วันที่ อังคาร สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

รำลึกวันเสียงปืนแตกที่บ้านนาบัว


รำลึกวันเสียงปืนแตกที่บ้านนาบัว

 

7 สิงหาคม 2508 เมื่อ 43 ปี ที่แล้ว นับเป็นวันประวัติศาสตร์ที่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยได้ประกาศชัยใช้ยุทธวิธีในการโจมตีกองกำลังของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองของรัฐบาลแบบกองโจรเป็นครั้งแรกที่บ้านนาบัว ตำบลโคกหินแฮ่ อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม เหตุการณ์ในครั้งนั้นถูกเรียกกว่า “วันเสียงปืนแตก” อันเป็นตำนานเล่าขานมาจนถึงปัจจุบัน

ความเป็นมาของวัน "เสียงปืนแตก"

ก่อนที่จะเขียนถึงเหตุการณ์ “วันเสียงปืนแตก” ที่บ้านนาบัว  ใคร่ขอกล่าวถึงประวัติความเป็นมาของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เดิมมีชื่อเรียกว่า “พรรคคอมมิวนิสต์สยาม”  มีการประชุมอย่างลับ ๆ ครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2473 ที่โรงแรมแห่งหน้าสถานีรถไฟหัวลำโพง ก่อนที่จะมีการประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2485 ที่จังหวัดนครสวรรค์  มีสมาชิกร่วมก่อตั้ง 57 คน  

 ในปี 2492  ได้ส่งผู้ปฏิบัติงานมาทำการเคลื่อนไหวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจัดตั้งชาวนาเพื่อการปฏิวัติ ต่อมาเกิดการรัฐประหารในปี 2501  รัฐบาลได้ใช้กำลังปราบปรามและกวาดล้างประชาชนในเขตจังหวัดสกลนคร และนครพนมอย่างเด็ดขาด  จนในเดือนพฤษภาคม 2504 ได้มีการประหารนายครอง จันดาวงษ์ และนายทองพันธุ๋ สุทธิมาศ ทำให้ประชาชนไม่พอใจเป็นอย่างมาก

 เดือนกันยายน 2504 ได้มีการเปิดประชุมสมัชชาพรรค ครั้งที่ 3 ได้มีมติให้เตรียมการลุกขึ้นสู้ด้วยอาวุธเพื่อป้องกันตนเอง  ทำให้มีชาวบ้านวัยหนุ่มสาวส่วนหนึ่งข้ามแม่น้ำโขงไปยังประเทศลาวเพื่อฝึกฝนอาวุธที่โรงเรียนการทหารของพรรคที่ประเทศเวียตนาม และได้ปรับยุทธศาสตร์การต่อสู้ “ป่าล้อมเมือง” ปลุกระดมมวลชนชาวไร่ ชาวนาเข้าร่วมเป็นแนวร่วมให้มากยิ่งขึ้น

 หลังปี 2506  กลุ่มชาวบ้านที่ไปศึกษาที่ประเทศลาวได้เดินทางกลับประเทศไทย และขยายงานจัดตั้งมวลชนในเขตงานต่าง ๆ  ทำให้รัฐบาลเริ่มเพ่งเล็งเขตงานบริเวณรอบเขาภูพาน จนในวันที่ 1 มกราคม 2508 ได้มีการจัดตั้งแนวร่วมรักชาติไทยขึ้น (พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย) โดยมี พ.ท. โพยม จุลานนท์ เป็นประธาน มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างองค์การแนวร่วมขึ้นเป็นผู้นำการปฏิวัติ

 

