วันที่ พุธ สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

OGASAWARA the land in my dream


                  เนื่องจากผมได้เพื่อนร่วมงานที่ทำงานร่วมกันในช่วงหน้าร้อนนี้ ซึ่งเค้าเป็นคนญี่ปุ่นที่ไม่ใช่ญี่ปุ่น พูดไปคนฟังอาจจะงง ผมขอเริ่มที่ประวัติเพื่อนผม คนนี้หน่อย นายหมอนี่ แกชื่อ มินิมิ เป็นหนุ่มรูปร่างเล็ก หน้าตาดี แต่นิสัยออกลุย ๆ ชอบแสงแดด และ การทำงานอาสาสมัครเป็นชีวิตจิตใต จบการศึกษาด้าน สิ่งแวดล้อม  และเป็นคนพื้นเพมาจากเกาะทางแปซิฟิก มีชื่อว่า โอซากาวาระ หรือที่คนมะกัน เรียกเกาะนี้ว่า โบนิน ไอแลนด์

          เกาะนี้มีประวิติควาเป็นมา ที่น่าตื่นเต้นและมีทั้งความรุนแรงและงดงามในตัว เกาะนี้ตั้งห่างจากกรุงโตเกียวไปทางทะเลแปซิฟิกด้านตะวันออก ประมาณ หนึงวันเต็ม ๆ หากเดินทางด้วยเรือ เฟอรี่ที่วิ่งด้วยความเร็ว แปดสิบกิโลเมตรต่อ ชั่วโมง เป็นกลุ่มเกาะเดี่ยว ๆ ห้าเกาะหลัก เฉกเช่น กับเกาะต่าง ๆ ที่มีดาดดื่น เช่น กวม หรือ ไซปัน เดิมทีเกาะแห่งนี้เคยเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่าหายาก และมีคนกล่าวว่มัน คือ กัลปะกอสแห่งโลกตะวันออก ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ แต่เมื่อเกิด สงครามโลกครั้งที่สอง อเมริกา ได้ใช้เกาะโบนิน ไอแลนด์นี้และ เกาะละแวกนั้น เช่น อิโวจิมะ และกวมเป็นที่ตั้งฐาน และสะสมกำลังในแปซิฟิกก่อนจะบุกไปลุย ญีปุ่น หลังสงครามจบ มีทหารอเมริกาหลายคน ตัดสินใจอยู่ต่อที่เกาะสวรรค์แห่งนี้ เพราะอเมริกาได้เอาเกาะนี้รวมเป็นอานานิคมไป

      แต่ไม่กี่สิบปีมานี้นั้นด้วยกระบวนการทางการทูตและประวัติศาสตร์ ญี่ปุ่นได้ทำการท้วงถามหาและขอคืนเกาะจาก อเมริกา จนสุดท้ายเมื่อสี่สิบปีที่ผ่านมาการส่งมอบเกาะกลับไปในอ้อมกอดของญี่ปุ่น ทำให้คนเก่าแก่ที่เป็นคนอเมริกาใช้ภาษาอังกฤษใจหายและไม่ยอมที่จะกลับไปยังแผ่นดินใหญ่บ้านเกิด รัฐบาลญีปุ่นไม่ได้ว่าอะไรแต่ใช้การส่งคนฐี่ปุ่นเข้าไปรุกรวมและอยู่กับคนพื้นเมืองที่เป็นอมิริกัน จนเกิดการรวมตัวกันของกลุ่ม โพลีนี่เชียน ฮีสปานิก ญี่ปุ่นและคนขาว ซึ่งผลที่ตามมาจะพบคนหลายสัญชาติที่เกาะแห่งนี้ เช่น เพื่อนของผมที่ถือสองพาสปอร์ต คือ อเมริกาและญี่ปุ่น ที่สำคัญญี่ปุ่นไม่ออกกฏหมายบังคับคนให้ถือสัญชาติเดียวแบบ คนไทยที่ถูกบีบให้เลือกไปเลย เพราะญี่ปุ่นมองว่าเป็นการละเมิด สิทธิของคนคนนั้น เพื่อนผมเลยไม่ต้องเสียสัญชาติของเค้าไปซึ่งได้ตกทอดมาจากปู่ ที่เป็นทหารเรือ 

             รวมเนื้อที่ทุกเกาะของโอซากาวาระแล้ว คงไม่เกิน สามร้อยตารางกิโลเมตร ทั้งห้าเกาะ เกาะใหญ่สุดมีชื่อเกาะพ่อ รองมาเป็นเกาะแม่ อาหารการกินเป็นแบบ เขตเงาป่าร้อนฝนร้อนชื้น มีผลไม้แบบบ้านเราพอควร ที่แน่ๆ  ปลาทะเล และอาหารทะเลสดมาก  และเป็นที่กล่าวขวัญของนักท่องเที่ยวในด้านนี้ รวมทั้งธรรมชาติที่ไม่เคยมีการรบกวน ด้วยจำนวนประชากรแค่ สองพันคน บวกนักท่องเที่ยวปีละสองหมื่นคน ที่ต้องเข้าออกทางวเรืออย่างเดียว อาทิตย์ละครั้ง ไม่มีนามบินเพราะท้องถิ่นไม่ต้องการ

      เวลาผมถามหรือคุยกับเพื่อนผม มินามิวซังมักจะบอกเป็นภาษาญีปุ่นว่า ประเทศของผม วะตาชิโนะโอะคุนิ ผมถามเค้าอีกทีว่า ทำไมไม่เรียกว่าจังหวัดหรือ อำเภอ คำตอบคือ มันคือประเทศของเราคนโอซากาวาระ นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่แสดงออกถึงความรักในชาติหรือที่อาศัยของคนที่แม้จะมาจากเกาะเล็ก และอยู่ใต้การปกครองของ กระแสวัฒนธรรมหลักเค้าก้อยังไม่ทิ้งความเป็นตัวตนที่แท้จริง ๆ ระหว่างนี้ผมรอเพื่อนผมกลับมาจากเกาะเพระเค้าไปเยี่ยมพ่อเป็นเวลาสามอาทิตย์ ผมบอกว่าถ้านายกลับมาผมจะทำอาหารไทยให้ลองทานดู เอ้าไม่สนใจจะไปเที่ยวโอซากาวาระดูเหรอครับ

เกาะเล็ก ที่เขียนว่าชิชิจิมะ นั่นแหละครับเกาะพ่อคนละโยชน์กะญี่ปุ่นเลยแต่เป็นของญี่ปุ่นครับ

ทะเลที่นั่นครับไม่แพ้บ้านเราเลยนะ ปลอดมลพิษร้อยเปอเซ็นต์

ภาพคนไปดำน้ำที่เกาะโอซากาวาระมา

แผนที่โบราณ

โดย ไกอาร์

 

กลับไปที่ www.oknation.net