วันที่ พฤหัสบดี สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จอร์เจีย ผู้ถูกพญาหมีตบ


เมื่อเดือนเมษายน สมัยที่โคโซโวประกาศเอกราช ออกมาจากเซอร์เบีย และชาติตะวันตกพากันแห่ไปให้การรับรอง ทั้งๆที่ผิดหลักการสากลในทุกๆด้าน ผมเคยบอกเอาไว้ว่าโลกจะเข้าสู่ความวุ่นวาย โดยจะเริ่มจากกรณีของจอร์เจีย และก็เป็นจริงตามนั้น เมื่อจอร์เจียส่งทหารบุกถล่มออสเซเทียใต้ จนเป็นเหตุให้รัสเซีย ซึ่งถือว่าชาวออสเซเทียใต้ก็เป็นพี่น้องรัสเซีย ได้ส่งทหารบุกถล่มจอร์เจียเสียจนเละเทะ

บางคนอาจจะถามว่า แล้วมันเกี่ยวอะไรกับโคโซโว

คำตอบก็คือ จอร์เจียก็กลัวว่ารัสเซียจะประกาศรับรองเอกราชของออสเซเทียใต้ รวมทั้งอับคาเซีย เช่นเดียวกับที่พวกชาติตะวันตกรับรองโคโซโว นั่นคือเหตุผลส่วนหนึ่งที่จอร์เจียต้องรีบบุก

ส่วนเรื่องที่จอร์เจียกล่าวหาว่ารัสเซียต้องการไปฮุบดินแดนจอร์เจีย อย่าไปฟังดีกว่าครับ ก็แค่สงครามน้ำลายธรรมดาๆ ก็พี่เบิ้มท่านปล่อยให้อีก 14 ประเทศแยกตัวออกไปจากสหภาพโซเวียตหน้าตาเฉย บางประเทศใหญ่กว่าประเทศไทยตั้งหลายเท่า แล้วจะมาสนใจอะไรกับดินแดนขนาดเท่าขี้เล็บ แถมเมื่อไม่นานมานี้ ในช่วงที่ไทยกับเขมร เกือบจะตีกันเพราะพื้นที่ไม่กี่ตารางกิโลเมตร รัสเซียก็เพิ่งเฉือนดินแดนของตัวเองขนาดหลายร้อยตารางกิโลเมตรให้จีนหน้าตาเฉย นัยว่าเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีต่อกัน พื้นที่แถบนั้นก็ไม่ธรรมดา เพราะเป็นแม่น้ำเสียด้วย

แต่เมื่อจอร์เจียบังอาจมาเหยียบหน้าพญาหมีเสียแล้ว เพื่อเป็นการสั่งสอน ก็เป็นไปได้มากว่า โลกอาจจะมี 2 ประเทศหน้าใหม่เกิดขึ้นมาอีก ก็ต้องติดตามกันต่อไป

ทบิลิซี - เมืองหลวง

วันนี้ตั้งใจจะมาเขียนเรื่องจอร์เจียครับ

จอร์เจีย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าชื่อนี้มีที่มาอย่างไร และเพราะเหตุใดจึงมีชื่อไปเหมือนกับมลรัฐในสหรัฐ แต่คนรัสเซียเรียกกรูเซีย และคนจอร์เจียเรียกชื่อประเทศของตัวเองว่า ซาการ์ตเวโล ก็เลยกลายเป็นประเทศหนึ่งที่มีชื่อหลากหลายอยู่ไม่น้อย

คนจอร์เจียที่โลกรู้จักดี ผมว่ามีอยู่ด้วยกัน 3 คนนะ คนหนึ่งก็พี่มิคาอิล ซากัชวิลลี่ ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ที่ไปกระตุกหนวดหมี จนถูกหมีตบล้มกลิ้งไม่เป็นท่า อีกคนก็คือประธานาธิบดีคนก่อน เอดูอาร์ด เชวาร์ดนาดเซ ซึ่งแต่ก่อนก็เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศสหภาพโซเวียต คนนี้แกเป็นรัฐมนตรีโซเวียตที่พูดภาษารัสเซียไม่ค่อยชัด เพราะเอ็กเซ่นแกหนักไปทางจอร์เจียเสียมากกว่า อีกคนที่ผมว่าทุกคนต้องรู้จักดี นั่นก็คือสตาลิน ผู้นำโซเวียตคนที่ 2

สตาลิน - จอร์เจียบรรลือโลก

นามสกุลของคนประเทศนี้ ส่วนใหญ่เท่าที่ฟังๆดู ก็มีอยู่ 2 แบบ คือลงท้ายด้วย อาร์ดเซ กับลงท้ายด้วย วิลลี่ ซึ่งกรณีหลังฟังดูเป็นฝรั่งอยู่หน่อยนึง แต่พอเอามารวมกับนามสกุลส่วนหน้าแล้ว ฟังยังไงก็ไม่เป็นฝรั่ง อย่างชื่อผู้นำคนปัจจุบันก็หาคนออกเสียงได้ถูกน้อยมากในเมืองไทย