ทางเข้าหมู่บ้านนาบัวในปัจจุบัน

มูลเหตุของการก่อเกิด

ากข้อมูลในเว็บไซด์ขององค์การบริหารส่วนตำบลโคกหินแฮ่ อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม ได้บันทึกเหตุการณ์ “วันเสียงปืนแตก”  ไว้ว่า ในปี 2500 เริ่มมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งแรกที่บ้านหนองกุง  มีนายภูมิ ชัยบัณฑิต  เป็นผู้นำการต่อต้านรัฐบาล  มีการต่อสู้กันที่เถียงนานายสี ราชสินธ์  ต่อมาในปี 2504 มีการจับกุมราษฏรในหมู่บ้านในข้อหาอันธพาล โดยนำไปขังลืมไว้ที่อำเภอธาตุพนม และที่จังหวัดอุดรธานี จากนั้นจึงนำไปขังไว้ที่เรือนจำนครบาล กรุงเทพฯ  และครั้งสุดท้ายได้จับชาวบ้านนาบัว และบ้านหนองกุง จำนวน 9 คน ไปขังไว้ที่เรือนจำลาดบัวขาว จังหวัดนครราชสีมา  

ในปี 2507 ภายหลังรัฐบาลปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองสู่ภูมิลำเนาตนเอง มีชาวบ้านหนองกุงที่มีความขัดแย้งทางการเมืองกับเจ้าหน้าที่ของรัฐถูกยิงตาย 2 คน คือ นายรบ ไชยราช และนายภูมิมา ราชสินธิ์ ทำให้ราษฏรในเขตพื้นที่บ้านนาบัวและหมู่บ้านใกล้เคียงได้ทยอยกันเข้าป่า เพื่อร่วมต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยมากยิ่งขึ้น อันเป็นที่มาของเหตุการณ์ “วันเสียงปืนแตก” ที่บ้านนาบั

 

เทิอกเขาภูพานรอยเขตรอยต่อสามจังหวัด สกลนคร มุกดาหาร และกาฬสินธุ์

 จากเหตูการณ์ดังกล่าวหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ประจำวันที่ 9 สิงหาคม 2508 ได้พาดหัวข่าวการปะทะกันระหว่างสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลว่า

“พวกก่อการร้ายนครพนมยิง พ.ต.อ.สาหัส ขณะคุมกำลังตำรวจออกกวาดล้าง ปะทะดุเดือดตายฝ่ายละศพ”

เนื้อหาข่าวยังรายงานต่อว่า ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครพนมได้รับรายงานเมื่อวานนี้ (8 สิงหาคม) พ.ต.อ. สงัด โรจนภิรมย์ ผู้กำกับตำรวจภูธรนครพนม ได้นำกำลังตำรวจภูธรราว 30 คน บุกไปที่เขตป่าดงอินำ ตำบลพระซอง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม เพื่อปราบปรามกวาดล้างพวกก่อการร้ายคอมมิวนิสตที่ส้องสุมชุมนุมพลคอยยุแหย่ชาวบ้านให้เกิดการปั้นปวนอยู่ในเขตนั้นมานานแล้ว จนกระทั่งเวลา 7 น. เศษ ของเช้าวันที่ 8 ขณะที่ตำรวจภายใต้การนำของ พ.ต.อ. สงัด มาถึงชายป่าบ้านดงอินำ ได้เกิดปะทะกับผู้ก่อการร้ายประมาณ 50 คน ฝ่ายก่อการร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงเร็วยิงต่อสู้กับตำรวจสนั่นหวั่นไหว การต่อสู้ด้วยอาวุธปืนดังกึกก้องอยู่ประมาณ 30 นาที จึงสงบ

 จากเนื้อหาของข่าวดังกล่าว ทำให้ทราบว่า พ.ต.อ. สงัด โรจนภิรมย์ ได้รับบาดเจ็บ นอกจากนั้นยังมี  ส.ต.ต. มนต์ชัย ภูมิดอกไม้ ได้รับบาดเจ็บ และ ส.ต.ต. ชัยรัตน์ สิงห์ด้วง เสียชีวิต ส่วนกำลังของพรรคคอมมิวนิสต์เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 คน ที่เหลือรอดพ้นจากการล้อมปราบปรามได้

