วันที่ อาทิตย์ สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ถูกจับที่หลวงพระบาง... ข้อหา “ขี่รถถีบ”


              เข้าใจว่าบางโอเคนี้มีเรื่องเกี่ยวกับ “หลวงพระบาง”กันเพียบแล้ว แต่ก็อดไม่ได้ที่อยากเหล้า เอ้ย ! อยากเล่าถึงเรื่องเสียวไส้ล่าสุดที่เมืองมรดกโลกแห่งนี้  แหม ! ก็เกือบจะเข้าคุกลาวมาแล้ว จะไม่ให้เก็บมาเมาท์ได้ไง 

                          

                                งานอดิเรกของป้า ....เก็บค่าปี้ (ตั๋ว)เข้าชมวัด

                   

                      ไปหลวงพระบางครั้งนี้เป็นหนที่ 4 

                      ครั้งแรกเมื่อปี 2535  เรียกว่า  16 ปีแห่งความหลังโน่น  หลวงพระบางยังไม่ได้เป็นมรดกโลก  ครั้งนั้นไปกับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ เชียงใหม่ – เวียงจันทน์ – หลวงพระบาง ของสายการบินลาว  ตื่นเต้นเร้าใจหาใดเหมือน นักบินใจดีให้นั่งเว้าระหว่างร่อนบินอยู่เหนือลำโขงก่อนร่อนแว้บลงเสียด้วย  

                  สนามบินหลวงพระบางครั้งนั้นยังเป็นโรงไม้เก่าๆ  แต่ก็จัดว่าเป็นทริปที่ม่วนหลายในยุคนั้น  เพราะรองเจ้าแขวงหลวงพระบางที่ชื่อท่านเพ้า เอารถเก๋งพวงมาลัยซ้ายมานำเที่ยวเสียด้วย  หรูชะมัดยาด

                    ครั้งที่ 2  ราวปี 2540  ล่องน้ำโขงไปกับเรือจีน   จากเชียงราย ต้องข้ามโขงมาบ้านห้วยทราย   แขวงบ่อแก้ว  นอนพักที่นั่น 1 คืน ก่อนล่องโขงข้ามวันไปถึงหลวงพระบางยามใกล้ค่ำ  ขากลับแวะนอนพักที่ปากแบ่ง เป็นครั้งแรกที่ต้องได้อาบน้ำริมโขงในห้องน้ำที่ไม่มีประตู  ทำใจไม่ได้ต้องไปขอยืนผ้าถุงชาวลาวแถวนั้นมาใส่อีกชั้น  แต่เป็นทริปที่มันส์พะยะค่ะ ได้ทั้งข่าวและสารคดีเพียบ

                

                               เมืองหลวงพระบางมองจากยอดภูสี

                  ไปอีกทีครั้งที่ 3  เมื่อปี 2545 คราวนี้ไฮโซหน่อย   ไปเชื่อมสัมพันธไมตรีของชาวเชียงใหม่กับหลวงพระบางในนามจังหวัดและหอการค้าฯ หลวงพระบางนาทีนี้เป็นมรดกโลกแล้ว  หน้าตาดูดีเปลี่ยนไปมากมาย มีสไตล์  กิ๊บเก๋  และบูทีคสุดๆ

                     ครั้งที่ 4 ปลายปี2550  มีความหมายมากมายกว่าทุกครั้ง  ไม่ได้ไปเป็นก๊ก เป็นกลุ่ม แต่ไปเองกับเพื่อนซี้ 2 สาว    หมกตัวอยู่ที่นั่นนานถึง 10 วัน  ชีวิตประจำวันเลยต้องพึ่ง “รถถีบ” เพื่อไม่ให้เมื่อยน่อง และตังส์ไม่หมดไปกับรถสกายแล็ปที่สุดแพงหูฉี่
  

               

                                    เด็กๆ เล่นตี่จับ ... ไม่ได้เล่นนานแล้ว

 

              อ้ายตุ้ย เจ้าของเกสท์เฮาส์ใจดี  บอกว่าน้องอ้ออยากได้  อ้ายจะจัดให้  สนนราคาไม่แพง วันละ 40 บาท  ไม่บอกอะไรมากไปกว่า  “เอากลับมาก่อนค่ำเด้อน้องเด้อ”   
 

                   ปั่นจักรยานในเมืองมรดกโลก คือสุขสุดยอดหาใดเปรียบจริงๆ ค่ะ  ตื่นแต่เช้าปั่นออกไป ไกลออกไป ไกลออกไป ....อยากแวะไหนก็แวะ  เก็บภาพความงามของผู้คนและบ้านเมืองที่นี่

                 จนเย็นย่ำ ไม่เห็นจะมีปัญหา     จนวันที่เข้ามาเจ๊าะแจ๊ะในเขตเมืองที่แหละ เป็นเรื่อง !
 

