วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โลกไซเบอร์ .. ห้วงสมุทรนี้.ไร้ตัวตนจริงหรือ ??


.

.

 MARLIN : “All right, we’re excited. First  day of school, here we go. We’re ready to learn to get some knowledge. Now, What’s the one thing we have to remember about the ocean ?” 

NEMO     : “It’s not safe”

 

มาร์ลิน    : “เอาล่ะ  ตื่นเต้นจัง  ไปโรงเรียนวันแรก  ออกเดินทางกันเลย  เราพร้อมที่จะเรียนรู้ทุกอย่าง  ไหนบอกพ่อซิว่า ...สิ่งที่ต้องจดจำเรื่องเกี่ยวกับมหาสมุทรคืออะไร

 นีโม        : “ไม่ปลอดภัย”

 

คัดลอกจาก .. การ์ตูน โลกใบใหญ่ของความรักและจินตนาการ  สถาบันการ์ตูนไทย มูลนิธิเด็ก .. 

 

............................................................................................

 

  

 โลกไซเบอร์ .. ห้วงสมุทรนี้.ไร้ตัวตนจริงหรือ ?? 

 

ช่วงปีสองปีผ่านมานี้ ทุกๆวันของชีวิต ฉันมักใช้เวลาส่วนหนึ่งของวัน อยู่กับการนั่งไล่เรียง เขียน อ่าน  และ ครุ่นคิด ไปตามตัวอักษรของเรื่องราวต่างๆมากมายบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ 

อินเตอร์เน็ท ทำให้เราเดินทางออกไปนอกบ้านได้ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น และ หลากหลายหนทางไปมากขึ้น

แต่นั่นแหละ ..

 

บนความเรียบง่ายมักมีความยุ่งยากแฝงไว้อยู่เสมอ ..

ความยุ่งยากที่มาพร้อมกับ..ความวกวนในจิตใจของเพื่อนมนุษย์ร่วมโลกเดียวกันกับเรา  ผสมผสานเข้ากับความวกวนสับสนในจิตใจของตัวเราเอง .. 

 

ที่บางครั้งก็มักจะ หวาดระแวง และ หวาดหวั่น ต่อการคิด ต่อการอ่าน ต่อการเขียน ของตัวเราเอง ..แต่ในบางครั้งกลับ กล้าคิด กล้าเขียน และ กล้าหาญ ต่อสถานการณ์บางช่วงบางเวลาได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ 

ในสังคมของโลกไซเบอร์.. 

หลากหลายผู้คน มิเผยตัวตน และ มิเผยจิตใจ 

หลากหลายผู้คน เผยตัวตน ทว่า.. มิเผยจิตใจ .. 

หลากหลายผู้คน เผยจิตใจ  ทว่า.. มิเผยตัวตน 

หลากหลายผู้คน ก็เผยออกมาให้เห็นหมด ทั้งตัวตน และ ทั้งจิตใจ ..

ซึ่งสุดแท้แต่ว่า ใคร ??..จะเผยด้านมืด หรือ ด้านสว่างของตัวเองออกมา แตกต่างกัน.. 

มนุษย์เรานั้น มีสองด้าน สามด้าน สี่ด้าน หรือ หลายๆด้าน ให้เราได้มองหาและคิดถึงอยู่เสมอๆ.. 

ในโลกไซเบอร์นี้.. 

เฉกเช่นกัน.

ฉันจินตนาการเห็นชีวิตเพื่อนร่วมสังคมหลากหลายชีวิต .. 

ฉันสะท้อนมุมมอง แนวคิด และ ตัวตนที่แท้จริงของมิตรภาพมากหน้าหลายตา.. 

ที่วนเวียนผ่านเข้ามาประชัน บรรเลง งานคิด งานเขียน กันบนเวทีคีย์บอร์ดผ่านตัวอักษร ถ้อยคำ ร้อยแก้ว ร้อยกรอง บทความ เรื่องเล่า เรื่องจริง เรื่องแต่ง และ ข่าวสารที่พวกเขาต่างพากันนำเสนอสู่สังคม ..

 

ฉันเคยมองเห็นตัวตนของใครบางคน ความมีสาระ มีชีวิตชีวา..ของใครบางคน??.. มาโดยตลอด

พอๆกับที่ฉันเอง ..มองเห็นความไร้ตัวตน ความไร้สาระ ความไร้ชีวิตชีวา..ของใครบางคน ?? .. 

ฉันเคยถามตัวฉันเองบ่อยๆว่า ..โลกไซเบอร์ ...สังคมนี้ที่ไร้ตัวตนจริงหรือ ??... 

หรือมันเป็นเพียงถ้อยคำสมมติที่เรานำมานิยามความให้กับ.. 