ที่โดดเด่นอีกอย่างของจอร์เจีย ก็คือตัวเขียนในภาษาจอร์เจีย ที่ว่ากันว่าไม่มีที่ไหนในโลกเหมือน และไม่เหมือนใครในโลก ก็ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหน ถ้าใครไม่รู้ว่าตัวเขียนของภาษาจอร์เจียเป็นอย่างไร ก็ให้ลองเขียนเลข ๓ หลายๆตัวเรียงกัน แต่ให้พลิกกลับหัวมั่ง ตะแคงมั่ง เอียงซ้ายมั่ง ขวาบ้างก็ได้ ผมว่าถ้าเราเขียนแบบนี้สัก 5 – 6 ตัว แล้วเอาไปให้คนจอร์เจียลองอ่าน ไม่แน่นา พวกเขาอาจจะอ่านออกมาเป็นคำในภาษาของเขาก็ได้ เอ้า......... ลองเอาภาษาจอร์เจียมาให้ดูกันหน่อย საქართველო คำนี้แหละครับที่แปลว่าประเทศจอร์เจีย

อีกอย่างที่โดดเด่น ในสายตาของอดีตคนขี้เมาอย่างผมก็คือไวน์ ไวน์คือชีวิตจิตใจของคนที่นี่เลย เพียงแต่ที่นี่เพิ่งเปิดประเทศ เรื่องนี้ก็เลยไม่ค่อยมีชื่อเหมือนคนฝรั่งเศส แต่ผมก็ซัดไวน์จอร์เจียไปหลายสิบยี่ห้อแล้วเหมือนกัน บางขวดผมก็ยังติดใจมาจนถึงปัจจุบันทั้งที่เวลาก็ผ่านมาหลายสิบปีแล้ว เคยดูหนังจอร์เจียเรื่องหนึ่ง ที่ตัวเอกของเรื่องเกือบจะไปกระทืบทหารโซเวียต ที่ขับรถถังไปเหยียบต้นองุ่นที่ตัวแกเองก็ไม่ได้เป็นคนปลูก นี่ก็ชี้ถึงความรักไวน์ของคนจอร์เจียได้เป็นอย่างดี

ระบำพื้นเมืองของจอร์เจียก็น่าสนใจ ผมว่าพวกบัลเล่ต์นั้นต้องอายม้วนเมื่อเจอการใช้ปลายเท้าแบบระบำพื้นเมืองจอร์เจีย พวกลีลาท่าทางอาจจะไม่น่าสนใจ แต่ถ้ามาว่ากันด้วยเรื่องปลายเท้าล้วนๆแล้วละก็ พวกจอร์เจียกินขาดแน่นอน ก็พี่ท่านใช้ปลายเท้าโขกโปกๆกับพื้นหน้าตาเฉย กระโดดไปกระโดดมา พี่ท่านก็เล่นกันด้วยปลายเท้าล้วนๆจังหวะของระบำพื้นเมืองของจอร์เจียก็น่าสนุกดีพิลึก เพราะเห็นท่านบุช จากสหรัฐก็ยังอดลุกขึ้นเต้นไม่ได้ ตอนไปเยือนจอร์เจียเมื่อหลายปีก่อน

สำหรับคนที่ชื่นชอบเทพนิยายกรีก ก็คงจะรู้จักขนแกะทองคำที่เจสันตามหา ตามตำนานก็บอกว่าขนแกะทองคำอยู่ในที่ที่ปัจจุบันเรียกว่าจอร์เจียนี่แหละครับ

ตามตำนานบอกว่าชาวจอร์เจียมีชาติตระกูลที่ไม่เบาทีเดียว เพราะต้นตระกูลของพวกเขาก็คือ คาร์ตลอส เหลนของจาเฟธ ลูกของโนอาห์ ที่ต่อเรือยักษ์หนีน้ำท่วมโลก ด้วยเหตุนี้ จอร์เจียจึงเรียกประเทศของพวกเขาว่า ซาคาร์ตเวโล และเรียกตัวเองว่า คาร์ตเวเลบี

และฝรั่งยุคโบราณก็ไม่ได้เรียกพวกเขาว่าพวกจอร์เจีย แต่เรียกว่าพวกไอบีเรียนกับโคลเชี่ยน

สำหรับชื่อจอร์เจียในยุคนี้ มีหลักฐานว่าเรียกกันมาตั้งแต่ยุคกลางโน่น แต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปว่ามีที่มาอย่างไร บ้างก็ว่ามาจากชื่อนักบุญเซ็นต์จอร์จ บ้างก็ว่ามีที่มาจากรากศัพท์ในภาษากรีกและละติน ที่แปลว่าการเกษตร หรืออาจจะแผลงมาจากคำในภาษาเปอร์เซียหรืออาหรับใช้เรียกคนจอร์เจียก็ได้

แต่ดูเหมือนว่าชาวจอร์เจียจะปักใจเชื่อเรื่องเซ็นต์จอร์จมากกว่า ก็เลยเอากางเขนของท่านเซ็นต์จอร์จ มาอยู่บนธงชาติของตัวเองในปัจจุบัน

