วันที่ ศุกร์ สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อย่าเป็นกังวลเลยเจแปน


   ในวงเพื่อนร่วมงานหน้าร้อนของผม ผมได้มีโอกาสเสวนากับหลายท่าน แต่ผมได้ฟังเรื่องที่น่าสนใจมาเรียนให้ทุกท่านทราบ เรื่องของเรื่อง คือ มีอยู่สองท่านที่ผมได้คุยกับเค้าแล้วมีแง่มุมที่เหมือนกันและน่าสนใจ เราพูดในเรื่องของความจำเป็นสูงสุดของประเทศทั้งไทยและญี่ปุ่น ทั้งสองท่านเคยไปเมืองไทยมาแล้วและค่อนข้างรู้เรื่องราวของไทยดีพอสมควร แต่สิ่งที่เราคุยกัน คือ อะไรที่สำคัญต่อคนในญีปุ่นได้ด้านความน่าเป็นห่วงในอนาคต ผล คือ ทั้งสองท่านตอบผมต่างกรรมต่างวาระ ว่า การขาดแคลนอาหาร และการที่เกาะเล็ก ๆ แห่งนี้ไม่สามารถเพาะปลูกหรือเลี้ยง ปศุสัตว์ได้เพียงพอ

   เนื่องจากปัจจุบันนี้ญี่ปุ่นนำเข้าทั้งอาหารสำเร็จรูปและของสด จากต่างประเทศกว่า เจ็ดสิบเปอเซ็นต์ ที่เหลือเป็นการผลิตเองในประเทศ ในขณะที่มีไม่กี่คนที่ตระหนักด้านนี้และความกังวลด้านประชากรสูงวัยที่เพิ่มมากจนน่าใจหาย คนรุ่นใหม่เกิดมาทดแทนก็ไม่ทัน นักการเมืองถึงไม่ได้เลวร้ายแต่ก็ดูไม่ดีในสายตาคนของญี่ปุ่นเอง เนื่องจากถูกมองว่าไม่สามารถคุมเกมในอนาคตที่อาจจะพลิกไปเป็นหลังมือก็เป็นได้

     โดยส่วนตัวผมมองต่างจากเพื่อนทั้งสองท่าน เนื่องจากหากดูตามประวัติศาสตร์ และยุธศาสตร์ ของเประเทศนี้แล้ว ถ้าจะเกิดเหตุการขาดอาหารหรือแม้แต่ ขาดแรงงานจริง ในอดีตก็น่าจะเคยเกิดเหตุประมาณนี้มาบ้างแล้ว แต่คนระดับบริหารหลายคนในอดีตได้วางรากฐานเพื่อเกาะเล็ก ๆ แห่งนี้ให้ยิ่งใหญ่ต่อไปอีกหลาย ทศวรรษ ซึ่งหากการดับสูญอำนาจทางเศรษฐกิจ  และการเมืองของญี่ปุ่นจะหมดไปได้ ควงมีแค่ภาวะเดียวเท่านั้น คือ สงคราม แย่งน้ำจืด หรือสงครามนิวเคลียร์ ที่ประเทศใกล้ ๆ อยากจะลองเล่นเกมนี้เต็มแก่ ติดแค่พี่เบิ้มอเมริกาขวางทางปืนไว้ตลอด

    ด้วยระดับเทคโนโลยีและวิธีการเล่นแร่ปแปรธาตุของเกาะเล็ก ๆ นี้ทำให้ผมเห็นภาพชัดเจนอีกระดับ คือ นโยบายที่มีนั้น ต้องการขยายคนออกนอกประเทศ กลาย ๆ โดยใช้กลไกทางการทูต การค้าเป็นตัว บีบไปในแต่ละระดับ ไม่เร่งรีบแต่ทุกขั้น ได้เนื้อ ๆ เน้น ๆ ในอดีตเองรัฐบาลญี่ปุ่นก็เล็งไปทางอเมริกาใต้ ผลคือ ทุกวันนั้นคนสายเลือดญี่ปุ่น จึงมีมากมาย ในเปรู และ บราซิล ดังนั้น หากเปิดฐานการใช้หลักกระจายคน และใช้การแลกของกับของโดยเอาของเล็ก ที่ใช้เทคนิคชั้นสูงเข้าแลกอาหารการกิน ผมยังมองไม่ออกว่าประเทศนี้จะเกิดปัญหาอะไร แต่เราจะรุ้ได้ไงว่า ประเทศไทยหรือเวียดนามที่มีการส่งออกข้าวเป็นอันดับแรก ๆ ของโลก วันนึงอาจขาดแคลนหรือเพาะปลูกไม่ได้ดีอีกต่อไป ถึงตอนนั้นความน่ากังวลคงไม่จบที่ ญีปุ่นแห่งเดียว น่าจะเป็นวาระของโลกทั้งใบนี้ และคนทุกชาติทุกภาษาในโลกสีน้ำเงินนี้นั่นเอง แต่เค้าลางแห่งความเสื่อมก็มีออกมาให้เห็นบ้างในระดับการกินทิ้งกินขว้างของคนที่นี่ ไม่ได้ต่างจาก คนไทยรุ่นใหม่ ที่คิดว่า โลกนี้คงอุดมสมบูรณ์ตลอดกาล ขอบคุณการสนทนนาและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นดีดี จาก มินามิซัง อุเรชิยะมะซัง และ นะกากะวะซัง ครับ

โดย ไกอาร์

 

กลับไปที่ www.oknation.net