วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ดาวจร + โค้งสุริยาตร์ ใช้พิจารณาได้จริงหรือ ?


            ทราบจากบล็อกเพื่อนบ้านของ “คุณอธิ อัฐกาล” ผู้ใจดีแถมขยันขันแข็ง หมั่นเขียนเนื้อหาให้ใครต่อใครอ่านกันไม่หวาดไม่ไหว ความรู้ทั้งนั้นเลย และวันนี้ผมเกิดอยากลองเขียนดูบ้าง เพราะเป็นความรู้ใหม่ที่ทราบจากในบล็อกดังกล่าวว่า มีครูบาอาจารย์ท่านได้เคยกล่าวไว้ว่า “ดาวจรนั้น ต้องบวกด้วยค่าโค้งจึงจะเป็นดาวจรของเจ้าชะตานั้นๆ” นัยว่าดาวจรนั้นจะมีน้ำหนักในการพยากรณ์เป็นพิเศษกับคนนั้นๆโดยเฉพาะหากบวกสมผุสกับค่าโค้งสุริยาตร์ ซึ่งคงหมายถึงเมื่อตั้งแกนสำรวจที่จุดนั้นแล้วได้ Aspect กับดาวในพื้นดวงหรือจุดเจ้าชะตา ซึ่งนี่เป็นประโยคที่ชวนให้ต้องพิสูจน์ว่า ดาวจร+โค้ง มันจะพิเศษกว่าดาวจรปกติ หรือจะมีผลกับการออกคำพยากรณ์ได้จริงหรือไม่? จะมีความน่าสนใจขนาดนั้นจริงหรือ หากคุณก็สงสัย ผมว่าเราลองมาพิจารณาไปพร้อมๆกันเลยครับ ผมตั้งสมการดังนี้ครับ

 

 

SUv = SUr + v ......... (1)

ความหมาย : อาทิตย์จรสุริยาตร์ (SUv) = อาทิตย์กำเนิด (SUr) + ค่าโค้งสุริยาตร์ (v)

v = SUv - SUr .......... (2)

ความหมาย : ค่าโค้งสุริยาตร์ (v) อาจหาได้จากการนำสมผุส SUv - SUr

At + v = SUr ........... (3)

ความหมาย : ดาวจรใดๆ (At) จะมีน้ำหนักในการพยากรณ์ก็ต่อเมื่อได้ Aspect กับดาวกำเนิด

 

            ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันก่อนครับว่า... เนื้อหานี้เป็นสมการและการพยายามตีความด้วยทฤษฎีทางโหราศาสตร์ซึ่งจะไม่เหมือนกับสมการทางคณิตศาสตร์เสียทีเดียวนะครับ แต่เรื่องของสมการและกฎการสลับตำแหน่งเพื่อให้สมการเป็นจริงนั้นเป็นเรื่องที่เหมือนกัน ดังนั้นเราอาจใช้สมการมาเปรียบเทียบเพื่อหาตัวแปรที่อยากทราบได้ แต่ท่านที่ไม่ใช่นักโหราศาสตร์อาจต้องเตรียมใจไปงง...ง กันตอนท้ายบทความนิดหน่อย เอาล่ะครับถ้าเข้าใจแล้วก็เริ่มกันเลย

 

            สมการในข้อ (1) และข้อ (2) นั้นเป็นเรื่องที่เรารับรู้และยึดเป็นทฤษฎีทางโหราศาสตร์กันอยู่แล้วแต่ข้อ (3) นั้นตั้งสมการตามคำที่อยากทดสอบ (เช่นเดียวกับที่คุณอธิ ได้นำเสนอในบล็อก) โดยจะนำมาแปลงเล่นด้วยสมการในข้อ (1) หรือข้อ (2) ต่อไปครับ แต่ที่เขียนเป็น (1) (2) และ (3) นี่เพื่อเอาไว้อ้างอิงเวลากล่าวถึงเท่านั้นเองครับ ดังนั้นเมื่อเราเชื่อว่า [ v = SUv - SUr ] เป็นจริงตามสมการในข้อ (2) ดังนั้นผมจึงแทนค่า v ในสมการ (3) ด้วย SUv – Sur เพื่อจะดูว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง ปรากฏว่าสนุกกว่าที่คิดครับ ส่วนจะได้ความว่าอย่างไรก็ค่อยๆดูกัน ผมจะถอดสมการช้าๆ ทีละบรรทัดครับ

 

At + (SUv - SUr) = SUr

At + (+SUv) + (-SUr) = SUr

At + SUv - SUr = SUr

At + SUv = SUr + SUr

At + SUv = 2SUr

(At + SUv)/2 = 2SUr/2

ได้ว่า...

 

(At + SUv)/2 = SUr ........... (4)

ความหมาย : ศูนย์รังสีชุด At/SUv = SUr

 

 

