จริง และรู้สึกแย่มากๆกับสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า คนอุดรมาฆ่ากันเอง ทุกอย่างเสียหายหมด ทั้งความรู้สึกของคนนอกที่มองคนอุดร และความรู้สึกของคนอุดรเอง เลยอยากจะทำอะไรเพื่อให้ผู้ใหญ่ได้รับรู้เสียงและความรู้สึกของเยาวชน ว่าอยากให้ผู้ใหญ่ใช้เหตุผล อย่าใช้กำลัง เอาเวลาที่ทะเลาะกันมาแก้ไขปัญหาบ้านเมืองจะดีกว่า ทางด้าน นางสาวเคียงขวัญ ศักยพันธ์ หรือขวัญ ตัวแทนเยาวชนอีกคนหนึ่ง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวภายหลังเสร็จกิจกรรมรณรงค์ในครั้งนี้ว่า


" วันนี้แม้อะไรหลายๆอย่างจะดูไม่เป็นใจ ฝนที่ตกลงมาทำให้บางอย่างไม่เป็นไปตามที่วางแผนไว้ แต่เพื่อนๆกลุ่มเยาวชนทุกๆคนก็ยังใจสู้ และคิดว่าสิ่งที่พวกเรากลุ่มเยาวชนทำในวันนี้ จะทำให้เพื่อนๆเราอีกหลายๆคน และพวกผู้ใหญ่ ได้ฉุกคิดไปกับสิ่งที่เราได้ทำได้แสดงออก และช่วยกันไม่ให้ความรุนแรงเกิดขึ้นอีก และหากพวกผู้ใหญ่ฟังและทำตามคำวิงวอนของพวกเรา กลุ่มเยาวชนอาจจะออกมาเดินรณรงค์กันอีกครั้งเพื่อแสดงขอบคุณผู้ใหญ่ที่เข้าใจและเห็นเมืองอุดรเป็นบ้าน" นางสาวเคียงขวัญ กล่าว

กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมศึกษา
ตู้ปณ.14 อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000 E-mail: abba_2528@hotmail.com

 

 

 

 

 

โดย เดญาพอ

 

กลับไปที่ www.oknation.net