วันที่ ศุกร์ สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทำไม ราคาสินค้าโภคภัณฑ์จึงทะยานยกแผง


        4-5 สัดาห์ก่อน ราคาน้ำมันลดลงต่อเนื่องจากจุดสูงสุดที่ 147.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ในวันที่ 11 กค.) ลงมาแถว 115 เหรียญ  จากตัวเลขเศรษฐกิจที่บ่งชี้ว่า ยุโรปและญี่ปุ่นกำลังก้าวสู่ภาวะถดถอย  ทำให้คนละทิ้งสินค้าโภคภัณฑ์กลับมาซื้อเงินดอลลาร์  เพราะเชื่อว่า  ดีมานด์ที่มีต่อสินค้าเหล่านี้จะลดลง
        มาวานนี้ ( พฤหัสที่ 21 )  ข่าวราคาหุ้น เฟนนี เม และเฟรดดี้ เมค ที่ลดต่ำเป็นประวัติการณ์  ทำให้คนเชื่อว่ารัฐคงต้องเข้ามาควบคุมกิจการทั้งสอง  แสดงถึงภาวะที่ยังง่อนแง่นในกลุ่มธุรกิจการเงินสหรัฐ  ประกอบกับมีข่าว Conference Board เปิดเผยดัชนีชี้นำเศรษฐกิจสหรัฐร่วงลง 0.7 % อยู่ที่ 101.2 ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ระดับ 100.7 ในเดือนต.ค. 2004   สองข่าวนี้  ทำให้เงินดอลลาร์อ่อนค่ากว่า 1%   ในวันเดียว เมื่อเทียบกับเงินยูโรและเงินเยน
        เป็นที่ทราบกันดีว่าเวลาเงินดอลลาร์มีปัญหา  นักลงทุนจะย้ายเงินมาลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์  โดยเฉพาะทองและน้ำมัน  หรือที่สำนวนนักลงทุนเรียกสินค้าเหล่านี้ว่า a hedge against inflation
         ขณะเดียวกัน  ข่าวรัสเซียบุกจอร์เจียเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา  ทำให้เกิดความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศตะวันตกและรัสเซีย  จนรัสเซียต้องประกาศยุติความสัมพันธ์ทางทหารกับกลุ่มนาโตชั่วคราว  จึงมีความกังวลถึงอุปทานน้ำมันจากประเทศรัสเซีย  ซึ่งรัสเซียเป็นแหล่งน้ำมันหลักนอกกลุ่มโอเปค 
        นอกจากนี้  ราคาน้ำมันที่ลดลงมากว่า 20%ในรอบหนึ่งเดือนเศษ  ทำให้คนกล้ากลับเข้ามาเก็งกำไรอีกครั้ง   


        วานนี้ราคาน้ำมันพุ่ง 5.62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  นับเป็นการพุ่งสูงสุดอันดับสองในหนึ่งวัน  รองจาก วันที่ 6 มิถุนายน  ที่ราคาพุ่งถึง 10.75 ดอลลาร์ ในวันเดียว
        ส่วนสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ  ต่างมีราคาพุ่งจนน่ากลัว  ราคาทองขึ้น 22.70 ดอลลาร์ เป็นราคา 839.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ทองแดง ราคาเพิ่มขึ้น 4.43%  อลูมิเนียมราคาขยับ 2.99% ขณะที่ราคาข้าวโพดทะยาน 3.78% ในวันเดียว
        เศรษฐกิจที่ผันผวนทุกวันนี้  นำไปสู่การเก็งกำไรที่หวือหวา  จนตามแทบไม่ทัน  ใครตกข่าวเพียงแค่ 2-3 วัน  อาจจะวิเคราะห์ไปคนละทาง  ถ้าเป็นหนังก็คนละม้วนเลยทีเดียว 


โดย บรรยง

 

กลับไปที่ www.oknation.net