วันที่ อาทิตย์ สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สามสิบ สอคอ: คุณได้จุมพิตร่างนั้นหรือไม่


 ร่างนั้นพบที่ไหน
ใครเป็นคนพบ
ร่างนั้นสิ้นลมหรือยังตอนที่พบ
และพบด้วยอาการเยี่ยงไร
ร่างนั้นเป็นของผู้ใด
ใครคือพ่อ คือพี่สาวหรือพี่ชาย
หรือเป็นลุง เป็นพี่สาว เป็นแม่ เป็นบุตร
ของร่างที่ถูกละไว้นั้น

ร่างนั้นสิ้นลมหรือยังตอนที่ถูกทิ้งไว้
ใครเป็นผู้นำไปทิ้ง
เป็นร่างเปลือยหรือสวมใส่เสื้อผ้าเมื่อออกจากบ้าน
คุณรู้ได้อย่างไรว่าร่างนั้นสิ้นชีวิตแล้ว
คุณประกาศออกไปหรือไม่ว่าร่างนั้นสิ้นชีวิต
คุณรู้จักผู้ตายดีแค่ไหน
คุณรู้ได้อย่างไรว่าร่างนั้นสิ้นชีวิตแล้ว

คุณได้อาบน้ำให้ศพหรือไม่
ได้ปิดเปลือกตาทั้งสองลง
ได้กลบฝังร่างนั้นหรือไม่
หรือเพียงแต่ปล่อยทิ้งไว้
คุณได้จุมพิตร่างนั้นหรือไม่

ประพันธ์บทกวีโดย แฮโรลด์ พินเตอร์
เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมประจำปี 2005
ถอดความเป็นภาษาไทยโดย พจนา จันทรสันติ

บทกวี “ความตาย” 

บทกวีข้างต้น ฉันได้ยินครั้งแรกในวันคนหายสากล เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๐ ซึ่งจัดขึ้นที่ลานปรีดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

*วันที่ ๓๐ สิงหาคมของทุกปีถือเป็นวันผู้สูญหายสากล (The International Day of the Disappeared) ซึ่งเป็นวันที่คนทั่วโลกมาร่วมรำลึกถึงบุคคลที่สูญหายจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน จากการก่ออาชญากรรมที่คุกคามคนทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ (เช่น การจับประชาชนเป็นตัวประกันหรือการอุ้มบุคคลสำคัญโดยผู้ก่อการร้าย) หรือว่าจากภาวะสงครามที่เกิดขึ้นอยู่ในหลายประเทศ ซึ่งส่งผลให้มีผู้สูญหายและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

หลายครั้งที่ฉันพูดถึงวันผู้สูญหายสากล กับผู้คนรอบข้าง หลายคนทำหน้างงๆ หรือน้ำเสียงที่ลอดมาตามสายโทรศัพท์ ที่ถามย้ำด้วยความสงสัยว่า ฉันกำลังพูดอะไร

การถูกทำให้คนสูญหาย ดูเหมือนยังเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับสังคมไทย คงมีแต่ครอบครัวของผู้สูญหายเท่านั้น ที่จะรู้ซึ้งถึงรสชาดของความเจ็บปวด ที่บุคคลอันเป็นที่รักของตัวเอง ถูกทำให้หายตัวไปจากบ้าน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวของคุณทนง โพธิ์อ่าน คุณสมชาย นีละไพจิตร คุณกมล เหล่าโสภาพันธ์ และผู้ที่เรียกร้องประชาธิปไตย ในเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา ๖ ตุลาคม พฤษภาทมิฬ รวมถึงนโยบายสงครามยาเสพติด การประกาศสงครามเพื่อปราบปรามการก่อความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้  

ตามรายงานปี ๒๕๕๑ คณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ ประมาณการณ์ว่า มีกรณีการสูญหายทั่วประเทศ ในช่วงเวลาตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ จนถึงปัจจุบันมากถึง ๗๓ กรณี แต่มีเพียงกรณีคุณสมชาย นีละไพจิตร เท่านั้นที่สามารถนำขึ้นสู่การพิจารณาของศาลยุติธรรมเป็นผลสำเร็จ แต่กลับไม่สามารถนำตัวผู้กระทำผิด มาลงโทษได้

เสียงจากญาติคนหาย

*คุณตาเล็ก ประจู วัย ๘๖ ปี พูดถึงลูกสาวที่หายตัวไปในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬปี ๒๕๓๕ ว่าคิดถึงลูกทุกวันตลอดเวลา ๑๕ ปีที่ผ่านมา และเนื่องจากคุณตาเป็นมุสลิม จึงอยากจะฝังลูกตามพิธีกรรมทางศาสนา แต่ ๑๕ ปีผ่านไป ก็ยังไม่มีงานศพเลย

