วันที่ พฤหัสบดี สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

การประมวลผลการรับความรู้สึก ( Sensory Integration : SI)


 

 

การประมวลผลการรับความรู้สึก ( Sensory Integration : SI)

 

 

 

 จาก http://www.specialchild.co.th/knowledge.asp?article=8

 

การประมวลผลการรับความรู้สึกคืออะไร

 

 

 

การประมวลผลการรับความรู้สึก (Sensory Integration) เป็นกระบวนการทางระบบประสาทที่มีมาตั้งแต่กำเนิดส่งผลต่อการรับความรู้สึก การประมวลผล และการแปลผลข้อมูลของสมอง ซึ่งได้จากการกระตุ้นจากสอ่งแวดล้อม ความผิดปกติของการประมวลผลการรับความรู้สึก เป็นความผิดปกติที่ข้อมูลการรับความรู้สึกต่างๆที่สมองรับเข้าไป ไม่ได้ประมวลผลหรือไม่ได้เกอดการจัดระเบียบอย่างเหมาะสม ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ที่หลากหลายในด้านพันาการและพฤติกรรม

 

ผู้ที่พัฒนาทฤษฎีนี้ขึ้นคือ ดร. เอ จีน แอร์ (A.jean.ayres) ซึ่งเป็นนักกิจกรรมบำบัดและนักจิตวิทยาการศึกษา ชาวอเมริกัน โดยพัฒนามาตั้งแต่ปี ค.ศ.1960

 

Sensory Integration ให้ความสนใจกับระบบการรับความรู้สึกพื้นฐาน 3 ระบบ คือ ระบบการทรงตัว การรับความรู้สึกที่กล้ามเนื้อ เอ็นและข้อต่อ ปละระบบการรับสัมผัส

 

ระบบการทรงตัว (Vestibular System)

 

 

 

ระบบนี้มีอวัยวะการรับความรู้สึกอยู่ในหูชั้นใน จะทำงานทันทีที่ศีรษะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากแนวกลางลำตัว ส่งผลให้ร่างกายสามารถรักษาสมดุล ไม่ล้มลงเมื่อมีการเคลื่อนไหว คนที่มีปัญหาในระบบนี้ อาจแสดงออกโดยการแสดงอาการกลัวเมื่อต้องมีการเคลื่อนไหวอยู่บนพื้นที่ไม่ราบเรียบ โยกเยก สูงจากพื้น ทำให้มีลักษณะการเคลื่อนไหวที่งุ่มง่าม ไม่คล่องแคล่วสมวัย ไม่ชอบปีนป่ายหรือขึ้นลงบันได หรือในบางคนจะมีลักษณะกระตุ้นตัวเอง คือ ชอบหมุนตัวเอง มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา อยู่ไม่นิ่ง เป็นต้น

 

ระบบการรับความรู้สึกที่กล้ามเนื้อ เอ็นและข้อต่อ (Proprioceptive System)

 

 

 

ระบบนี้มีอวัยวะรับความรู้สึกอยู่ที่กล้ามเนื้อ เอ็นและข้อต่อทั่วร่างกาย ซึ่งจะทำงานทันทีที่ข้อต่อถูกกระแทกเข้าหากันหรือถูกดึงออกจากกัน ส่งผลให้เรารับรู้ตำแหน่งส่วนต่างๆของร่างกาย และทราบถึงทิศทางและความเร็วของการเคลื่อนไหวของแขนขาได้ดี คนที่มีปัญหาในระบบนี้ มักแสดงพฤติกรรม หกล้มบ่อย มีความยากลำบากในการใช้มือ ไม่สามารถกะแรงที่ต้องใช้ในกิจกรรมได้อย่างเหมาะสม เช่น เขียนหนังสือด้วยแรงกดที่มากเกินไปจนกระดาษทะลุ หรือเขียนเส้นบางมากจนเกินไป

 

ระบบการรับสัมผัส (Tactile System)

 

 

 

ระบบนี้มีอวัยวะการรับความรู้สึกสัมผัสทั่วร่างกาย เพื่อรับความรู้สึกสัมผัส เจ็บ ร้อน เย็น แรงกด คนที่มีปัญหาในระบบนี้ สามารถสังเกตได้จากการพฤติกรรมเดินเขย่งปลายเท้า รับปรทานอาหารแบบซ้ำๆ มีความยากลำบากในการปรับตัวเข้ากับคนแปลกหน้า เปลี่ยนแปลงยาก ไม่ชอบใส่เสื้อผ้าใหม่ๆ ทำให้นำไปสู่พฤติกรรมแยกตัว หันเหความสนใจง่าย พัฒนาการของการใช้มือล่าช้ากว่าวัย เป็นต้น

 

การเกิดความผิดปกตินั้นอาจเกิดกับระบบใดเพียงระบบหนึ่ง หรือเกิดร่วมกันหลายระบบก็ได้ ส่งผลให้เกิดปัญหาพฤติกรรมในหลายๆด้านร่วมกัน เช่น การรับรู้ด้านภาษาที่ช้ากว่าวัย ความสามารถในการมีสมาธิที่จะทำงานต่างๆอย่างมีจุดมุ่งหมาย การหันเหความสนใจง่าย การปรับตัวที่ยากลำบาก พฤติกรรมก้าวร้าวหรือถดถอย เป็นต้น

