วันที่ อาทิตย์ สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ย้อนรอย ๔๐ ปี ...อเมริกันในหมู่บ้านมีลาย ( จบ )


..

 

ย้อนรอย ๔๐ ปี ...อเมริกันในหมู่บ้านมีลาย  ( จบ )

 

( ต่อจากเอ็นทรี่ก่อน ) ..

 

(๑๖)

เฮิร์บ  คาร์เตอร์ และ แฮร์รี่  สแตนลี่ย์  กำลังนั่งพักอยู่  สแตนลี่ย์เล่าว่า  เขาเห็นพนักงานวิทยุคนหนึ่งในสามคนของเมดิน่าเดินมาที่เขา  พนักงานคนนั้นไม่มีเครื่องวิทยุ  และพูดกับคาร์เตอร์ว่า

"ขอยืมปืนสั้นของแกหน่อย"

คาร์เตอร์ส่งปืนให้  พนักงานวิทยุรับปืนแล้วก็เดินไปที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง  เขายืนห่างเด็กราว  ๒  ฟุต แล้วก็ยิงเด็กหญิงที่คอ  เลือดพุ่งกระจายออกจากคอเด็กเล็กๆคนนั้น  หนูน้อยพยายามวิ่ง  แต่ไปได้เพียง  ๒ - ๓ ก้าวก็ล้มลง  หายใจลึกๆ อยู่  ๔ - ๕ ครั้งก็ขาดใจตาย

 

(๑๗)

ฮีเบิร์ล  เห็นเด็กเล็กๆ ๒ คน  อาจมีอายุราว ๔  หรือ ๕  ขวบ  ทหารคนหนึ่งใช้ปืน เอ็ม - ๑๖  ยิงเด็กคนแรก  เด็กคนโตก็ล้มลงบังเด็กคนเล็กไว้  ครั้นแล้วทหารก็ยิงซ้ำอีก  ๖  นัด

ทันใดนั้น  เด็กชายเล็กๆคนหนึ่ง  อายุราว ๓ หรือ ๔ ขวบ  มาจากไหนไม่รู้  ได้ปรากฎตัวขึ้นตรงทางเดินข้างหน้ากลุ่มทหารอเมริกัน  พ่อหนูได้รับบาดเจ็บที่แขน  ไมเคิล  เทอร์รี่  แจ้งว่าเห็นเด็กคนนั้นเอามืออีกข้างหนึ่งกุมแขนที่บาดเจ็บที่มีเลือดไหลพ่อหนูเบิ่งตาดูรอบๆตัว  เหมือนมีอาการช็อคและไม่เชื่อสิ่งที่ตนประสบ  เด็กน้อยยืนตาโตอยู่ที่นั่น  มองไปรอบๆเหมือนไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น  ครั้นแล้ว  พนักงานวิทยุคนหนึ่งก็ระเบิดชีวิตพ่อหนูน้อยด้วยกระสุน  เอ็ม - ๑๖  นัดเดียว

..

..

(๑๘)

ครั้นแล้ว  มีดโลและทหารอื่นๆ อีกหลายคนก็ต้อนกลุ่มชาวบ้านไปที่ลำคลอง ๒ สายนอกหมู่บ้าน  คนเกือบทั้งหมดเป็นผู้หญิงและเด็ก...

ตลอดเวลา  ชาวบ้านเวียดนามที่อยู่ริมคลองพากันร้องระงมขอความเมตตากรุณาจากทหารอเมริกัน ..

คนกลุ่มหนึ่ง  รวมถึง ผานพน กับ ภรรยาและลูกเล็กๆ ๓ คน  ถูกนำตัวไปที่ลำคลองด้วยเขากล่าวว่า

"ที่นั่น  ผมเห็นคนมากมายจับกลุ่มกันร้องไห้  โดยเฉพาะเด็กอ่อนร้องกระจองอแง  พวก จีไอ. ยืนอยู่สองฝั่งคลองเพราะฉะนั้นจึงไม่มีใครหนีไปไหนได้ ..."

"เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครพยายามหนีแล้ว  ทหารก็บังคับให้ชาวบ้านนั่งลง  ขณะเดียวกันทหาร จีไอ. อีกกลุ่มก็ไปค้นหมู่บ้านอื่นๆ เป็นหมู่บ้านย่อยเรียกว่า  บินดง  ห่างจากหมู่บ้านของเราไปประมาณ ๔๐๐ เมตร  แล้วพวก จีไอ. ก็พาชาวบ้านมาจากหมู่บ้านใหม่อีก  เอามาอยู่ที่คลองมากกว่า ๑๐๐ คน แต่เวลานั้นใครจะไปนับถ้วน..."

"ผมบอกให้ภรรยาและลูกค่อยๆเลื่อนตัวลงไปในลำคลอง  เมื่อ จีไอ. ไม่หันมาดู  เราคอยโอกาสอยู่  ครั้นแล้วก็ทำเช่นว่าอีก  ต่อมา จีไอ. ก็เริ่มยิงคนที่ยืนอยู่  แล้วยิงคนที่นั่งริมฝั่งคลองศพเหล่านั้นร่วงลงไปในน้ำทับตัวเราไว้  เราจึงไม่ได้รับบาดเจ็บ  มีตัวผมและภรรยากับลูกชาย  ๒ คน  ส่วนลูกผู้หญิงคนเล็กของผมอายุ ๗ ขวบ มีคนเดียวเท่านั้นที่บาดเจ็บตรงแขน  เพราะถูก จีไอ. ยิงมาที่คลองตอนแรกๆ เมื่อพวก จีไอ. ได้ยินเสียงชาวบ้านร้องคร่ำครวญ"

..

..

(๑๙)

หลังจากการยิงหยุดลง ๒ - ๓ วินาที  เด็กผู้ชายอายุ  ๒ ขวบ คนหนึ่งที่ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่เปรอะเลือดจากคนอื่นก็คลานขึ้นมาจากหลุมได้อย่างอัศจรรย์  พ่อหนูร้องไห้  แล้วก็วิ่งไปที่หมู่บ้านใครคนหนึ่งตะโกน 

"เฮ้ย  เด็ก"

ชั่วอึดใจใหญ่  แคลลี่ก็วิ่งตามไป  คว้าตัวเด็กคนนั้นโยนกลับลงไปในหลุมพร้อมกับยิงเด็กนั้นเสีย

 

(๒๐)

เด็กชายเล็กๆ คนหนึ่ง  พยายามเปิดเสื้อมารดาที่หาชีวิตไม่แล้วเพื่อดูดนม  ทหารอเมริกันคนหนึ่งก็ยิงเด็กคนนั้นตายทันทีในขณะที่หนูน้อยกำลังตะเกียกตะกายเพื่อดูดนมแม่  ครั้นแล้วทหารผู้นั้นก็แทงเด็กซ้ำด้วยดาบปลายปืน

หลายชั่วโมงผ่านไปนหมู่บ้านมีลาย ๔  ตั้งแต่เช้าจนบ่าย เสียงปืน เสียงระเบิด  และ เสียงร้องระงมขอชีวิตค่อยๆ เงียบไปแล้ว  เหลือแต่เสียงปะทุของเชื้อไฟจากกระท่อมที่ลุกโชติช่วงด้วยพระเพลิง  ส่งควันดำจากหมู่บ้านลอยโขมงขึ้นไปในอากาศแล้วค่อยๆจางหายไป  ยุ้งข้าวและคอกสัตว์ไหม้เป็นเถ้าถ่านเช่นเดียวกับกระท่อม 

วัวควายและสัตว์เลี้ยงอื่นๆ นอนตายกลางทุ่งนาและถูกเผาตายในคอก  หลุมหลบภัยกลายเป็นหลุมศพรวมหมู่  ผู้หญิงหลายคนสิ้นลมปราณโดยมีเด็กเล็กๆขาดใจตายในอ้อมแขน  ทั่วทุกหนทุกแห่งในหมู่บ้านเกลื่อนไปด้วยร่างอันไร้วิญญาณของราษฎรเวียดนามนับร้อยๆ พรุนไปด้วยรูกระสุนปืนและเปรอะเปื้อนไปด้วย เลือด...และเลือด

ทหารกองร้อยชาลีเริ่มถอนออกไปจากหมู่บ้านมีลายในเวลาบ่าย  ไมเคิล เบิร์นฮาร์ต กล่าวว่า

"เราไม่ได้ประสบกับการต่อต้านเลย  เห็นอาวุธที่ยึดได้  ๓ ชิ้น เท่านั้นและพวกเราไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ"

..