            อธิบายเพิ่มอีกสักเล็กน้อยครับว่า ในทฤษฎีทางโหราศาสตร์ (A+B)/2 เราทราบกันว่าเป็นสมการของ "ศูนย์รังสี" หรือเป็นจุดที่ทั้งปัจจัย A และ B แสดงผลร่วมกันอย่างสมดุล (คือเอาสมผุสของปัจจัยทั้งสองมาบวกกันแล้วหารสองไงครับ) โดยในทางโหราศาสตร์จะใช้สัญลักษณ์ A/B หมายถึงศูนย์รังสีของปัจจัย A กับปัจจัย B ไม่ใช่การเอา A หาร B นะครับ ส่วนเรื่องของการเท่ากันโดยใช้เครื่องหมายเท่ากับ “=” นั้นในทางโหราศาสตร์เราไม่ได้หมายถึงการเท่ากันของค่าตัวเลขที่เป็นผลของสมการทั้งสองข้าง หากแต่หมายถึงการส่งอิทธิพลถึงกันโดยผ่านมุมสัมพันธ์ต่างๆ (ซึ่งเรื่องนี้ถ้ามีโอกาสผมจะขยายความอีกครั้งเรื่องของ มุมสัมพันธ์หรือ Aspect ครับ ติดไว้ก่อนนะ) ซึ่งศูนย์รังสีนั้นจะนำไปใช้พยากรณ์เป็นความหมายผสมของทั้งสองปัจจัย ซึ่งตีความขึ้นมาได้มากมายตามแต่ที่ความหมายของทั้งสองปัจจัยจะสามารถผสมกันออกมาได้ แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่า สมการข้อ (3) และสมการข้อ (4) นั้นต่างก็มีข้างหนึ่งของสมการที่เท่ากันคือ SUr ซึ่งทำให้สรุปได้ว่าสมการนี้ให้ผลของ ปัจจัยจร + ค่าโค้งสุริยาตร์ (At + v) เท่ากับการที่มีศูนย์รังสีของดาวจรกับดาวกำเนิด+โค้งสุริยาตร์กำลังทำมุมกันอยู่ (At/SUv) ดังนั้นจึงเหมือนคำสนับสนุนว่า...

 

            ... "ถ้าเราพบว่ามีดาวจร (At) บวกค่าโค้งสุริยาตร์ (v) ไปทำมุมกับ ดาวกำเนิดใดๆ (ในที่นี้เพื่อให้คุ้นตาเราใช้ SUr คือ อาทิตย์กำเนิดมาแทนค่า) ตามสมการที่ (3) นั่นย่อมแสดงว่า กำลังมีศูนย์รังสีของปัจจัยจร(At)กับปัจจัยโค้ง(SUv) กำลังทำมุมอยู่กับปัจจัยกำเนิด (SUr) ตามสมการที่ (4) นั่นเอง" แหมดูๆไปแล้วเหมือนกับจะพูดได้ว่าสมการลักษณะนี้บอกถึง การครบวงจรจากปัจจัยฟ้า(t) มีสู่ปัจจัยกำเนิด(r) อันเป็นผลมาจากอายุที่เจริญขึ้น (+v) นั่นเองครับ

 

            สิ่งที่น่าคิดหรือความรู้จากการแกะสมการครั้งนี้ก็คือ การพยากรณ์และให้น้ำหนักในกรณีนี้นั้น จะต้องพึงระวังไม่พิจารณาออกคำพยากรณ์เหมือนกับเวลาที่เราพบ "ปัจจัยโดดทำมุมกับปัจจัยโดด" เพราะนี่เป็น "ศูนย์รังสีทำมุมกับปัจจัยโดด" แถมเป็นศูนย์รังสีของปัจจัยที่มีที่มาคนละอย่างกันด้วย อืม... ผมไม่ได้บอกว่ามันไม่แรงนะครับเพราะผมยังขาดประสบการณ์ในการทำนายอยู่มาก แต่เห็นๆจากสมการแล้วว่า ถ้ามันจะแรงมันก็เป็นไปได้จากการที่มันเป็นสมการที่ "ยืนยันการเกิดจากดาวจรทั้งสองหมวด" คือ ทั้งดาวจรปัจจุบัน และดาวจรสุริยาตร์ เลยทีเดียว เอาเป็นว่า พิสูจน์ได้แล้วว่า “มันทำงานได้” เพราะ เมื่อเห็นตามสมการที่ (3) ได้นั้นก็แสดงว่าจริงๆแล้วมีสมการอย่างข้อ (4) คือศูนย์รังสีกำลังทำงานอยู่ แต่สมการแบบข้อ (4) นั้นสังเกตได้ยากกว่านั่นเอง จึงนับได้ว่านี่เป็นอีกหนึ่ง "ภูมิปัญญา" ที่บูรพาจารย์ได้สอดแทรกเอาไว้ให้อนุชนรุ่นหลังนั่นเองครับ

 

            ก่อนจบบทความนี้ ขอสรุปความรู้ในประเด็นนี้ย่อๆ แบบพลพรรคโหรามาอ่าน ห้าบรรทัดเข้าใจกันในทันทีเลยดังนี้ครับ

 

ถ้าสำรวจพบว่า SAt + v = SUr ก็แสดงว่าในดวงมีสมการ SAt/SUv = SUr  

ถ้าสำรวจพบว่า SAt + v = MOr ก็แสดงว่าในดวงมีสมการ SAt/MOv = MOr

ถ้าสำรวจพบว่า JUt + v = NOr ก็แสดงว่าในดวงมีสมการ JUt/NOv = NOr

 

            สามบรรทัดนี้เป็นตัวอย่างครับ สำหรับจุดอื่นๆ ก็ลองพิจารณากันดูตามสีสรรด้วยนะครับ และต้องระลึกไว้เสมอว่า “เรามองหาจุดพยากรณ์ด้วยสมการแบบซ้ายมือง่ายกว่า แต่เมื่อต้องออกคำพยากรณ์ สิ่งที่ทำงานอยู่คือ สมการทางด้านขวามือครับ

 

หวังว่าจะพอเป็นความรู้และจุดประกายความคิดให้สังเกตเรื่องอื่นๆในวงการได้ไม่มากก็น้อยครับ

สวัสดีครับ

 

โดย holis

 

กลับไปที่ www.oknation.net