วันที่ พุธ สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ลมหายใจ...ที่ยังคงเข้าและออก


          1.
          ยังเหลือเวลาอีกตั้งชั่วโมงครึ่งกว่าจะถึงเวลานัด ไม่มีอะไรดีไปกว่าการเดินเล่นฆ่าเวลาบนถนนที่คุ้นเคยมานานนับสิบปี แม้ว่าระยะเวลาที่ได้จากไป เทียบกับเวลาที่เคยหายใจอยู่บนถนนนี้ มันก็แค่ราวๆหนึ่งต่อสาม แต่กลับรู้สึกเหมือนความเป็น “หนึ่ง” นั้น มันยาวนานจนความเป็น “สาม” มันหดสั้นเหลือเพียงกระจิ๊ดเดียวในเส้นเวลาของชีวิต อัตราเร็วของการเปลี่ยนแปลงนั้น ยิ่งวันยิ่งเร่งร้อน สิ่งต่างๆที่แปลกตาไปในวันนี้ เกิดขึ้นภายในไม่กี่ปีที่จากไป มันยังมากกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดสิบสามปีที่เคยหายใจอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ 

          แมคโดนัลด์ร้านเดิมที่เคยมานั่งฆ่าเวลากับเพื่อน ขยายพื้นที่ออกเสียใหญ่โต อพาร์ตเม้นท์ที่เคยวางตัวเงียบๆบนถนนสายเล็กๆ วันนี้ก็ปรับปรุงเปิดพื้นที่ด้านหน้าโล่งกว้าง ทาสีสว่างตา เหลือเพียงสิ่งเดียวที่ยังยึดโยงโลกตรงหน้ากับภาพความในทรงจำไว้ได้ก็คือเจ้าหมูหมาตัวใหญ่ที่ยังคงนอนแลบลิ้นแผ่พุงอยู่ตรงที่เดิมไม่เปลี่ยนแปลง มีเซเว่นอีเลฟเว่นเปิดใหม่หนึ่งร้าน มันดูผิดที่ผิดทางเพราะความไม่คุ้นตา พอพยายามนึก ก็นึกไม่ออกว่าก่อนหน้านี้ที่ตรงนี้เคยเป็นที่ตั้งของอะไรมาก่อน ฉันเดินผ่านประตูโรงเรียนหญิงล้วนที่แสนจะผูกพัน มองเข้าไปด้านในเห็นต้นจามจุรีต้นใหญ่ที่เคยถูกทำโทษให้ไปเก็บใบไม้ร่วงตอนมาสายยังยืนตระหง่านอยู่ที่เดิม ฉันหัวเราะให้ตัวเองเล็กน้อย เมื่อเห็นเด็กผู้หญิงในชุดคอซองและสองเปียกำลังเก็บใบไม้ร่วงอยู่ เลยลึกเข้าไปด้านในคือตึกใหม่ที่ได้รู้มาว่ามันสร้างเสร็จเมื่อราวๆสามปีก่อน 

          ไม่ใช่ด้วยตา, ฉันเห็นระเบียงห้องม.6 ของตึกที่ไม่ได้ติดแอร์ เห็นตัวเองกับเพื่อนๆกำลังนั่งแอบกินกล้วยปิ้งที่ซื้อจากรถเข็นเจ้าเก่าที่เดินผ่านมาเมื่อกี้ ไม่ใช่ด้วยตาอีกเช่นกัน ฉันเห็นพื้นลื่นมันเป็นเงากับเพดานสูง พัดลมติดเพดานตัวเก่าที่ไม่เคยเกเร ประตูบานใหญ่ที่ทำจากไม้สักแผ่นเดียว เรื่อยเลยไปจนถึงช่องบนเพดานตรงหน้าห้องน้ำที่เป็นทางเข้าสู่ห้องใต้หลังคาซึ่งฉันได้ไปพบโดยบังเอิญ ฉันโชคดีพอที่โตทันได้อาศัยตึกเก่าคร่ำคร่าอายุเกือบร้อยปีนี้เล่าเรียนวิชา วิ่งเล่น และนินทาครู เป็นรุ่นสุดท้าย... ก่อนที่ตึกนี้จะถูกทุบทิ้งไป 

