วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หญิงนี้ที่ไม่ได้แลกมาด้วยหมา ๑๙


๑๙.ท้องฟ้าแปรเปลี่ยน

        คุณหญิงผู้เป็นแม่ของรัฐมนตรีหนุ่มจากไทยแลนด์  พยายามสะกดกลั้น และกลบกลืนความสงสัยทั้งมวลเข้าไว้ภายในจนแน่นอก  อารมณ์สดชื่น เบาสบาย แต่เมื่อเช้าที่คิดว่าจะมาเที่ยวกับหลานสาวแปรเปลี่ยนเป็นขุ่นมัว หนักอึ้ง และแน่นอกขึ้นมาแทน  เหมือนท้องฟ้าสดใสมีเมฆมัวลอยผ่าน

     เรื่องราวที่เกิดขึ้นในสามวันที่ผ่านมาดูเหมือนจะเริ่มขมวดปมยุ่ง ๆ อยู่ในสมอง  ของคุณหญิง ตั้งแต่สาเหตุแห่งการมาทัสมาเนีย  ข่าวของลูกชาย  และสภาพอาการของเขาที่เปลี่ยนมาเป็นคนผู้ซึ่งไร้พลังทั้งปวง จนกระทั่งเหตุพิลึกพิลั่นทั้งหลายที่ปรากฏขึ้นกับสะใภ้หลวงของท่าน  ตั้งแต่มาถึงจนบัดนี้   ทำให้คุณหญิงสัมผัสได้กับอะไรบางอย่างที่เป็นเงาราง ๆ  คล้ายมีสิ่งของจากที่สูง ๆ ทิ้งตัวลงใส่ร่างจนหนักอึ้งเซซวน  ดีแต่ว่ามือยังควานไปได้หลักเกาะยึดให้พยุงกายเอาไว้ได้ เหมือนมือนั้นกำแก้ววิเศษมาปลุกกำลังใจกำลังกายให้บรรเทาทุกข์นั่นคือ

      "นพดารา...หลานย่า"

      คุณหญิงถอนสายตาจากสองหญิง คือสายคำ กับคุณนายแดงยิหวา  หันมาคว้าตัวหลานสาวเข้ามาไว้ใกล้ตัวเหมือนจะหาหลักยึด  พอดีอลันเอ่ยชวนกันกลับออกไปจากที่นี่ พลางดึงแขนสายคำออกเดินนำหน้า

       ขณะเดินมาด้วยกัน หลบหลีกผู้คนมุ่งสู่ลานจอดรถ  คุณหญิงถามไม่เจาะจงใครขึ้นว่า

       "ในเมืองโฮบาร์ตนี้มีวัดพุทธบ้างไหมนะ"

       ท่านคิดถึงที่พึ่งทางใจ  เหมือนทุกครั้งที่มีความไม่สบายใจเกิดขึ้น  หลานสาวจึงรีบบอกว่ามีอยู่แห่งหนึ่งที่ตัวเองเคยตามแม่ และป้าไปทำบุญบ่อย ๆ 

       "ย่าอยากไปทำบุญบ้าง"

      "งั้นพรุ่งนี้ดีกว่า  วันนี้คงจะสายเกินไปแล้วหละครับ  พระท่านคงจะงดรับแขกแล้ว"

       อลันให้ความคิดเห็น  คุณหญิงได้แต่พยักหน้า  ถอนหายใจ  แววตามีความหวังขึ้น 

        ครั้นเดินมาถึงที่จอดรถคันโต  อลันหันไปหาชายผู้ยังเดินตามมาอยู่ห่าง ๆ บอกเขาไปว่า

       "คุณจะมาตามอยู่ต้อย ๆ ทำไมเล่า จอห์น ไปเสียซิ"

       "นั่นซีคะ  หนูก็รู้สึกว่าน่ารำคาญจะแย่แล้ว"

       นพดาราสนับสนุน  ฝ่ายนั้นจึงล่าถอยไปเงียบ ๆ แต่ยังเอ่ยเสียงเบา ๆ เหมือนสัญญากับตนเองว่า  พรุ่งนี้พบกันที่วัดก็แล้วกัน