                  ปั่นแว๊บเข้าไปที่ว่าการเจ้าแขวง  เพื่อสัมภาษณ์ดร.คำแพง ไซสมแพง รองเจ้าแขวงหลวงพระบาง      จนเวลาล่วงมาถึงบ่ายใกล้ถึงนัดหมายหัวหน้าท่องเที่ยวหลวงพระบาง  รีบปั่นห้อรถถีบมาด้วยความไว เลี้ยวชะแว๊บเข้าสำนักงานการท่องเที่ยวของหลวงพระบางทันที   ระหว่างกำลังล็อคล้อรถอยู่นั่นเอง   ตำรวจลาวเดินเข้ามาหา 
 

             

                                 เณรน้อยอุ้มพระเสี่ยงทาย บนยอดภูสี

             “เจ้ามาจากบ่อนใด๋”
             “มาจากเชียงใหม่” อ้อตอบเป็นภาษาเหมือนจะลาว แล้วยิ้มเก๋สุดๆ ให้
              “มาเยี่ยมยามบ่?” ตำรวจลาวถามว่ามาเที่ยวเหรอ
             “แม่น” ใช่สิ อ้อตอบ คิดอยู่ในใจว่า  ถามได้ 


              “เจ้าเอารถมาพบหัวหน้าข้อยก่อน” 

                เอาล่ะสิ อะไรเนี่ยชักสงสัย  ไอ้เรากับชายในเครื่องแบบไม่ค่อยจะถูกกันเสียด้วย


              “โหย  รอก่อนได้บ่  ข้อยนัดหัวหน้าท่องเที่ยวไว้ เดี๋ยวผิดนัดบ่ดี”  พูดแล้วรีบเดินขึ้นสำนักงานไป  สัมภาษณ์หัวหน้าท่องเที่ยวสารพัดสารเพ จนลืมเรื่องแปลกๆ เกี่ยวกับตำรวจไป  จนเสร็จงานเสร็จการ ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ก็อปปี้ข้อมูลตัวเลขนักท่องเที่ยวให้อยู่นั้น ก็พูดเล่นกับเขาว่า
 

                “ตำรวจข้างล่างบอกให้ข้อยไปหา บ่รู้มีอีหยัง” 
               เจ้าหน้าที่คนนั้นหยุดกึกทันที  ถามว่า “เจ้ามาที่นี่จังใด๋”
                “ข้อยปั่นรถถีบมา”
                “แขวงเปิ้นห้ามนักท่องเที่ยวปั่นรถถีบ ...  เจ้ามาหาข้อยนี่ในฐานะนักท่องเที่ยว หรือมาเฮ็ดเวียด  ถ้ามาเที่ยวข้อยต้องกักรถเจ้าไว้แล้ว”

                

                                                        โปโลน้ำโขง

                  “ฮ่วย   ข้อยมาเฮ็ดเวียก (มาทำงาน) เจ้าก็หันว่าข้อยกำลังขอสถิติจากเจ้าอยู่”อ้อโวยวาย อารามกลัวต้องติดคุกลาว


                 “งั้นไปได้ มาเฮ็ดเวียก บ่เป๋นหยัง”  เจ้าหน้าที่ตอบ  ซะงั้น  เออ...ดีวุ้ย  ขี่จักรยานมาทำงานตำรวจไม่จับวุ้ย !      เดินลงมาตำรวจนายเดิมรออยู่ข้างรถถีบของอ้อนั่นแหละ   ยืนยันจะให้อ้อไปพบกับเจ้านายเขา สังเกตเห็นว่าตอนนี้เขาเอาโซ่มาล็อคล้อรถอ้อแว้ว
 

                 “อ้ายไขกะแจ๋ให้รถข้อยเน้อ  ข้อยมาเฮ็ดเวียก บ่ได้มาเที่ยวเล่น” อ้อทำขึงขังบอกว่ามาทำงานไม่ได้มาเที่ยว  