          เมื่อละสายตาจากภาพในความทรงจำ ก็ได้เห็นว่าฉันเดินมาเรื่อยจนสิ่งที่อยู่หลังรั้วนั้นเปลี่ยนจากตึกใหม่ตึกนั้นมาเป็นหน้าต่างห้องดนตรีแล้ว ฉันก้มตัวลงต่ำหลบแผ่นบังตาของประตูรั้วเพื่อมองให้เห็นหน้าต่าง เผื่อว่าจะเห็นคุณครูสุดรักคนเดิมนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะข้างหน้าต่างตัวเดิม แต่น่าเสียดายที่ในเวลานี้ ฉันได้เห็นแต่ยามหน้าเหี้ยมจ้องมองมาด้วยความสงสัย ฉันจึงผละไปจากบานประตูแล้วข้ามถนนไปยังอีกฝั่ง แค่ไม่กี่ก้าว...ก็ถึง 

          ถนนแคบลง หรือขาที่ก้าว...
          ยาวกว่าเดิม 

          ฉันถามตัวเอง ทั้งๆที่รู้คำตอบดีอยู่แล้ว 



          2.
          ไม่บ่อยนักที่จะได้สังสรรค์กับเพื่อนเก่าๆ 

          และก็ไม่บ่อยเท่าไหร่อีกเช่นกัน ที่เราจะได้เห็นตัวเองแบบที่เคยเป็น เห็นแบบ.. เห็นจริงๆ ก็น่าจะจริงที่เขาว่ากันว่าเพื่อนสนิทเก่าๆคือบทบันทึกที่ดีที่สุดของเพื่อน ยิ่งเคยสนิทกันมากเท่าไหร่ และยิ่งไม่ได้เจอกันนานเท่าไหร่ บันทึกเหล่านั้นก็ยิ่งสมบูรณ์มากเท่านั้น เพราะไม่ได้ถูกทับถมด้วยบันทึกบทใหม่ๆที่กาลเวลาเป็นผู้เพิ่มจำนวนให้หนาขึ้นๆ จนความทรงจำเก่าๆลบเลือนไป 

          และในบางครั้ง พวกเขาจำสิ่งที่เพื่อนเคยเป็นได้ดีกว่าเจ้าตัวด้วยซ้ำไป 

          ก็จริง, กาลเวลาทำหน้าที่ของมันไป สิ่งเก่าตายจาก สิ่งใหม่เข้าแทนที่ แต่ความสัมพันธ์เก่าๆนั้น มักจะถูกห่อหุ้มไว้อย่างอบอุ่นด้วยภาพความทรงจำและความคาดหวังแบบเดิมๆ ทั้งที่ก็รู้กันอยู่ว่า กาลเวลาได้ฝากรอยใหม่ๆให้เกิดขึ้นอยู่ตลอดระยะเวลาที่ห่างหายกันไป ..ทั้งร่องรอยบนใบหน้า และริ้วรอยในชีวิต.. แต่หลายต่อหลายครั้ง สิ่งเหล่านั้นก็กลับถูกภาพเก่าๆกลบบังไว้จนมิด เพื่อนเก่าๆจึงไม่ได้สังสรรค์เสวนากับตัวเราในวันนี้ แต่กลับขุดเอาความเป็นตัวเราที่ถูกถอดเก็บไว้นานจนลืมให้กลับขึ้นมามีชีวิตอีกครั้ง 

          สิ่งต่างๆที่เปลี่ยนแปลงไปในวันนี้ มันคงไม่สำคัญเท่ากับ “ตัวเรา” ที่เพื่อนเราอุตส่าห์จำหรอก 



          3.
          มันคือทางม้าลายอันเดิม อันเดียวกับที่ฉันเคยข้าอยู่ทุกวันตอนเลิกเรียน ร้านที่พุ่งตรงไปหาในคราวนั้นไม่มีชื่อร้านให้จดจำ แต่พี่น้องเจ้าของร้านนี่สิที่ฉันจำได้แม่น วันนี้ ไม่มีร้านเล็กๆที่ฉันเคยซื้อชาลิปตันใส่ถุงนั้นอีกแล้ว เพราะแฟมิลี่มาร์ทผุดขึ้นมาแทนที่ แล้วพวกเขาย้ายกันไปอยู่ที่ไหนนะ หรือว่าเป็นเจ้าของร้านแฟมิลี่มาร์ทนี้เสียเอง 

          ไม่ต้องใช้เวลาคิดมากมายนัก เพราะฉันเหลือบไปเห็นใบหน้าที่คุ้นตานั้นอยู่ที่หน้าร้านแฟมิลี่มาร์ทพอดี สายตาบนใบหน้านั้นจ้องมองมาเหมือนจะถาม แล้วสายตาอีกคู่บนใบหน้าของฉันก็ประสานตอบกลับไปอย่างไม่ลังเล ฉันไม่ได้ยินเสียงพูดคุยของดวงตาทั้งสองคู่นั้น แต่ผิวกายและลมหายใจนั้นรับรู้ได้ถึงการสวมกอดด้วยความยินดี น่าแปลกที่สายสัมพันธ์ฉันแม่ค้าลูกขายยังคงสดใหม่ ทั้งๆที่ต่างก็ไม่รู้จักชื่อซึ่งกันและกันเลย ชั่ววินาทีที่ฉันนึกถึงนามบัตรที่อัดแน่นอยู่ในกระเป๋า มากกว่าครึ่ง ฉันจำหน้าคนให้ไม่ได้ด้วยซ้ำ 