 แต่อย่างไรก็ตามจากการนำเสนอข่าวดังกล่าวยังคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงคือจุดที่ปะทะกันนั้นคือบริเวณบ้านนาบัว ตำบลโคกหินแฮ่ อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม มิใช่ที่บ้านดงอินำ อำเภอนาแก ส่วนฝ่ายกำลังพลฝ่ายคอมมิวนิสต์มีกำลังเพียง 8 คน มิใช่ 50 คน ตามที่ข่าวรายงาน

  

ภาพวาดสหายเสถียร ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ "วันเสียงปืนแตก" ที่บ้านนาบัว

แต่อย่างไรก็ตามจากการนำเสนอข่าวดังกล่าวยังคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงคือจุดที่ปะทะกันนั้นคือบริเวณบ้านนาบัว ตำบลโคกหินแฮ่ อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม มิใช่ที่บ้านดงอินำ อำเภอนาแก ส่วนฝ่ายกำลังพลฝ่ายคอมมิวนิสต์มีกำลังเพียง 8 คน มิใช่ 50 คน ตามที่ข่าวรายงาน

จากข้อเท็จจริงดังกล่าว พบว่าผลจากการปะทะกันทำให้ฝายคอมมิวนิสต์เสียชีวิต 1 คน คือ นายกองสิน จิตมาตย์ หรือสหายเสถียร อายุ 25 ปี ส่วนฝ่ายกำลังพลทั้ง 8 คน คือ นายหนูลา จิตมาตย์, นายหนูทอง นามวุฒิ, นายคำทา จิตมาตย์, นายลำเงิน จิตมาตย์, นายกายน ดำบุดดา, นายสนไชย มูลเมือง, นายยวน จิตมาตย์ และนายกองสิน จิตมาตย์

เรื่องเล่าจากผู้เกี่ยวข้อง

ากการบอกเล่าของนายหนูลา จิตมาตย์ ทำให้ได้ทราบว่านายกองสิน จิตมาตย์ หรือสหายเสถียร ได้รับบาดเจ็บในขณะที่ยิงต่อสู้กับฝ่ายตำรวจ จึงได้ตัดสินใจปักหลักยิงต่อสู้ตรึงกำลังเพื่อให้สหายอื่นรอดพ้นจากที่ล้อม จึงนับเป็นการเสียสละอย่างกล้าหาญ

 ในขณะเดียวกัน จากคำบอกเล่าของนายวิรัช อังคถาวร  กล่าวถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ว่า ในราวกลางปี 2508 ทางพรรคได้สร้างงานในชนบทขึ้น แต่ว่างานชนบทไม่อาจเป็นความลับได้ ทางการเริ่มสนใจและสืบหาเพื่อปราบปราม ทำให้กองกำลังของพรรคในป่าต้องเตรียมตัวและติดอาวุธ เหตุการณ์ในครั้งนั้นเป็นการปะทะครั้งแรก ในครั้งนั้นศัตรูเข้ามาปิดล้อมทำให้เสียสหายคนหนึ่ง ศัตรูเสียชีวิต 1 คน เป็นตำรวจชั้นนายสิบ บาดเจ็บขาหัก 1 คน เป็นขั้นพันตำรวจ และเป็นข่าวใหญ่ในช่วงนั้น

 ส่วนนายธง แจ่มศรี เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวในนิตยสารสารคดีว่า ในช่วงนั้นศูนย์กลางพรรคมีมติว่าให้พยายามหลีกเลี่ยงการปะทะกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ และรักษาสภาพที่สงบเงียบเพื่อให้งานเคลื่อนไหวใต้ดินเป็นไปโดยสะดวก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะสหายลงไปทำงานมวลชนในเขตงาน เกิดมีสายลับรายงานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้มีการส่งกำลังปิดล้อมจึงเกิดการต่อสู้กันขึ้น ส่วนสหายที่ถูกยิงเสียชีวิตจะมีความรู้ด้านการทหาร ก่อนที่จะเสียชีวิตได้ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่เพื่อให้สหายที่เหลือแหกวงล้อมออกไปได้ โดยการปิดล้อมทั้งวันจนถึงช่วงค่ำ จึงค่อยคลานฝ่าแนวปิดล้อมจากทุ่งราบไปยังภูเขาได้ เหลือเพียงสหายเสถียรที่ยอมตายคุ้มกันให้สหายปลอดภัย