........................................................................

..

.. เบื้องล่างควันโขมง คือ หมู่บ้านมีลาย ๔ ภายหลังภายกองร้อยชาลีถอนตัวกลับ..

 

นั่นคือ...

ชัยชนะของทหารอเมริกัน..

ในการปฏิบัติการที่เรียกว่า "ค้นหาและทำลาย" (Search_and_Destroy) ซึ่งได้กระทำทั่วไปในเวียดนาม  รวมทั้งหมู่บ้านมีลาย ๔  ซึ่งปรากฎว่าไม่มีพวกเวียดกงอยู่ที่นั่นเลย  แต่พวกเวียดกงอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่งห่างออกไปประมาณ ๓ กิโลเมตร เรียกว่าหมู่บ้านมีลาย ๑ หรือ มีเค (My Khe)

หมายความว่า ...ปฏิบัติการของทหารอเมริกันในหมู่บ้านมีลาย ๔ กลายเป็นการโจมตีผิดเป้า !!!!

หนึ่งปีให้หลัง  เมื่อเหตุการณ์ที่หมู่บ้านมีลายถูกขุดคุ้ยขึ้นมา  ทำให้ทางการสหรัฐตกอยู่ในฐานะถูกบีบคั้นให้จัดการไต่สวนด้วยความจำใจ  ทหารในกองร้อยชาลีบางคนถูกข้อหาฆาตกรรมและข่มขื่น 

มีการตั้งศาลทหารพิจารณาโทษ  แต่แล้วทุกคนก็พ้นข้อหาในที่สุด  ..

..

.. มีผู้คนมากมายไปยังสถานที่แห่งนี้เพื่อเรียนรู้ตำนานความโหดร้ายของมนุษย์..

แม้กระทั่ง ร้อยโท วิลเลี่ยม แคลลี่ จูเนี่ยร์  ที่ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิตฐานรับผิดชอบในการออกคำสั่งวันนั้นและโดนข้อหาฆาตกรรมชาวบ้าน ๒๒ คน  ต่อมาแคลลี่ก็ได้รับการลดเหลือจำคุก ๒๐ ปี  ต่อมาอีกลดลง ๑๐ ปี  กาลเวลาค่อยล่วงไป สหรัฐก็ค่อยๆกลบเกลื่อนเรื่องมีลายทีละน้อย ในที่สุดแคลลี่ก็ได้รับคำสั่งให้ปล่อยตัว เมื่อวันที่  ๘  พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๗  ภายหลังจากที่ถูกกักบริเวณอยู่เพียง  ๓  ปี  โดยไม่มีวี่แววของการถูกจองจำเยี่ยงอาชญากรแต่อย่างใด

แคลลี่ใช้ชีวิตอยู่ในอพาร์ทเมนท์ชายโสดที่หรูหราในกรมทหาร ฟอร์ด เบนนิ่ง  เพียบพร้อมไปด้วยเครื่องบำรุงบำเรอความสุขต่างๆ และบ่อยครั้งก็มีเพื่อนหญิงมาเยี่ยมเยียนเป็นประจำ

..

.. แคลลี่เดินอย่างสบายใจหลังถูกปล่อยตัว..