          บางที สายสัมพันธ์และความจริงใจ โอบกอดเราไว้แนบแน่นกว่าชื่อเสียงเรียงนาม 

          ใกล้ถึงเวลานัด ฉันเดินย้อนกลับมาตามถนนสายเล็กๆอันเป็นที่ตั้งของโรงเรียนคอนแวนต์ที่ฉันเคยศึกษาเล่าเรียนอยู่เป็นเวลา 13 ปี ความคุ้นเคยที่ดูแปลกตาดูจะค่อยๆหลั่งไหลกลับคืนสู่สำนึก สัมผัสบางอย่างบอกฉันว่ามันคือกลิ่นอายเก่าๆในสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ 

          ร้านดอกไม้ร้านเดิมดูจะมีของในร้านมากขึ้นหลายเท่า แต่ฉันก็ยังเห็นภาพตัวเองยืนอยู่ในร้านเล็กๆแห่งนั้นและกำลังเลือกการ์ดสวยๆที่แพงเหลือเกินในความรู้สึกของวัยนั้น เพื่อหุ้นกับเพื่อนซื้อเป็นของขวัญวันเกิดให้รุ่นพี่คนหนึ่ง เดินต่อมาอีกหน่อย ฉันก็ได้เห็นตัวเองที่กำลังนั่งกินก๋วยเตี๋ยวเป็ดอยู่ในซอกเล็กๆข้างร้านดอกไม้นั้นด้วย ฉันเดินผ่านร้านส้มตำ ที่วันนี้คนแน่นกว่าเดิมมาก ก็ได้เห็นตัวเองที่กำลังนั่งเฮฮากับเพื่อนฝูงอยู่ในร้านนั้นอีกครั้ง มองไปฝั่งตรงข้าม แผงร้านการ์ตูนยังอยู่ที่เดิม ถึงแม้ว่าเขาจะขายนิตยสารด้วย แต่ฉันก็ยังสมัครใจเรียกมันว่าร้านการ์ตูนเพราะหลังเลิกเรียน พวกเรามักจะซื้อการ์ตูนมากกว่าซื้อนิตยสาร ตรงนั้นแหละ ฉันก็เหมือนจะเห็นเพื่อนๆกำลังเลือกซื้อการ์ตูนเล่มโปรดกลับไปอ่านกัน ฉันเห็นแม้กระทั่งว่า การ์ตูนเล่มนั้นคือเรื่องอะไร ฉันเห็นตัวเองตรงนั้น ตรงนี้ ฉันเห็นเพื่อน ฉันเห็นครู ฉันเห็นรุ่นพี่ที่สนิทกัน และเห็นรุ่นน้องที่รู้จักมักคุ้น 



          4.
          เพราะขาที่ก้าวข้ามถนนอาจยาวขึ้นได้ แต่ถนนไม่เคยแคบลง ทุกสิ่งทุกอย่างจึงยังคงกระจายอยู่ในทุกอณูของอากาศโดยไม่เคยจางหายไปไหนทั้งสิ้น แน่นอนว่าสิ่งต่างๆย่อมเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่ภาพอดีตย่อมไม่สามารถเปลี่ยนเป็นสิ่งอื่นได้อีกแล้ว เพราะมันปลอดภัยอยู่ในซอกลึกของหัวใจตราบเท่าที่เรายังมีเวลาพอจะไปเตร็ดเตร่เพื่อขุดคุ้ยตะกอนนอนก้นทั้งที่สวยงามและไม่สวยงามนั้นให้ขึ้นมาลอยว่อนอยู่ในบรรยากาศ 

          ไม่น่าจะมากเกินไปถ้าฉันจะบอกว่า ภาพวันวานของถนนสายนี้ยังมีชีวิตอยู่ในตัวฉันเสมอ 

          เท่าๆกับที่ตัวฉันในวันวาน ก็ยังคงหายใจเข้าออกอยู่ในความทรงจำของเพื่อนสนิทเก่าๆของฉัน 

          ... 

          เช่นกัน




เสี้ยวตะวัน พระจันทร์ข้างฝา -- เรื่อง

โดย เสี้ยว

 

กลับไปที่ www.oknation.net