 

ภาพทางเข้าบ้านคุณป้าสุดใจ - คุณลุงไสว

ด้านคุณลุงไสว และคุณป้าสุดใจ  สองสามีภรรยาสหายชาวนาในอดีตได้กล่าวถึงเหตุการณ์ “วันเสียงปืนแตก” ว่า สำหรับสหายเสถียรผู้เสียชีวิตนั้นมีศักดิ์เป็นหลาน ในวันที่เกิดเหตุมีหน่วยทหารป่าจากภูพานน้อยประกอบด้วยสหายเสถียร, สหายวิหาร, สหายรมย์ และคนอื่น ๆ ได้ลาดตระเวนผ่านบ้านนาขาม จากนั้นจึงมาติดต่อมวลชนและลำเลียงเสบียงที่บ้านนาบัว เนื่องจากสหายเสถียรเป็นชาวบ้านนาบัวและมีครอบครัวอยู่ที่นี้ จึงให้พลพรรครออยู่ที่เถียงนาใกล้หนองมะแส่ว  โดยสหายเสถียร พร้อมพลพรรคทหารป่าอีกส่วนหนึ่งเข้าไปในหมู่บ้าน  ในขณะเดียวกันได้มีสายของทางการได้แจ้งเข้าไปที่โรงพักนาแกและธาตุพนม ทำให้ตำรวจและอาสาสมัครจำนวนหนึ่งปิดล้อมหมู่บ้าน สหายเสถียรจึงให้พลพรรคแหกวล้อมของเจ้าหน้าที่ออกไป ส่วนตัวเองยิงสกัดเปิดทางเอาไว้ จนถูกยิงเสียชีวิตกลางทุ่งนาใกล้หนองมะแส่ว

เหตุการณ์หลังวันเสียงปืนแตก

ย่างไรก็ตามจากข้อมูลในเว็บไซด์ขององค์การบริหารส่วนตำบลโคกหินแฮ่ ได้กล่าวถึงเหตุการณ์หลังจาก“วันเสียงปืนแตก” ที่บ้านนาบัวว่าในปี 2509  มีการปรามปราบมากยิ่งขึ้น ทางการได้จับกุมนายอัมลา นามพลแสน พร้อมราษฎรในหมู่บ้านในข้อหาการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ จึงได้มีการเลือกตั้งผู้ใหญ่คนใหม่ขึ้นมาแทนคือนายบุษบา แสนมิตร  ทางการสั่งให้ราษฏรทำรั้วรอบหมู่บ้านตนเองอย่างหนาแน่น  ต้องรายงานตัวก่อนออกไปทำไร่ทำนาในตอนเช้าและตอนเย็นอย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนจะถูกทำโทษอย่างหนัก และนำไปขังที่ค่ายทหารบ้านหนองฮี และที่กองทัพภาคที่ 2  จึงทำให้ราษฏรเข้าร่วมต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

ภายหลังเกิดเหตุการณ์ “วันเสียงปืนแตก” ที่บ้านนาบัว ในเดือนพฤศจิกายน 2508 พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย  มีการประชุมคณะกรรมการเมืองมีมติให้ประกาศการต่อสู้ด้วยอาวุธในเขตชนบทอย่างเป็นทางการ เพื่อตอบโต้การปรามปราบของฝ่ายอำนาจรัฐ และถือเป็นวันเริ่มต้นของสงครามประชาชนนับแต่นั้นมา

