วันที่ ศุกร์ สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Good bye ไอ้หนุ่มตู้เพลง


    การจากไปของ ยอดรัก สลักใจ นับว่าเป็นนักร้องลูกทุ่งรายที่ 3  ซึ่งตกเป็นข่าวครึกโครมไปทั่วประเทศ และมีแฟนเพลงหลั่งไหลไปร่วมคารวะศพพระเอกลูกทุ่งเรือนพันเรือนหมื่น
    ปรากฏการณ์ทำนองนี้เคยเกิดขึ้นครั้งแรก เมื่อ สุรพล สมบัติเจริญ ถูกลอบยิงเสียชีวิต ปี 2511 และอีก 20 กว่าปีต่อมา พุ่มพวง ดวงจันทร์ ก็ทำให้แฟนเพลงทั่วไทยร่ำไห้อาลัยหา และคลื่นคนก็แห่แหนกันไปเผาศพราชินีลูกทุ่งมืดฟ้ามัวดิน
    บนถนนนักเพลงกว่า 30 ปีของ ยอดรัก สลักใจ มีแฟนพันธุ์แท้กลุ่มหนึ่ง ได้เก็บสถิติผลงานเพลงไว้ ซึ่งมีมากกว่า 4,000 เพลง (เพลงที่มีการบันทึกเสียง ทั้งเพลงใหม่และเพลงเก่าของนักร้องคนอื่นที่ยอดรักนำมาร้องใหม่)
 แฟนพันธุ์แท้กลุ่มนี้ กำลังจะบอกกับผู้คนว่า ยอดรักเป็นนักร้องที่ร้องเพลงมากที่สุดในโลก และพวกเขากำลังเสนอกับกินเนสส์บุ๊ค เพื่อบันทึกสถิติไว้อีกด้วย
    จริงๆ แล้ว ตัวเลข 4,000 เพลง มิได้บอกเล่าแค่ 'จำนวน' และความเป็น 'คนแรก' ของโลกเท่านั้น หากพิจารณาในแง่ของอุตสาหกรรมเพลง
 มันจะมีเพียง 1,000 เพลงที่ได้รับการเผยแพร่ผ่านสื่อวิทยุ(ยุคทรานซิสเตอร์)
    อีก 500 เพลงเท่านั้นที่ได้รับความนิยม และประมาณ 100 เพลง ที่จะตราตรึงหัวใจแฟนเพลงไปอีกนานเท่านาน....

-1-
    ชีวิตนักร้องลูกทุ่งของหนุ่มพิจิตรนาม นิพนธ์ ไพรวัลย์ เริ่มต้นในช่วงปลาย "ยุคแผ่นเสียง" (ปี 2517-2518) เมื่อโฆษกวิทยุชื่อดัง เด็ดดวง ดอกรัก นำมาวางแผนปั้นให้เป็นดาวเสียงดวงใหม่ และใช้ชื่อว่า ยอดรัก ลูกพิจิตร  
    'เด็ดดวง' นำยอดรัก มาฝากไว้กับ ชลธี ธารทอง นักแต่งเพลงฝีมือดี ซึ่งชลธีลงทุนเขียนเพลงให้ 3 เพลง ประกอบด้วย สงกรานต์บ้านทุ่ง  น้ำสังข์น้ำตา และเต่ามองดวงจันทร์ ครั้นมอบให้ยอดรักนำร้องไปอัดแผ่นเสียง ปรากฏว่าไม่มีกระแสตอบรับใดๆ
    กระทั่งกลางปี 2518 ชลธีเขียน 'จดหมายจากแนวหน้า' ให้ยอดรัก ร้องอัดแผ่นเสียงอีกครั้ง คราวนี้เพลงดังเป็นพลุ และนักแต่งเพลงชื่อ ชวนชัย ฉิมพะวงศ์ ได้เปลี่ยนชื่อจาก ยอดรัก ลูกพิจิตร เป็น ยอดรัก สลักใจ ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