*ต่วน รอฮานา ซึ่งเป็นตัวแทนภรรยาที่สูญเสียสามีจาการหายไปในเหตุการณ์ความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เล่าว่า สามีหายไปได้ ๓ ปี ๖ เดือนแล้ว ซึ่งตอนนั้น กำลังตั้งท้องได้ ๖ เดือน นั่นหมายความว่าลูกของต่วนกำพร้าพ่อตั้งแต่ยังไม่ได้ลืมตาดูโลกเลย หลังจากคลอดลูกแล้ว ต่วนจึงย้ายมาอยู่กับญาติที่กรุงเทพ แม้ในปัจจุบัน ความเศร้าโศกก็ยังไม่มลายหายไปตามกาลเวลา ต่วนบอกว่าพูดถึงเรื่องนี้ครั้งใดก็ยังสะเทือนใจอยู่

"ถ้าคนที่เรารักหายไปด้วยการเสียชีวิต เราก็ยังทำใจได้ ยังสามารถทำบุญไปให้เขาได้ แต่นี่มันเป็นการสูญหายโดยที่เราไม่รู้ว่าเขาเป็นตายร้ายดีอย่างไร ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้กระทำ มันก็เลยทำใจยาก เพราะตราบใดที่เรายังไม่เจอศพหรือไม่มีคนพบเห็น เราก็ยังมีความหวัง จนถึงทุกวันนี้ก็ยังหวังว่าคนที่มีญาติสูญหาย สักวันหนึ่งเขาคงจะได้พบกับคนที่พวกเขารักอีกครั้ง"

กอร์ปกุศล นีละไพจิตร พูดถึงการสูญหายไว้ในคำนำหนังสือ “บันทึกนอกบรรทัด...๔ ปีที่หายไป“ ว่า “การทำให้ใครสักคนสูญหาย ถือเป็นการกระทำ โหดเหี้ยม และ ไร้มนุษยธรรมอย่างที่สุด ที่มนุษย์ผู้มีอารยธรรมปฏิบัติต่อกัน มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน โดยมีหลักประกันสิทธิและเสรีภาพในการอยู่ร่วมกัน เมื่อผู้ใดผู้หนึ่งถูกละเมิดหลักประกันดังกล่าว กลไกสำคัญที่จะต้องขับเคลื่อนเพื่อปกป้องสิทธิและเสรีภาพของมนุษย์คือ กระบวนการยุติธรรม

อังคณา นีละไพจิตร ในหนังสือเล่มเดียวกัน “ดิฉันไม่สนใจว่า ทำไมคุณสมชายจึงถูกทำให้หายไป แต่ดิฉันมักตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทำไมสังคมจึงปล่อยให้มีการบังคับให้บุคคลสูญหายโดยไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องผิดปกติที่สังคมต้องรับผิดชอบ

๓๐ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๑?

เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันไม่ให้บุคคลสูญหาย ของเชิญพี่น้องและพ้องเพื่อน ร่วมงานวันผู้สูญหายสากล ที่กำลังจะมาถึงปีนี้ ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ ๓๐ สิงหาคม คณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ และองค์กรที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการบังคับบุคคลให้สูญหาย และรณรงค์ให้รัฐบาลไทยร่วมลงนามในสัตยาบันใน “อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองมิให้บุคคลถูกบังคับสูญหาย” ของสหประชาชาติ ระหว่างวันที่ ๒๙-๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๑

กิจกรรมวันที่ ๒๙ จะเป็นการเสวนาเรื่อง “ความพร้อมด้านกฏหมายของประเทศไทยในการรับรองอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมิให้บุคคลสูญหาย” โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐-๑๒.๓๐ ณ ห้องประชุมกิ่งเพชร ชั้น ๓ โรงแรมเอเชีย พญาไท

กิจกรรมวันที่ ๓๐ จะเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กรณีผู้สูญหายผ่านงานศิลป์ งานจะเริ่มตั้งแต่เวลา ๑๒.๓๐-๑๗.๐๐ น. ณ ห้อง ร. ๑๐๓ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

·        * จาก http://www5.sac.or.th/downtoearthsocsc/modules.php?name=News&file=article&sid=39

“บันทึกนอกบรรทัด... ๔ ปีที่หายไป” อังคณา นีละไพจิตร

“ไปต่อเองนะ...เส้นทางชีวิต สมชาย นีละไพจิตร” อังคาร จันทร์เมือง

 

 

 

 

 

 

 

โดย เดญาพอ

 

กลับไปที่ www.oknation.net