 ในพื้นที่เขตงานภาคเหนือได้มีการขยายแนวการต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างเปิดเผยเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2510 ที่บ้านน้ำบาน ตำบลนาไร่หลวง อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์วันเสียงปืนแตกในเขตงานภาคเหนือ  นอกจากนั้นยังมีการขยายฐานที่มั่นหลายพื้นที่ในเขตภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 ปลายปี 2511 พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยได้มีการประชุมคณะกรรมการพรรคครั้งที่ 2  มีการปรับบทบาทให้พรรคมาเป็นกองหน้าการปฏิวัติด้วยตนเอง  ภายหลังวันที่ 1 มกราคม 2512 ได้มีการขยายการจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธ และกระจายฐานที่มั่นก่อการร้ายทั่วประเทศ โดยมีการประกาศจัดตั้ง “กองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย (ทปท.)”  ใช้ยุทธศาสตร์ป่าล้อมเมือง บ้านล้อมเมือง สถานการณ์ในห้วงเวลาดังกล่าวมีทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านได้ถูกพรรคคอมมิวนิสต์เข้ายึดครองรอบด้าน

 ในปี 2516  ยุค “การเมืองนำทหาร” มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญของไทย เมื่อเกิดการต่อสู้ระหว่างนิสิต นักศึกษา ประชาชนกับฝ่ายรัฐบาลจนเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ทำให้ฝ่ายประชาชนได้รับชัยชนะ จนสืบเนื่องมาถึงหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ทำให้นิสิต นักศึกษา และประชาชน ที่ต่อต้านรัฐบาลหนีการกวาดล้าง จับกุมเข้าร่วมต่อสู้ในเขตป่ากับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

 อย่างไรก็ตามการต่อสู้ระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยกับรัฐบาลได้ต่อสู้กันตลอดมาจนในปี 2523 รัฐบาลได้ประกาศนโยบายศนโยบาย 66/23 โดยไม่เอาผิดกับสมาชิกของพรรคที่เข้าป่าจับอาวุธต่อสู้กับรัฐบาล รวมทั้งการแจกที่ดินทำกินให้กับชาวบ้านที่เข้าร่วมขบวนการในนาม “ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย”  ทำให้นิสิต นักศึกษา และประชาชนเริ่มทยอยกลับออกมามอบออกมามอบตัวกับรัฐบาลตั้งแต่ปี 2525 ทำให้พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยขาดกำลังจึงได้ยุติยุทธศาสตร์การสู้รบนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา  จนเหตุการณ์สงบมาจนถึงปัจจุบัน

 

ผู้นำชาวบ้านนาบัวในงานลอยกระทงลงเรือแข่งประจำปีของหมู่บ้าน

บ้านนาบัวในปัจจุบัน

ปัจจุบันบ้านนาบัว อยู่ในเขตการปกครององค์การบริหารส่วนตำบลโคกหินแฮ่ อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม แบ่งการปกครองออกเป็น 3 หมู่ คือ หมู่ที่ 5, 13,14 เป็นชุมชนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ถนนสายนครพนม – บ้านนาเหนือ มีจำนวน 246 หลังคาเรือน มีประชากร 1,251 คน เป็นชุมชนที่ได้รับการพัฒนาทั้งด้านอาชีพและเศรษฐกิจ โดยการจัดตั้งกลุ่มต่าง ๆ  มีสถานศึกษา สถานีอนามัย และวัด ในหมู่บ้าน มีพืชเศรษฐกิจในท้องถิ่น คือ ข้าว ยาสูบ และพริก

นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์วันเสียงปืนแตกที่บ้านนาบัว สะท้อนให้เห็นถึงเส้นทางการต่อสู้ของนักปฏิวัติชาวนา ผู้มีอุดมการณ์ โดยมีมูลเหตุส่วนหนึ่งจากการรัดเอาเปรียบของเจ้าหน้าที่ของรัฐ บางครั้งจนถึงขั้น “โดนเก็บ” ปัจจัยเหล่านี้จึงเป็นส่วนหนึ่งที่หันหน้าเข้าป่าและจับอาวุธต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐในสภาวะที่จำยอม มิแตกต่างกับนิสิต นักศึกษา ปัญญาชน และประชาชนหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519