    จะว่าไปแล้ว การทำแผ่นเสียงสมัยนั้น ไม่ใช่รายได้หลักของนักร้องและนายทุนผู้ปลุกปั้น แผ่นเสียงจึงเป็นเพียงตัวจุดกระแสความนิยมของนักร้อง
 ฉะนั้นเมื่อเพลง 'จดหมายจากแนวหน้า' ดังสะท้านสิบทิศ เด็ดดวง ดอกรัก จึงลงทุนตั้งวงดนตรียอดรัก สลักใจ โดยเปิดทำการแสดงครั้งแรกที่ อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ และนี่เป็นรายได้ก้อนโตของนักธุรกิจดนตรีลูกทุ่ง พ.ศ.นั้น
    ราวปี 2520-2521 ต้องบันทึกไว้ในเส้นทางธุรกิจเพลงลูกทุ่ง เมื่อเทคโนโลยีความบันเทิงราคาถูกที่ชื่อ 'เทปคาสเซ็ท'(ทั้งเครื่องเล่นและม้วนเทป) เข้ามาแทนที่แผ่นเสียง
    ผู้ประกอบการธุรกิจเพลง จึงต้องปรับการบันทึกเสียงใหม่ จากก่อนหน้านั้น เคยลงทุนผลิตแผ่นเสียงขนาดสปีด 45 มีเพียงแผ่นละ 2 เพลง ลงทุนประมาณ(รวมทุกอย่าง) แผ่นละ 1,500-2,000 บาท ก็หันมามาทำเพลงชุดละ 10 เพลง เพราะม้วนเทปคาสเซ็ท 2 หน้า บรรจุเพลงได้หน้าละ 5 เพลง
 ดังนั้น นักร้องคนหนึ่งๆ จึงร้องเพลงบันทึกเสียงได้มากขึ้น และมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว เพราะในยุคแรกๆ จะเหมาจ่ายให้นักร้องดังชุดหนึ่งประมาณ 50,000 บาทต่อ 10 เพลง
    เข้าใจว่าในช่วงที่ยอดรัก โด่งดังสุดขีด คงได้ค่าร้องเพลงสูงถึงชุดละ 1-2 แสนบาท!
    ส่วนคู่แข่งของยอดรักในเวลานั้น คือ สายัณห์ สัญญา มีค่าตัวในการร้องเพลงสูงกว่า และใครต้องการจ้างสายัณห์ร้องต้องจ่ายเป็นเงินสดที่หน้าห้องอัด
 สายัณห์ก็เป็นอีกคนที่มีสถิติการร้องเพลงสูงไม่แพ้ยอดรัก แต่ตัวเลขรวมอาจน้อยกว่า เพราะยอดรักไม่ค่อยมีเงื่อนไขอะไรมากนัก ยื่นข้อเสนอที่ถูกใจก็ร้องเลย เรื่องเงินทองต่อรองกันได้
    ถ้าย้อนไปดูผลงานเก่าๆ ของยอดรัก ระหว่างปี 2524-2530 ปรากฎว่า ยอดรักรับจ้างร้องเพลงกับทุกค่าย ทั้งค่ายใหญ่ค่ายเล็ก เพราะสมัยนั้น นายทุนวงดนตรีจะไม่เข้ามาก้าวก่ายในเรื่องการบันทึกเสียงของนักร้อง
    ด้วยการรับจ้างร้องอย่างไม่มีข้อจำกัดนี่เอง จึงทำให้สถิติการร้องเพลงบันทึกเสียงของยอดรักสูงถึงหลักพันเพลง
    แต่น่าเสียดายที่อัลบั้มเพลงชุดหนึ่งๆ จะมีแฟนเพลงจดจำได้แค่ 1-2 เพลงเท่านั้น ส่วนที่เหลือ 8 เพลงนั้นในวงการลูกทุ่งเรียกว่า 'เพลงส่วนเกิน' ไม่ค่อยมีใครให้ความสำคัญมากนัก คนลงทุนส่วนใหญ่จะคัดเพลงที่คิดว่า 'โดน' ไว้แค่ 1-2 เพลง ส่วนที่เหลือก็จับยัดเข้าให้เต็มอัลบั้ม