ความมีอยู่จริงของ มนุษย์ผู้มีชีวิต เลือดเนื้อ มีมันสมองและ มีจิตใจ ในสังคมนี้แค่นั้นเอง ..  

 ฉันเชื่อเสมอว่า ..

สังคมโลกไซเบอร์เป็นสังคมที่มีตัวตนมาโดยตลอดเวลา ตัวตนจริงๆที่ไม่จำเป็นต้องแสดงออกให้เห็นในกิริยาท่าทางที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ทางกายภาพ ..  

  

มโนธรรมในจิตใจ ห้วงคิดและจินตนาการในหัวสมอง ที่มันตกตะกอนเป็นไอเดีย เป็นเรื่องราวที่นำเสนอออกไป นี่ก็คือ เนื้อแท้ๆของโลกแห่งวัตถุที่จับต้องได้เช่นเดียวกัน ..

 

เราสัมผัสรับรู้ถึงมันได้ เมื่อมันเริ่มไหลผ่าน ตัวอักษร และ ถ้อยคำต่างๆที่นำเสนอ..

 

ความคิดของเรา จินตนาการของเรา ที่มันก่อตัวเป็นรูปร่างแล้ว ในห้วงคิดของเรา ..สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นรูปธรรมทั้งสิ้น มันจับต้องได้ และ มันมิได้ไร้ตัวตนเลยแม้แต่นิดเดียว ..  

 

แต่ทำไม ?? .. 

  

ในสังคมของโลกไซเบอร์นี้...

ยังมีใครต่อใครหลายๆคน ปิดบังตัวตน( ร่างกาย + จิตใจ ) ของตัวเอง เนื่องเพราะเชื่อว่า .. จะไม่มีใครค้นพบตัวตนที่แท้จริง ( ร่างกาย ) ของพวกเขา และ ไม่มีใครรู้ว่าเป้าประสงค์ ( จิตใจ ) ของพวกเขานั้น ..หวังสิ่งใดอยู่??.. 

 

ทำไมพวกเขาเชื่อกันเช่นนั้น ??..

 

เบื้องต้น .. มนุษย์มักมองภาพต่างๆจากด้านในตัวเขาเองเพื่อไปอธิบายสิ่งต่างๆด้านนอก มากกว่า ที่จะมองจากภาพด้านนอกเพื่อนำมาอธิบายด้านในจิตใจหรือตัวตนของเขาเอง..  

 

 ประเด็นหลังนี้คือ หลักธรรมชาติที่แท้จริง ผู้คนส่วนใหญ่เคยชินกับการ หลบเลี่ยง หลบหลีก หลีกหนีจากความเป็นจริงของชีวิตมาโดยตลอด มักไม่ยอมรับธรรมชาติที่แท้จริงของตน ..เมื่อเข้ามายังโลกไซเบอร์พวกเขาเหล่านั้นก็มักนำพาความเชื่อเหล่านั้นติดตัวมาด้วย ..

 

 

จริงๆแล้วโลกไซเบอร์ หรือ สังคมอันไร้ตัวตนของใครบางคนแห่งนี้นั้น มันควรจะเป็นที่ๆพวกเขาทั้งหลาย ได้มีโอกาสเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของตนออกมา และ มีความเป็นธรรมชาติ มีความเป็นมนุษย์มากที่สุดเท่าที่พวกเขาอยากจะมีและอยากจะเป็น

 

ซึ่งในสังคมปัจจุบันบางทีบางแห่งไม่เปิดโอกาสให้เขาได้แสดงตัวตนและธรรมชาติอันแท้จริงออกมา ในโลกไซเบอร์แห่งควรจะเป็นที่ๆพวกเขาน่าจะมีโอกาสได้พบเห็นและได้เป็น "มนุษย์ตามธรรมชาติ" มากกว่าในโลกแห่งปัจจุบันของสังคมชีวิตประจำวันของพวกเขาด้วยซ้ำไป .. 

ฉันเองก็อยากจะเห็นสังคมแห่งนี้นั้นเป็นสังคมที่เต็มไปด้วยธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ผู้มีตัวตนมากที่สุด นั่นคือ สัมผัสได้ และ รับรู้ได้ .. เมื่อแรกอ่าน !!!  

มนุษย์ทุกคนมีทุกข์ ..หลากหลายชีวิตยังคงมีทุกข์ ..

หลากหลายชีวิต หลากหลายเรื่องราว ยังมีคำถามที่เฝ้ารอคำตอบ และ หลากหลายชีวิต บนโลกไซเบอร์ พบหนทาง และ มีเพื่อนร่วมทาง หลายๆคนกำลังตามหาเพื่อนร่วมทาง..พวกเขาเหล่านี้อาจจะมาเจอกันไม่วันใดก็วันหนึ่ง ???.. นั่นก็คือวันแห่งความสุขของพวกเขา .. 