ค่าของชีวิตมนุษย์  ๕๐๐ ชีวิต ในหมู่บ้านมีลายสลายไปเหมือนควันไฟจากกระท่อที่ถูกเผาเป็นชีวิตที่คนอเมริกันสามารถฆ่าเล่นหรือทำอะไรๆก็ได้โดยไม่มีโทษ  หมู่บ้านมีลายไม่ใช่แห่งแรกและแห่งสุดท้ายที่อเมริกันทำเช่นนี้  และ เวียดนามก็ไม่ใช่ประเทศเดียวที่มีกองทหารอเมริกันเข้าไปตั้งวางอำนาจอยู่

โศกนาฏกรรมในหมู่บ้านมีลายปิดฉากลงแล้ว  แต่พฤติการณ์ "ของ" อเมริกัน และ "แบบ" อเมริกันยังไม่จบไปง่ายๆหากได้ระบาดไปทั่วทุกหนทุกแห่งที่ทหารอเมริกันมีบทบาทอยู่หรือทาสอเมริกันในชาตินั้นๆ ได้ถูกเสี้ยมสอนให้กระทำการอยู่ในประเทศของตน

นี่คือ  "ความช่วยเหลือ"  ที่อเมริกันให้แก่ต่างประเทศ

นี่คือบทเรียนจากทหารอเมริกันสำหรับประเทศต่างๆ...รวมทั้งไทย !!!!

....................................................................

เอกสารอ้างอิง

อ้างอิงและรวบรวมข้อมูลจากหนังสือ "อเมริกันอันธพาลโลก"  รายงานของกลุ่มพิทักษ์ไทยแห่งสหรัฐอเมริกา จัดพิมพ์โดย  องค์การบริหาร  องค์การนักศึกษา  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  มีนาคม ๒๕๑๙

เอกสารค้นคว้า  ที่ทางกลุ่มพิทักษ์ไทยแห่งสหรัฐอเมริกา  นำมาแปลและอ้างอิง มีหลายแหล่งที่มาดังนี้ ..

เอกสารค้นคว้า

Martin  Gersen      :  Destroy or Die  (Arlington  House, New  York, 1971)  12

Richard  Hammer  :  One Morning in the War (Coward-Mc Cann, New York, 1970) 13/14/15/17/18  

Semour M. Hersh  :  My Lai 4 (Random House, New York, 1970) 1/2/3/4/5/6/7/8/9/10/16/19/20

ส่วนเรื่องตอนอื่นๆ ส่วนมากอยู่ในหนังสือดังกล่าว  โดยเฉพาะสองเล่มหลังซึ่งดีมาก  ซีมอร์  เฮิร์ช  เป็นคนแรกที่รายงานข่าวเปิดเผยเรื่องหมู่บ้านมีลาย  ภายหลังเกิดเหตุหนึ่งปี

สภาพชีวิตของ ร้อยโท วิลเลี่ยม แคลลี่ จูเนี่ยร์ ในอพาร์ทเมนท์หรูหราและข่าวการตัดสินปล่อยตัว  มาจากหนังสือพิมพ์ Focal Point, Nov. 22-Dec. 13,1974  Santa  Monica, California

...................................................................

ขอบคุณเว็บไซต์ที่ใช้ค้นคว้าข้อมูลและรูปภาพประกอบเรื่อง (เพิ่มเติม)

http://www.law.umkc.edu/faculty/projects/ftrials/mylai/MYLAI.HTM

http://www.wright-photo.com/mylai3.htm

http://www.asiapac.org.fj/cafepacific/resources/david_archive.html

http://en.wikipedia.org/wiki/My_Lai_Massacre

http://en.wikipedia.org/wiki/Seymour_Hersh#My_Lai_Massacre

http://skimmens.blogspot.com/2008_03_01_archive.html

แนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการอ่านเรื่องราวอื่นๆเพิ่มเติม ในเอกสารชื่อเรื่อง

INTO THE DARK: THE MY LAI MASSACRE  จากเว็บไซต์...

http://www.trutv.com/library/crime/notorious_murders/mass/lai/index_1.html

................................................................................................

..

.. หลุมหลบภัยในปัจจุบันหนูน้อยต่างยืนแอ๊คท่าเท่ห์ๆให้ถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก ..

 

     
  
 

โดย vincentoldbook

 

กลับไปที่ www.oknation.net