วันที่ อังคาร สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

**อัศจรรย์แห่งน้ำพุร้อนโป่งเดือด**


มีงานที่ต้องไปทำที่บ้านปางลัน..ซึ่งเป็นเส้นทางที่คุ้นเคยจากอำเภอแม่ริมไปตามทางหลวงหมายเลข 107 ถนนเชียงใหม่ฝางนั่นเองแหละคะ  แยกซ้ายมือถนนหลวงหมายเลข 1095(สายตัดใหม่เชียงใหม่-ปาย)ก่อนถึงตลาดแม่มาลัย(สายเก่า)เดินทางประมาณกิโลเมตรที่ 42  ก็จะถึงทางแยกเข้าโป่งเดือดค่ะ

แยกขวาเข้าโป่งเดือดระยะทาง 6.5 กิโลเมตร

เจอเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงผู้ยิ่งใหญ่..ขวางเต็มถนนเลยเชียว

ใช้เวลาไม่นานค่ะก็มาถึงอุทยานโป่งเดือด

ไปกันกับพี่สาวสองคนค่ะ

ทางเดินสวยจังค่ะเป็นสะพานปูด้วยไม้หมอน

มีน้ำตกเล็กๆไหลผ่าน

ดงกล้วยป่าค่ะ

เดินเข้าไประยะทางประมาณ 1 กิโลเมตรกว่านิดหน่อย

ต้นไม้ใส่เสื้อค่ะ

ถึงแล้วค่ะอัศจรรย์แห่งน้ำพุร้อนโป่งเดือด

ในอดีตน้ำพุร้อนแห่งนี้เคยพุ่งสูงถึง 5 เมตร แต่ปัจจุบันพุ่งสูงได้ไม่เกิน 1 เมตร เท่านั้นเองค่ะ  น้ำพุร้อนแห่งนี้ เกิดขึ้นมาได้ ก็เนื่องจากใต้ดินบริเวณนี้ยังคงมีน้ำใต้ดินเพียงพอ น้ำใต้ดินที่มีอยู่ส่วนใหญ่ได้มาจากน้ำฝน น้ำฝนจะดูดซึมลงสู่ดินได้  หากดินบริเวณนั้นมีความพรุนมาก  ความพรุนของดินจะมีมากหากบริเวณนั้นมีต้นไม้ และพื้นดินไม่ถูกเหยียบย่ำ

ดังนั้นถ้าปริมาณต้นไม้ลดลงพื้นดินบริเวณน้ำพุถูกเหยียบย่ำมากขึ้น ความพรุนของดินย่อมจะลดลง แน่นอนว่าปริมาณน้ำใต้ดินจะลดลงตามไปด้วย  รอยแตกของผิวดินที่นำน้ำลงไปสู่แหล่งพลังงานความร้อนอาจเกิดการอุดตัน  และถูกปิดไปในที่สุด เมื่อถึงวันนั้น  น้ำพุร้อนที่ปรากฎในวันนี้ อาจเป็นเพียงตำนานให้กล่าวถึงเท่านั้น

น้ำพุร้อนเกิดจากน้ำบาดาลหรือน้ำใต้ดินที่ไหลซึมลงสู่ผิวดินตามรอยแตกหรือช่องทางอื่นๆตามธรรมชาติ  และไปรวมตัวกักขังอยู่ในส่วนที่ลึกลงไป หินอัคนีที่ยังร้อนอยู่หรือไอร้อนของหินเหล่านั้นจะทำให้น้ำที่กักขังอยู่ในส่วนล่างที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นและมีความดันไอเพิ่มขึ้น  จึงทำให้น้ำในส่วนล่างนี้มีจุดเดือดสูงกว่าปกติที่ประมาณ 176-203 องศาเซลเซียล

จากนั้นน้ำจะกลายเป็นไอน้ำก่อให้เกิดการขยายตัวแล้วดันเอาน้ำส่วนบนและไอน้ำให้พุ่งขึ้นสู่ผิวดิน  เมื่อกระทบกับความเย็นด้านบนอุณหภูมิของน้ำที่ผิวดินจึงลดลงเหลือประมาณ 90-99  องศาเซลเซียล หลังจากน้ำและไอน้ำพุ่งขึ้นมาแล้ว รอยแตกใต้ผิวดินนั้นจะมีน้ำไหลซึมเข้าไปอีกแล้วกระบวนการเกิดน้ำพุร้อนก็จะเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

ภาพแสดงการเกิดน้ำพุร้อน

โชคดีที่ติดขาตั้งกล้องไปด้วยจึงได้ภาพสองสาวเริงร่าโป่งน้ำเดือด..

อยู่ชมกันจนอิ่มใจก็เดินกลับ..ทางเดินจะเดินเป็นวงกลมค่ะไม่วกกลับทางเดิม

เจอดอยม่อนเลี่ยม..มองเห็นลิบๆค่ะ  ความสูง 1,250 เมตรจากระดับน้ำทะเลซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของกวางผาสัตว์ป่าหายากชนิดหนึ่ง  พื้นที่อยู่ในเขตอนุรักษ์พันธ์สัตว์ป่า(แม่เลา-แม่แสะ)

ที่พักของอุทยานโป่งเดือดหลังล่ะ 3,000 บาท พักได้ 4 ท่าน ห้องนอนใหญ่มีแอร์ น้ำอุ่น  หรือจะพักลานกางเต้นท์ก็ได้นะคะ  รองรับได้ 300 เต้นท์  30 บาทต่อคนต่อคืน ค่าเช่าเต้นท์ต่างหากค่ะ  มีห้องบริการอาบน้ำแร่(แต่ไม่แช่น้ำนม) อ่างใหญ่ จุคนได้5-8 และ 15-20  คน ผู้ใหญ่ 50 เด็ก 20 บาทค่ะ

หัวปลีหรือดอกกล้วยค่ะ ไม่แน่ใจว่าชื่อกล้วยอะไร(แต่เคยได้ยินว่ากล้วยแชมเปญ)

มีน้ำตกด้วยค่ะ

จากนั้นก็เดินทางกลับ..แวะซื้อของระหว่างทาง..ได้น้ำผึ้ง..ไม้เกี๊ยะ..มะแคว่น(ไม่ทราบภาษาไทยเรียกอะไรค่ะ)..

ดอกกล้วยไม้ดินและดอกพวงสวรรค์(ชื่อชอบก๊ลชอบกล)

ทุ่งนาสีเขียวสวยเย็นตาเหลือเกินค่ะ

แวะซื้อลูกพลับ อาโวคาโดและแตงไทย..จากชาวเขาค่ะ

แวะซื้อลูกเสาวรสและน้ำเสาวรสสดจากไร่ค่ะ

ท้องฟ้าวันนี้สวยงามจริงๆค่ะ

จบทริปการเดินทางไปทำงานบ้านปางลันแต่ยังไม่ได้งานเลยนะคะเนี่ย..แวะเที่ยวซะก่อน..ขอขอบคุณที่ติดตามชมค่ะ..จาก คมยส เจ้า

โดย komyos

 

กลับไปที่ www.oknation.net