 

การแสดงในงานลอยกระทงลงเรือแข่งของชาวบ้านนาบัว เมื่อปี 2550

การสืบสานอุดมการณ์วันเสียงปืนแตก

ด้มีการสืบสานอุดมการณ์วันเสียงปืนแตก โดยสถาบันอุดมศึกษาในท้องถิ่น องค์กร ชุมชน ที่เห็นความสำคัญ  เช่น “’งานรำลึก 40 ปี  รำลึก 7 สิงหา 2508 คิดถึงสหายเสถียร อาลัยผู้เสียสละที่จากไป” เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2548 โดยคณะกรรมการสโมสร 7 สิงหา, ผู้นำท้องถิ่น ที่วัดบัวขาว บ้านนาบัว มีการจัดนิทรรศการ และเรื่องราวของสหายผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ มีคุณลุงธง แจ่มศรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในวันครบรอบ 40 ปี วันเสียงปืนแตก

ต่อมาได้มีการจัดงานสัมมนาวิชาการ “รำลึก 60 ปี วันสันติภาพ/40 ปี วันเสียงปืนแตก”  เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2548 โดยคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ร่วมกับกลุ่มเยาวชนรักถิ่นน้ำบัง และกลุ่มศึกษา “เด็กฮักถิ่น” เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ 7 สิงหาคม และกระตุ้นจิตสำนึกให้ลูกหลานชาวนาอีสานได้ตระหนักถึงการเมืองภาคประชาชน

 

คณะกรรมการจัดงานรำลึกวันเสียงปืนแตกครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2551

อดีตสหายชาวนาแห่งบ้านนาบัว ในงานรำลึกวันเสียงปืนแตก วันที่ 6 สิงหาคม 2551

ล่าสุดได้มีการจัดงานวันเสียงปืนแตกที่บ้านนาบัว เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2551 ที่วัดบัวขาว บ้านนาบัว โดยใช้ชื่องานว่า “เวทีรวมพลคนพัฒนา ร่วมศึกษาอดีต ร่วมเรียนรู้ปัจจุบัน ร่วมกำหนดอนาคต” โดยสถาบันวิชาการ 7 สิงหา, สถาบันการพัฒนาการเมืองอีสานเหนือ และกลุ่มสร้างสรรค์พัฒนาอีสาน เพื่อสืบสานเจตนารมณ์สหายนักปฏิวัติชาวนาสู่คนรุ่นหลังในอนาคตต่อไป

ความเสียสละของสหายชาวนาที่บ้านนาบัว นับเป็นอีกตำนานหนึ่งของการต่อสู้ของประชาชนต่ออำนาจรัฐที่มีบทสรุปคือคือความตายของประชาชนคนธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่มีเหรียญตาสดุดีสำหรับวีรชนนิรนาม  จนกาลเวลามาเป็นเวลา 43 ปี แต่เรื่องเล่าขานและตำนานความกล้ายังคงปลุกกระแสสำนึกแห่งความเป็นธรรมของชาวนาอีสาน ตราบนั้นสังคมยังต้องการวีระบุรุษผู้กล้าเพื่อสร้างความเป็นธรรมและความถูกต้องในสังคม

 ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิง : ภาพ

 http://www.dmbcrtaf.thaigov.net (ภาพทหาร)

 http://www.happyoppy.com

http://singsam.ob.tc

http://th.wikipedia.org

http://www.oknation.net/blog/vihokpludtin

http://www.khokhinhae.com

http://hms.snru.ac.th

http://www.thaioctober.com

http://firelamtung.com (ภาพทางเข้าบ้านป้าสุดใจ,ลุงไสว,หมู่บ้านนาบัว)

http://www.newskythailand.com  (ภาพกิจกรรมวันที่ 6 สิงหาคม 2551)

โดย เจนอักษราพิจารณ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net