 

วันที่โลกไซเบอร์ได้ให้คำตอบอันแท้จริงแก่พวกเขาว่า .. ความจริงแท้ๆล่องลอยปรากฎอยู่รอบๆตัวเรา ..เราหลีกหนีไม่พ้นซึ่งความจริง และ เมื่อเราเผชิญหน้ากับเป็นความจริงของชีวิต ยอมรับมัน และ ปล่อยไปตามกลไกธรรมชาติของมัน..เราก็ย่อมที่จะพบพานกับความสุขได้โดยไม่ยากเย็นอะไรนัก..

เราผู้ที่เขียนเรื่องราว เราผู้ที่อ่านเรื่องราว เราผู้ที่แสดงความเห็นในเรื่องราว ..ต่างก็อยากเจอสิ่งเหล่านี้เหมือนๆกัน มิใช่หรือ ?? .. 

อยากเจอใครบางคน .. ที่มีตัวตน มีจิตใจ มีธรรมชาติของความเป็นมนุษย์โดยแท้ ..ผ่านถ้อยอักษรและการพูดคุยกันเพียงไม่กี่คำไม่กี่บรรทัด เพื่อนำกลับไปเป็น แรงใจ แรงคิด เพื่อหาหนทาง..ดับทุกข์ทางใจของตนเองต่อไป.. 

 

คนที่เข้ามาในโลกไซเบอร์โดยเชื่อว่า..สิ่งที่เขาทำ เขาเขียน นั่นหลอกลวงได้ ปิดบัง อำพราง ได้ .. คนเหล่านั้นกำลังตกหลุมอุกกาบาตของความโง่เขลาหลุมใหญ่และแสนลึกที่ตัวเขาเองเป็นผู้ขุดมันกับมือของเขาเอง ..

 

แท้จริง เมื่อเขาหลุดจากธรรมชาติอันเป็นจริงแล้ว เขาย่อมจะสะสมความทุกข์ทับถมทวีคูณยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เขาอาจจะปกปิดตัวเขาเองได้ ไม่มีใครรู้จักใบหน้าหรือตัวตนอันแท้จริงของเขาว่าเป็นใคร? มาจากไหน? ทำงานที่ใด?  แม้แต่เดินสวนกันกับผู้ที่เขาเคยวิวาทะกันมา ผู้ที่เขาเคยตลกขบขันด้วยกัน ผู้ที่เขาเคยเขียนหากัน ผู้ที่เขาเคยตอบข้อคิดเห็นของกันและกัน ก็ไม่มีใครจำกันได้ เพราะเขาปกปิดตัวตนของเขามาโดยตลอด ปกปิดกันและกันมาโดยตลอด ดุจดั่งว่า..เขานั้นไร้ตัวตน.. 

แต่นั่นแหละ ..เขาอาจอยู่ได้ในที่มืดๆที่เขาภาคภูมิใจได้ แต่เชื่อได้เลยว่า .. เขาไม่มีความสุขแน่นอน !! 

 

แม้แต่จะเขียนเรื่องราวดีๆสักเรื่องออกไปยังคิดและขีดเขียนไม่ออก เพราะสมองจะวกวน สับสน อยู่แต่กับเรื่องราวความทุกข์ที่เขาได้ก่อให้กับจิตใจของตัวเอง เรื่องราวที่เขาปกปิด เรื่องราวความจริงของชีวิตที่เขาพยายามหลีกหนี .. 

 

 ยังไม่นับรวมเรื่องราวบางเรื่องราว การกระทำบางการกระทำ ที่อาจจะถูกสังคมแห่งโลกไซเบอร์นี้ ..รุมประณามหยามเหยียดเอาได้ง่ายๆด้วย หากว่าเขาหรือเธอ หรือ ใครก็ตาม กระทำผิดกฎของการอยู่ร่วม.. 

คำประณามหลากหลายคำย่อมสะเทือนใจ..ทิ่มแทงใจ ย่อมทำให้จิตใจเขาเร่าร้อน พลุกพล่าน เมื่อไม่สามารถยอมรับได้ รู้สึก โกรธ เกลียด ชัง..ตัวเขาเองนั่นแหละยิ่งจะมีทุกข์ ..   

ยิ่งไปผิดหลักธรรมชาติมากเพียงใด ? ยิ่งปกปิดมากมายเพียงใด ? ยิ่งจะมีทุกข์มากมายเพียงนั้น ..

หลักสำคัญหลักง่ายๆหลักเดียวของโลกไซเบอร์แห่งนี้ก็คือ .. มิตรภาพและความจริงใจ 

คือ..หลักธรรมชาติของความต้องการขั้นพื้นฐาน ..ที่เราต่างคนต่างวิ่งเข้ามาหากันในโลกไซเบอร์แห่งนี้..  