เรื่องศาสนานั้นที่นี่ก็มีชื่อเหมือนกัน คนที่นี่ใส่ใจในศาสนาอยู่ไม่น้อย แม้ในยุคคอมมิวนิสต์ กิจกรรมศาสนาของที่นี่ก็ยังหลงเหลืออยู่มาก และที่สำคัญ จอร์เจียยุคโบราณก็เป็นรัฐแรกๆของโลกที่รับเอาศาสนาคริสต์เข้ามา

จอร์เจียมีที่ตั้งอยู่ระหว่างเขตที่ชนกันของศาสนาคริสต์และอิสลาม ก็เลยรับเอาวัฒนธรรมของทั้งสองส่วนนี้เข้ามา ขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่เป็นเขตกันชนของทั้งสองศาสนา และก็เคยถูกพวกอาหรับเข้ายึดครองด้วยเหมือนกัน

จอร์เจียมารุ่งเรืองสุดขีดอีกครั้งในยุคศตวรษที่ 12 – 13 จากนั้นก็ถูกหลายฝ่ายผลัดกันเข้าครอบครอง เริ่มตั้งแต่พวกมองโกล ไปจนถึงการแตกสลายของประเทศ เพราะการแก่งแย่งอำนาจภายในประเทศเอง การเข้าครอบครองของพวกเปอร์เซีย และตุรกี สุดท้ายก็มาอยู่ภายใต้การปกครองของรัสเซียในปี 1783

การเข้ามาอยู่ในการปกครองของรัสเซีย ก็เนื่องมาจากการทำสงครามกับทั้งเปอร์เซีย และตุรกีของจอร์เจีย จนทำเอาจำนวนประชากรหดหาย ไม่มีทหารมากพอที่จะไปทำสงครามอีก จึงต้องยอมเข้ามาอยู่ภายใต้การอารักขาของรัสเซียเมื่อปี

ไปๆมาๆ ในปี 1800 รัสเซียก็เลยฮุบเอาจอร์เจียมาเป็นดินแดนของตัวเองเสียดื้อๆ โดยอ้างว่าเป็นพระราชประสงค์ของกษัตริย์จอร์เจียเอง จากนั้นก็มีการโค่นล้มองค์รัชทายาท ส่วนพวกคนใหญ่คนโตที่ไม่ยอมรับอำนาจรัสเซียก็โดนโยนเข้าคุกไป

แต่ความดีของรัสเซียก็ยังมีอยู่บ้าง นั่นก็คือการรวบรวมแผ่นดินจอร์เจียให้กลับมาเป็นฝึกแผ่นตามเดิม รวมทั้งการทำสงครามกับเปอร์เซีย และตุรกี ที่จ้องจะตีชิงเอาดินแดนจอร์เจีย และปราบปรามแว่นแคว้นต่างๆที่แยกตัวออกไปจากจอร์เจีย

ในช่วงที่รัสเซียกำลังเกิดการปฏิวัติสังคมนิยมปี 1917 และเจอปัญหาสงครามกลางเมือง จอร์เจียก็ฉวยโอกาสประกาศเอกราช แต่พอมี 1921 เมื่อสงครามกลางเมืองเริ่มสงบลง รัสเซียก็มาจัดการกับจอร์เจีย ต่อมาสหภาพโซเวียต กำหนดให้จอร์เจีย มีสถานภาพเป็นสาธารณะรัฐทรานส์คอเคเซี่ยน ร่วมกับอาร์เมเนีย และ อาเซอร์ไบจาน ก่อนที่สาธารณรัฐนี้จะถูกแยกและสลายไป โดยจอร์เจียก็มีสถานะใหม่เป็นสาธารณรัฐสังคมนิยมจอร์เจียในปี 1936 ก่อนที่จะกลายมาเป็นประเทศเอกราชในปี 1991 เมื่อสหภาพโซเวียตจะล่มสลาย

จากนั้นจอร์เจียก็เข้าสู่ยุคของความวุ่นวายครั้งใหญ่อีกครั้ง ประธานาธิบดีสเวียด คัมซัคเคอร์เดีย ผู้นำคนแรกในยุคเอกราชถูกทำรัฐประหาร และเกิดสงครามกลางเมืองในประเทศ จนเชวาร์ดนาดเซ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศโซเวียตต้องลงมาแก้ไขปัญหา จนลุล่วงไปได้ในปี 1995 จากนั้นก็เกิดกรณีแคว้นอับคาเซีย และ ออสเซเทียใต้ ที่ต้องการแบ่งแยกดินแดนอีก

อยู่โซเวียตมาก็หลายปี ก็ไม่เคยรู้เลยว่า ไอ้อับคาเซีย กับออสเซเทียใต้มันอยู่ตรงไหนของโลก ถ้าไม่มีผู้ชายชื่อ ซากัชวิลลี่ ผมว่าผมก็คงไม่รู้ต่อไป ก็ต้องขอขอบคุณ ผู้นำจอร์เจีย เจ้าของสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น (เพราะเห็นออกซีเอ็นเอ็นบ่อยเหลือเกิน ) ท่านนี้จริงๆ

โดย รุสสกี้

 

กลับไปที่ www.oknation.net