       บรรยากาศขากลับเป็นตรงกันข้ามกับขามา ราวกับว่าเป็นคนละคณะ  หลายคนมีคำถามมากมายอยากถามสองหญิงที่บอกว่าจะแยกตัวออกไปซื้อผัก ซื้อผลไม้  แต่ไม่เห็นมีใครถือติดมือมาเลย  ทุกคนรู้สึกตรงกันว่าสายคำแปลกไป  ตั้งแต่เห็นยืนนิ่ง เหม่อมองดูแผ่นศิลาจารึกนั่นแล้ว

      นพดารานั้นสงสัยว่า ดอลลี่ จะแผลงฤทธิ์ อะไรหรือเปล่า เด็กสาวร่ำ ๆ จะถามถึงดอลลี่  แต่ก็ไม่แน่ใจ เพราะได้เคยรับปากกับสายคำไว้แล้วว่าจะปิดเป็นความลับไว้ก่อน  ทั้งไม่แน่ใจว่าพูดออกไปแล้วใคร ๆ ในที่นั้นจะเชื่อหรือเปล่า

       "ช่างไม่ยุติธรรมเลย"

       เด็กสาวรำพึงกับตัวเอง  พุ่งสายตาไปที่กระเป๋าของสายคำด้วยความรู้สึกที่สับสน  เหตุผลและความเชื่อตีกันวุ่นวายในสมอง

       ส่วนอีกคนที่คิดวกวนผูกโยงเรื่องราวผิดปกติน่าสงสัยทั้งปวงอยู่ในใจก็คือคุณหญิงย่า  ดังนั้นพอกลับถึงบ้านท่านจึงรีบสาวเท้าไปดึงเอาตัวกิมหมวยมาซักไซ้เอาความ เรื่องราว ต้นเค้าก่อนที่นพดลจะเจ็บป่วย

       "เล่าให้แม่ฟังซิว่า แรกทีเดียวอาการนพดลเขาเป็นอย่างไร  มันเกิดขึ้นที่ไหน"

       กิมหมวยตกใจอ้ำอึ้งอยู่  สายคำได้ยินแล้วก็ก้มหน้าเดินเลี่ยงออกไป  คล้ายอยากอยู่เงียบ ๆ คนเดียว  แต่คุณนายแดงยิหวา  กับนพดาราเห็นแล้วก็เดินมาติด ๆ

      "เธอยังอยู่เหรอทรูกานินี          เธอได้เจอคิงบิลลี่ของเธอบ้างหรือเปล่าล่ะ"

      สายคำเพิ่งได้มีโอกาสถามไถ่เป็นส่วนตัว 

      "เปล่าก็เหมือนดอลลี่นั่นแหละที่พบแต่ความว่างเปล่าใช่ไหมเล่า"

      ยังไม่ทันที่ใครจะตอบก็มีเสียงโพล่งขึ้นมาถามจากนพดาราอย่างแสนจะอดกลั้นได้อีกต่อไป

     "อย่าเพิ่งคุยอะไรกันเลยค่ะ  ตอบหนูมาดีกว่า ที่พ่อหนูเป็นอย่างนี้ก็เพราะเรื่องนี้ด้วยใช่ไหม"

     เงียบกันไปทั้งสองคน  จนมีใครคนหนึ่งตามมาสมทบและถามขึ้นว่า

      "ใช่  ผมก็อยากรู้เหมือนกัน  เรื่องแปลก ๆ ที่เป็นอยู่นี่คืออะไรกันแน่"

     "อลัน"

      สายคำร้องขึ้นอย่างตกใจใช้มือทาบอก หน้าซีดเผือด

      "ใช่ผมเอง ที่รัก คุณปิดบังอะไรผมใช่ไหม"

          ความเงียบแผ่เข้ามาปกคลุมจนได้ยิน แม้แต่เสียงเต้นของหัวใจ

0000000

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

โดย เอื้อยนาง

 

กลับไปที่ www.oknation.net