วันนี้..ฉันยังวนๆเวียนๆ เขียนบล็อก อ่านบล็อก คอมเมนต์บล็อก ..ทุกวันเหมือนเดิม ฉันยังเชื่อว่า ..

 

โลกไซเบอร์นี้ มีตัวตนตลอดเวลา จับต้องได้ตลอดเวลา มิตรภาพอันจริงแท้แห่งโลกไซเบอร์นั้น

 

"งดงามเสมอ" ... 

 

 

วินเซนต์  ..

ขอนแก่น

๑๑ สิงหาคม พ.ศ ๒๕๕๑

 

 

 

@ ขอบคุณบทเพลง และ ภาพจากอินเตอร์เน็ท @

 

...................................................................................

 

ฝากประชาสัมพันธ์หนังสือ 1 เล่ม นะครับ ..

บล็อกเกอร์โอเคเนชั่น มีหลายคนที่ได้ร่วมเขียนเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้..

รวมทั้งเจ้าของบล็อก กลิ่นหอมของบ้านหลังนี้ด้วย..

อย่าลืม ! ไปช่วยอุดหนุนกันนะครับ !!!

  

พาหัวใจไปกู้ชาติ"...หนังสือจากหัวใจของชาวMBlogวางแผงแล้ว

  

วันจันทร์ ที่ 11 ส.ค. 51 ณ เต็นท์สำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์ สะพานมัฆวานรังสรรค์

 

 

 

"...มิใช่ว่าการต่อสู้ในครั้งนี้ปราศจาก วีรบุรุษ-วีรสตรี ดังเช่นการต่อสู้ครั้งก่อนๆ หากแต่การต่อสู้ครั้งนี้ได้สร้าง วีรบุรุษ-วีรสตรี จำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์การต่อสู้ทางการเมืองของประเทศไทย เป็นวีรบุรุษ-วีรสตรีที่มาจากทุกๆ พื้นที่ของประเทศไทย ทุกภาคส่วนของสังคมไทยไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ ข้าราชการ พนักงานบริษัท พ่อค้า ศิลปิน นักเรียน-นักศึกษา ชาวนา ชาวไร่ แม่บ้าน ทุกช่วงอายุของคนไทยตั้งแต่เด็กแบเบาะไปจนถึงคนชราไม้ใกล้ฝั่ง ซึ่งต่างก็มีส่วนร่วมในการเมืองภาคประชาชนในครั้งนี้ทั้งสิ้น 

       ทุกคนต่างเป็นนักสู้ผู้กล้าหาญ ทรหดอดทนที่มุ่งหวังที่จะ “มาทำหน้าที่ ใช้หนี้แผ่นดินและมาทำบุญ” ด้วยกันทั้งนั้น..."

     . .

      ข้างต้นคือตอนหนึ่งของคำนำในหนังสือ "พาหัวใจไปกู้ชาติ" หนังสือที่รวบรวมจากบทความของสมาชิกMBlog ที่เขียนเล่าถึงประสบการณ์ตรงของสมาชิกที่บันทึกไว้ตั้งแต่ช่วงที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจัดชุมนุมใหญ่ 25 พฤษภาคม 2551 จนถึงปัจจุบัน

      หลังจากผ่านการรวบรวมและคัดเลือก หนังสือซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์การต่อสู้ของภาคประชาชนเล่มนี้ก็ได้ฤกษ์วางแผงเพื่อตอกย้ำพลังของมวลชนแล้ว ในวันจันทร์ที่ 11 ส.ค. 2551 โดยมีรายนามผู้เขียนดังต่อไปนี้

sazzie 
waratip 
kati1789
kathatyai 
chairojt 
11
arrows 
pijika 
bonkalasin 
chaleejang 
rimtarn(สีน้ำฟ้า)
showshow 
vincentoldbook70
peacock 
chaba2550
ekkymania1
folkner

 

และ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักเขียนรับเชิญ

 

      สมาชิกบล็อกที่ต้องการเก็บบันทึกประวัติศาสตร์ภาคประชาชนชิ้นนี้ หรือต้องการสนับสนุนผลงานของเพื่อนสมาชิก สามารถไปเยี่ยมชมและอุดหนุนกันได้ที่เต็นท์ขายหนังสือของสำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์ สะพานมัฆวานรังสรรค์ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ของวันจันทร์ที่ 11 เป็นต้นไปค่ะ

  

      ส่วนสมาชิกที่ร่วมกันรังสรรค์ผลงานชิ้นนี้ทุกท่าน ก็อย่าลืมเจียดเวลาจากหน้าเวทีพันธมิตร แวะเวียนไปแจกลายเซ็นที่เต็นท์กันบ้างนะคะ

....................................................................

  

 

 

 

 

 

 

โดย vincentoldbook

 

กลับไปที่ www.oknation.net