             “รถนี่ก็ไม่ได้เช่าเน้อ  ยืมเจ้าของเกสต์เฮ้าสมา  มานี่ก็มาเฮ็ดเวียก เมื่อกี้เพิ่งไปสัมภาษณ์รองเจ้าแขวงมาโตยเน้อ”  เบ่งค่ะเบ่ง  อ้างรองเจ้าแขวงด้วย  อยู่เมืองไทยไม่เคยนะเนี่ย 


                ตำรวจให้ตอบมาก่อนว่าพักเกสต์เฮาส์อะไร  แล้วก็ยอมไขกุญแจที่ล็อครถให้อ้อโดยดี  รีบปั่นกลับไม่ช้า  พอเล่าให้อ้ายตุ้ยเจ้าของเกสท์เฮ้าส์ฟัง แกหน้าซีดทันที  ถามใหญ่เลยว่าอ้อบอกตำรวจหรือเปล่าว่าอ้ายเอารถมาให้เช่า  พอรู้ว่าอ้อบอกว่าไม่ แต่ยืมอ้ายขี่มาทำงาน แกก็ถอนหายใจโล่งเฮือก เพิ่งมาเฉลยว่าแขวงออกประกาศห้ามให้เช่าจักรยาน  เพราะไม่นานมานี้มีนักท่องเที่ยวขี่แล้วกลับมาค่ำมืดถูกเฉี่ยวชนเสียชีวิต พอมีประกาศห้าม ทำให้ชาวบ้านหลายรายที่เริ่มลงทุนซื้อจักรยานมาเปิดให้เช่าต้องปิดตัวกันเป็นแถว   ที่อนุญาตให้เช่าได้คือจักรยานภูเขาที่จะเช่าและขี่ในพื้นที่ท่องเที่ยวเท่านั้น
 

              

                         ยามสายใจกลางเมือง  .... ขณะเดินหากาแฟ กับขนมปังฝรั่งเศสอยู่

               คืนนั้น  จิบเบียร์ลาวเคล้าออกหลาม (อาหารพื้นเมืองชื่อดังของหลวงพระบาง) สนทนากับเพื่อนฝรั่งเศส  สาวใหญ่นางหนึ่งเธอเพิ่งถูกยึดรถจักรยานที่เช่า ต้องย่ำต๊อกกลับเกสท์เฮ้าส์ ส่วนเจ้าของเกสท์เฮาส์ถูกตำรวจตามมาปรับบานเลย 
 

                 เราถกกันอย่างออกรส  ถึงข้อดีข้อเสียของการห้ามปั่นจักรยานในหลวงพระบาง เรื่องมันบานปลายไปถึงประเด็นทุนนิยมเบียดขับคนท้องถิ่นไปเลยทีเดียว 

              “ทำไมต้องห้ามขี่รถถีบ ทำไม ทำไม ไอไม่เห็นด้วย ! ทีเจ้าของทัวร์ทำไมทำได้  ไอว่าไม่เป็นธรรม ฮ่วย !”

                รุ่งเช้ายังไม่เข็ด  บอกอ้ายตุ้ยขอเช่าอีกวันนะ นะ นะ  อ้ายตุ้ยอิดออด แต่ก็ทนการรบเร้าไม่ไหว   “เชื่อเหอะ ตำรวจไม่จับดอก ข้อยจะบอกว่ามาเฮ็ดเวียก มาทำงาน บ่ได้มาเที่ยวเล่น”
 

                ที่สุดก็ได้รถถีบมาปั่นเล่นในหลวงพระบางอีก 1 วัน   แต่เป็นวันสุดท้าย เพราะเข็ดเหลือหลายเมื่อปั่นไปแล้วยางแบน หาที่ปะยางยากเสียกว่างมเข็มในลำน้ำโขง   เข็นไปจนเหงื่อตกกว่าจะจอผู้บ่าวใจดีมาช่วยสูบลมยางให้    เฮ้อ !
 

                ใครจะไปปั่นรถถีบเที่ยวหลวงพระบาง  ก็ต้องระวังกันให้ดี ละกั้นนนน.

                           
                             จักรยานอ้อยางแบนซะแล้ว  ชาวบ้านมาช่วยสูบลมยางให้

                          

                            อุบัติเหตุบนท้องถนนมีมากขึ้นในเมืองหลวงพระบาง

                      
                             ปั่นมาไกลถึงสะพานเก่า   ...แอคชั่นทำซึ้งคิดถึงคนที่บ้านหน่อย..

ขออภัย  ! ต๊กกะใจ เลยไม่ได้ถ่ายภาพตอนโดนตำรวจจับ   อิ อิ อิ

โดย บางอ้อ

 

กลับไปที่ www.oknation.net