แนวทางในการบำบัดปัญหาด้าน Sensory Integration

 

 

 

การประเมินและการให้การบำบัดปัญหาด้านการประมวลผลการรับความรู้สึก จะทำโดย นักกิจกรรมบำบัด (Occupational Therapist) ซึ่งเป้าประสงค์โดยทั่วไปของการบำบัดคือ การจัดสิ่งแวดล้อมและกิจกรรมเพื่อพัฒนา การจัดระเบียบหรือการประมวลผลการรับความรู้สึกของระบบต่างๆเพื่อป้อนข้อมูลการรับความรู้สึกของระบบต่างๆ ให้เกิดการประมวลผลและการจัดระเบียบของสมอง ซึ่งจมีผลถึงพฤติกรรมที่แสดงออกมาโดยตรง

 

หลังจากนักกิจกรรมบำบัดได้ให้การประเมินเรียบร้อยแล้ว จะทำการจัดกิจกรรมเฉพาะรายบุคคลโดยผ่านการเล่นกับอุปกรณืเฉพาะทาง เพื่อกระตุ้นระบบที่มีปัญหาให้พัฒนาดีขึ้น ตัวอย่างเช่น เด็กมีภาวะไวต่อการับสัมผัสมากเกินไป นักกิจกรรมบำบัดจะจัดกิจกรรมในลักษณะที่ให้เด็กมีโอกาสสัมผัสกับวัตถุหลากหลายพื้นผิว การให้แรงกดเชิงลึก กิจกรรมที่มีแรงดันแรงดึงต่อกล้ามเนื้อ เอ็นและข้อต่อ

 

หลักการบำบัดด้วย SI นั้น นักกิจกรรมบำบัจะเป็นเพียงผู้ช่วยเหลือ พยายามกระตุ้นให้เด็กทำกิจกรรมด้วยตนเองให้มากที่สุด นักกิจกรรมบำบัดจะคอยสังเกตพฤติกรรมการตอบสนองต่อกิจกรรม และปรับกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง กระตุ้นสมองให้เกิดการสร้างโปรแกรมพัฒนาความสามารถที่สูงขึ้น และมีการแสดงออกของพฤติกรรมที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้อย่างเหมาะสม

ภาวะ Sensory Integration Dysfunction จะพบได้ในใครบ้าง

 

 

 

ภาวะความบกพร่องของปัญหาด้านการประมวลผลการรับความรู้สึก สามารถพบได้ในเด็กที่มีปัญหาด้านพัฒนาการต่างๆ เช่น เด็กในกลุ่มออทิสติกสเปกตรัม เด็กสมาธิสั้นและซนผิดปกติ เด็กที่มีปัญหาด้านการเรียน เด็กดาวน์ซินโดรม เป็นต้น

 

นอกจากนี้ ภาวะความบกพร่องดังกล่าวยังสามารถพบได้ในเด็กปกติทั่วๆไปที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กที่คลอดก่อนกำหนด หรือมีน้ำหนักแรกคลอดน้อยกว่าเกณฑ์ เป็นต้น

ปัญหาทางด้าน Sensory Integration

 

 

 

* บุตรของท่านเกิดปัญหาเหล่านี้หรือไม่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

* มีพฤติกรรมกระโดดบ่อยครั้ง

 

 

* ถอยหนีต่อการสัมผัสแผ่วเบา

 

 

* ไม่ชอบหวีผม เช็ดตัว ตัดเล็บ

 

 

* หลีกเลี่ยงอาหารบางอย่าง

 

 

* หวาดกลัวมากต่อการเคลื่อนไหว เช่น นั่งชิงช้า

 

 

* ชอบกิจกรรมการเล่นหมุนเร็วๆ ชอบหมุนตัวเอง

 

 

  * ไม่ชอบเมื่อถูกจับให้เคลื่อนไหวไปมา การโยก แกว่ง หันเหความสนใจง่ายต่อสิ่งที่มากระตุ้นเร้า

 

 

* มีความลำบากในการเข้าใจความหมายที่คนอื่นพูด

 

 

* สำรอกอาเจียนเมื่อได้กลิ่นต่าง

 

ที่กล่าวมาเป็นเพียงบางส่วนของ ปัญหา SI ยังมีพฤติกรรมอีกหลายอย่าง ซึ่งไม่ได้กล่าวในที่นี้ แต่หากพบว่า บุตรหลานของท่านแสดงพฤติกรรมเหล่านี้ หรือมีความสงสัยควรพาบุตรหลานไปตรวจประเมินเพื่อวินิจฉัยให้แน่ชัดและจะได้ทำการบำบัดได้ทันท่วงที

 

 

 

 

โดย แม่นำ

 

กลับไปที่ www.oknation.net