วันที่ อังคาร สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มะเร็ง...เพื่อนรัก ตอน ชะตากรรมหลังการส่องกล้อง


หลังจากทำการส่องกล้องเสร็จ ผมก็รู้สึกเพลียมากๆ เพราะฤทธิ์ของยานอนหลับ เพื่อนๆที่โทรมาหา ผมเองก็สะลึมสะลือ ไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ที่แน่ๆที่รู้สึกได้ทันทีหลังจากฟื้นจากยานอนหลับ คือ สายยางสำหรับให้อาหาร สอดผ่านจมูกเข้าไปยังกระเพาะอาหาร

ตอนแรกก็รู้สึกเจ็บและรำคาญในลำคอพอสมควร เพราะว่าไม่ชินกับการที่มีท่อยางแบบนี้ผ่านจมูก ท่อนี้เขาใช้สำหรับดูดน้ำย่อยและของเสียในร่างกายออกมา เพื่อไม่ให้ปวดท้องเนื่องจากโดนกัดกระเพาะ และเป็นการขับของเสียที่คั่งค้างออกมาด้วย

ชีวิตที่มีพันธนาการ 2 เส้น

คุณหมอเข้ามาแจ้งผลการตรวจว่า ตอนนี้ พบว่าเป็นก้อนเนื้อ แต่คุณหมอบอกว่าไม่ต้องห่วงนะ มันรักษาได้ หายขาดได้ ไม่มีปัญหา ตอนนั้นผมเองก็รู้สึกแปลกๆ เพราะทุกคนพยายามไปคุยกันนอกห้องพักผม เพราะถ้าผมไม่เป็นอะไรมาก ทุกคนน่าจะคุยกันอยู่ในห้อง คนที่มาเยี่ยมก็ท่าทางแปลกๆ ไป ผมดูจาสถานการณ์ที่โดนต่อสายยางเพิ่มขึ้น และท่าทางของทุกคนก็เลยเริ่มรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง

วันนั้นผมถามเพื่อนสนิทที่มาเยี่ยม ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผม เขาก็ไม่ยอมบอก บอกปัดกันไปปัดกันมา เพราะปกติ ผมจะถามตลอดว่า ตรวจอันนี้แล้วเป็นยังไง และหมายความว่ายังไง แต่นี่ทุกคนเลี่ยงจะบอกผมหมด ผมก็ได้แค่เตรียมใจรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น

เตรียมใจผ่าตัดโดยที่ยังงงๆ

มาถึงตอนนี้ ทุกคนก็ได้แต่บอกผมว่า ให้ทำใจให้สบาย ไม่ต้องคิดอะไร หมอให้ทำอะไรก็ขอให้ทำตามแล้วกัน ผมนอนรอเวลาอยู่ โดยที่ไม่ได้สนใจรายการทีวีเลยสักนิด มันเหมือนว่าจิตใจมันสับสนไปหมด แต่ก็ โดนรั้งไว้ด้วยสายยางสองสามเส้น

ณ เวลานั้น ผมได้แต่เตรียมใจว่า จะต้องผ่าตัดแล้ว คุณพ่อกับแม่ เข้ามาบอกว่า ได้เตียงพักฟื้นกับได้หมอที่จะมาช่วยผ่าตัดให้แล้ว คุณพ่อแม่ผมดีใจมาก ทุกอย่างเหมือนจะดูแล้วสดใสขึ้นมาชั่วครู่หนึ่ง

ผ่าตัดก่อนกำหนด

หลังจากกำหนดวันผ่าตัดเป็นเช้าวันพุธ ผมก็เตรียมตัวทำใจให้สบายในวันอังคาร ทุกอย่างเหมือนเป็นวันที่เรียบๆอีกวันหนึ่ง หากแต่ช่วงสายๆของวันนั้นเอง เจ้าหน้าที่ได้มาแจ้งผมว่า เดี๋ยวคุณหมอจะขอผ่าตัดเป็นวันนี้ช่วงบ่ายเลย เนื่องจากว่าห้องผ่าตัดว่างและคุณหมอก็ว่างเช่นกัน ทำให้การผ่าตัดเลื่อนมาเร็วกว่ากำหนดอีกวัน

พอเจ้าหน้าที่บอกเสร็จ ใจหนึ่งก็ดีใจ ที่ได้ผ่าตัดจะได้หายสักที อีกใจหนึ่งก็หวั่นใจ ว่าจะเป็นยังไง กลัวลึกๆในใจ แต่มั่นใจว่า หลังผ่าตัดทุกอย่างจะต้องผ่านไปได้ด้วยดี ก่อนเข้าห้องผ่าตัดก็ได้แต่สวดมนต์ไหว้พระ และนึกถึงสิ่งดีงาม

สิบนาที เหมือน สิบปี

ระหว่างที่นอนรอหน้าห้องผ้าตัด เป็นเวลาที่บรรยายไม่ถูก เหมือนหมูกำลังจะขึ้นเขียงก็ไม่ปาน ไม่มีใครมาคุยด้วย ได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่คุยกันไปมา แต่เราเองก็ไม่ใจจะไปฟังหรอก ว่าเขาคุยอะไรกัน

คุณหมอเดินมาคุยกับผมสั้นๆว่า เดี๋ยวหมอจะทำให้วันนี้เลยนะ พอดีห้องว่างและผมก็ว่าง เห็นว่าเราเตรียมตัวมาหลายวันแล้วด้วย ตั้งแต่คืนวันเสาร์หลังเที่ยงคืน ผมก็งดน้ำงดอาหารมาตลอด จนถึงวันที่ผ่าตัด ก็คือวันอังคาร รวมทั้งหมดก็ 3 วันแล้ว

หลังจากเจ้าหน้าที่ทวนถามชื่อผม แล้วก็เข็นผมเข้าห้องผ่าตัดไป แขนและขาโดนตรึงไว้กับเตียง ได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่บอกว่า ทำไมคนไข้คนนี้ตัวพอดี๊พอดีเตียงจัง เราก็นึกขำในใจว่า สงสัยเรานี่มาตรฐานเตียงผ่าตัดนะเนี่ย

ก่อนที่จะหลับไปด้วยฤทธิ์ยา ผมก็ได้ยินเจ้าหน้าที่พูดกันนิดหน่อยว่า ไหนเลือดล่ะ คนไข้นี่นอกตารางนะ มีเตรียมหรือยัง ผมก็ใจหายนิดหน่อยว่า เอ เขาพร้อมกันไหมน้า ขณะที่เตรียมจะให้ยาสลบ คุณหมอก็มีการเปิดที่ครอบปากมาถามอีกว่า คนไข้น้ำหนักเท่าไรคะ?? โอ้วพระเจ้าช่วยกล้วยน้ำว้าปิ้ง หลังจากผมบอกน้ำหนักไปแล้ว..

ตัวผมก็เหมือนจะหนักอึ้ง แล้วก็จมหายไปกับโลกของการหลับไหล
...

โดย จักรจาคี

 

กลับไปที่ www.oknation.net