    นั่นจึงเป็นที่มาของการประเมินว่าในจำนวน 4,000 เพลงของยอดรัก น่าจะมีแฟนเพลงจดจำได้แค่หลักร้อยเพลง ถ้าจะให้คัดกรองกันจริงๆ คงพอเลือกได้ดังนี้
    ยุคแรก (แผ่นเสียง) จดหมายจากแนวหน้า, ทหารเรือมาแล้ว อเวจีใจ และโชเล่ย์พเนจร
    ยุคที่สอง (เทป) จักรยานคนจน, ขาดคนหุงข้าว, โชคดีที่รัก, ขาดคนหุงข้าว, กำนัน กำใน, จำปูน จำปี จำปา, รักเผื่อเลือก, เมียมี เมียไม่มา, รักแม่ม่าย
    ยุคที่สาม (เทป) เด็กมันยั่ว, จูงควายกลับบ้าน, 30 ยังแจ๋ว, ไอ้หนุ่มตู้เพลง, เปลี่ยน พ.ศ.ใหม่ เปลี่ยนใจหรือยัง, เปลี่ยนรัก เปลี่ยนรถ, เอาแน่, อยู่กับยาย, ไอ้หนุ่มชุมพร,ล่องเรือหารัก, ครูประชาบาล, รักสะท้านดินสะเทือน, ด่วนแม่กลอง, มนต์รักเสนา ฯลฯ
    สำหรับ '30 ยังแจ๋ว' คงจะเป็นเพลงที่ทำให้คนไทยทั้งจดจำชื่อยอดรัก ได้แม่นที่สุด!     

-2- 
    อย่างไรก็ตาม เมื่อยอดรักหันมาลงทุนทำค่ายเพลง 'สลักใจ โปรโมชั่น' เมื่อปี 2537 ประสบการณ์การรับจ้างร้องเพลงก็ช่วยให้ธุรกิจของเขารุ่งเรืองไม่ได้ เพราะมันเป็นยุคตลาดเพลงที่ต้องพึ่งการโปรโมททางทีวี ซึ่งต้องใช้งบมีเดียสูงมาก
    นักร้องขวัญใจลูกทุ่งที่ผันตัวเองมาเป็นนายห้าง จึงเจ๊งไป 30 ล้าน!
 แถมก่อนหน้านั้น ยอดรักลงทุนเปิด 'ยอดรักคาเฟ่' ในต่างจังหวัด แต่ประสบปัญหาขาดทุนสะสมเรื่อยมา ในระหว่างที่ล้มเหลวทางธุรกิจ ยอดรักได้เดินทางไปต่างประเทศ เป็นพ่อครัวร้านอาหารไทยและเดินสายร้องเพลงต่างประเทศอย่างเป็นจริงเป็นจัง เพื่อหาเงินใช้หนี้สิน
    บทเรียนของชีวิตนักร้องลูกทุ่ง อาจเหมือนพล็อตนิยายเรื่องเดิม ที่เพียงแค่เปลี่ยนฉาก เปลี่ยนตัวละคร เนื่องจากถนนสายนี้ ไม่ใช่ถนนมายาสายความฝัน ที่แฟนๆ ได้เห็นนักร้องขวัญใจของพวกเขาออกมาขับกล่อมบนเวที
    อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครปฏิเสธถนนสายเกียรติยศของไอ้หนุ่มบ้านทุ่งเมืองพิจิตร ที่ได้รับการยอมรับจากสังคมคือ
    รางวัลเสาอากาศทองคำพระราชทาน นักร้องชายยอดเยี่ยมยอดนิยม เมื่อปี 2520 จากเพลง 'ทหารเรือมาแล้ว'
    รางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน สมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จากเพลง 'กำนันกำใน' ได้รับรางวัลพระราชทานแผ่นเสียงทองคำจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อ 23 ธันวาคม 2523
    ปี 2532 ได้รับรางวัลในงานกึ่งศตวรรษลูกทุ่งไทย จากเพลง 'ทหารใหม่ไปกอง' และ 'จักรยานคนจน'
    ปี 2539 ได้รับรางวัลพระพิฆเนศทองพระราชทาน นักร้องชายยอดเยี่ยม จากเพลง 'มนต์รักลูกทุ่ง' และปี 2543 ได้รับรางวัลเดียวกันจากเพลง 'เทพธิดาพยาบาล'
    ผลงานเพลงชุดสุดท้ายในชีวิตของยอดรัก คือ เพลงชุด 'มะเร็งไม่มายิง' กับค่ายเอสเอสมิวสิค เอ็นเตอร์เทนเมนท์ และหลังจากนั้นได้บันทึกเสียงเพลงไว้อีก 4 เพลง คือเพลง 'ล้นเกล้าเผ่าไทย' และเพลง 'ขอบคุณแฟนเพลง'  'วันอำลา'  'ยอดรักนักร้อง' แต่ยังไม่ได้นำออกมาเผยแพร่
    แต่สิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้ ทั้งที่วัดไร่ขิง และในตลาดเพลงทั่วประเทศ คือกระแสตามล่าหาเพลงยอดรัก ทั้งใหม่และเก่า จึงเป็นโอกาสของนายทุนที่มีลิขสิทธิ์เพลงยอดรักอยู่ในมือ ได้นำเอาเพลงเหล่านี้ออกมาขาย
    ซึ่งในเรื่องนี้ เกรียงศักดิ์ ไพรวัลย์ บุตรชายคนเดียวของยอดรัก กล่าวว่าคงไปห้ามใครไม่ได้ เพราะเป็นลิขสิทธิ์ของเขา พ่อก็แค่รับจ้างร้องเพลงเท่านั้น แต่ความกังวลใจของเกรียงศักดิ์และมารดา น่าจะเป็นความพยายามของคนบางกลุ่มที่จะเข้ามา 'ฮุบผลประโยชน์' จากชื่อเสียงของยอดรัก
    "ผมกับแม่ยังไม่คิดทำ ถ้าจะมีกิจกรรมอะไรที่จะเกิดขึ้นมา ถ้าไม่ใช่จากปากผมก็คงไม่ใช่ครอบครัวทำ ถ้าเกิดเขาจะช่วยเหลือครอบครัวเราจริงๆ เขาก็ต้องมาคุยกับเราก่อน ถ้าไปจัดกันเองก็น่าจะเป็นผลประโยชน์ของเขาไป เรื่องหนังสือได้ข่าวว่ามีหลายเจ้าที่จะมาทำ แต่ผมไม่เคยรับรู้อะไร ลิขสิทธิ์ต่างๆ ก็ไม่เคยมอบให้ใครเป็นคนจัดการ ไม่เคยเซ็นให้ใคร วันนี้ยังไม่เคยอนุญาตให้ใครทำทั้งนั้น"
    จึงหวังว่าสองแม่-ลูก 'ไพรวัลย์' คงเข้มแข็งเพียงพอที่จะหยัดยืนฝ่าคลื่นลมธุรกิจ ที่กำลังถาโถมเข้ามาพร้อมกับข่าวความตายของยอดรัก สลักใจ
    เหนืออื่นใด ตัวเลข 4,000 เพลง ได้บอกเล่าถึงพัฒนาการอุตสาหกรรมเพลงลูกทุ่ง ที่ทำให้หลายคนกังขาว่าอีก 3,000 กว่าเพลงที่ไม่ได้รับความนิยมนั้น มันหายไปอยู่ที่ไหน?


เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับยอดรัก 
 - ยอดรักเป็นลูกคนสุดท้องในบรรดาพี่น้อง 8 คน
 - ด้วยฐานะทางการเงินทางบ้านไม่สู้ดีนัก ทำให้ยอดรักต้องออกเร่ร่อนร้องเพลงที่บาร์รำวง ตั้งแต่เด็ก โดยได้เงินคืนละ 5 - 10 บาท (ประมาณ 35-70 บาทในปัจจุบัน) ได้เงินมาก็หาซื้อหนังสือมาอ่านและเรียนด้วยตนเอง จนกระทั่งได้เรียนที่โรงเรียนถาวรวิทยา อ.เมืองศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ โดยเรียนการศึกษาผู้ใหญ่ และสอบเทียบจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
 - ยอดรัก สลักใจ ได้มีโอกาสเข้าเรียนที่โรงเรียนพลตำรวจบางเขนเมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2534  และศึกษาต่อจนกระทั่งปี พ.ศ. 2537 ก่อนได้รับปริญญาครุศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (ศศ.บ.) สาขาศิลปศาสตร์ สายดนตรีและศิลปะ การแสดง วิทยาลัยครูธนบุรีสหวิทยาลัย
 - ชวนชัย ฉิมพะวงศ์ ผู้เปลี่ยนนามสกุลจากยอดรัก ลูกพิจิตร มาเป็น ยอดรัก สลักใจ เขาให้เหตุผลว่า ชื่อยอดรักนั้นเพราะอยู่แล้ว มีความหมายดีเป็นที่รักของทุกๆคน และเมื่อมียอดรักแล้ว เราก็ต้องสลักไว้ในใจแฟนเพลง จึงเป็นที่มาของชื่อ ยอดรัก สลักใจ
 - ผลงานเพลงที่ ยอดรัก สลักใจ บันทึกเสียงถึง 9 ครั้ง และมีศิลปินเพลงรายอื่นนำไปขับร้องอีกเป็นจำนวนมากคือเพลง 30 ยังแจ๋ว โดย ครั้งแรก ในชุด 30 ยังแจ๋ว ค่ายอโซน่า ครั้งที่ 2 ในชุด ลูกทุ่งทองแท้ ชุดที่ 1 ค่ายนิธิทัศน์ ครั้งที่ 3 ในชุด อำลาอาลัย 15 ปียอดรัก ค่ายอามีโก้ ครั้งที่ 4 ใน ชุด ลวดลายยอดรัก ค่ายโรต้า ครั้งที่ 5 ในชุด ท็อปฮิตลูกทุ่งมาตรฐาน ชุดที่ 6 ค่าย อาร์เอสโปรโมชั่น ครั้งที่ 6 ในชุด เบรกไม่อยู่ชุดที่ 1 ค่าย PGM ครั้งที่ 7 ในชุด คณะบุญหลายมันส์หยุดโลก ชุด ที่ 1 ค่าย มาสเตอร์เทป ครั้งที่ 8 ในชุด ต้นฉบับเพลงทอง ค่ายโรสวีดีโอ (ปัจจุบันคือ โรสมีเดีย) ครั้งที่ 9 ในชุด ยอดรักยอดฮิต ค่ายกรุงไทย
 - ยอดรักมีผลงานการแสดงทั้งสิ้น 22 เรื่องแยกเป็นภาพยนตร์ 16 เรื่อง ละคร 6 เรื่อง ได้แก่  ผลงานภาพยนตร์ : เรือเพลง (2523), สงครามเพลง (2526), สาวนาสั่งแฟน (2527), สาลิกาลิ้นทอง (2527), อีแต๋นไอเลิฟยู (2527), ไอ้หนุ่มรถอีแต๋น (2527), ทหารเกณฑ์เจอผี (2527), นักร้องพ่อลูกอ่อน (2528), เพลงรัก เพลงปืน (2530), เสน่ห์นักร้อง, อยู่กับยาย, อ้อนรักแฟนเพลง (2532), สงครามเพลงแผน2 (2533), เสือโจรพันธุ์เสือ, มนต์เพลงลูกทุ่งเอฟเอ็ม, อีส้มสมหวัง (2550) ผลงานละคร : ล่องเรือหารัก, สวรรค์บ้านทุ่ง, มนต์รักลูกทุ่ง, สุรพลคนจริง, อะเมซซิ่งโคกจริญ,, มนต์รักแม่น้ำมูล
 - รุ่งโรจน์ พัทลุง ถือเป็นโฆษกคู่ใจของยอดรัก นอกจากนี้ยังมีตลกที่เคยร่วมแสดงในวงดนตรี อีก 3 คณะ คือ ดาร์กี้ (ไพฑูรย์ ขันทอง), ยาว อยุธยา และสีทอง เชิญยิ้ม

เรื่อง : แคน สาริกา

โดย เนชั่นบันเทิง

 

กลับไปที่ www.oknation.net