วันที่ พุธ สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นิทานธรรมะ


นิทานธรรมะ : ปฏิบัติการคว่ำเรือเปล่า

เมื่อนานมาแล้วยังมีชายคนหนึ่งชื่อ สุพจน์ สุพจน์เลี้ยงชีพโดยการจัดปลาในคลองใกล้ๆกับตลาดน้ำ เมื่อใดที่ตลาดน้ำมีการค้าขาย ผู้คนมากันพลุกพ่านแต่เช้า นอกจากจะทำให้เขาจับปลาไม่ได้แล้ว ยังมีบ่อยครั้งที่จะมีบรรดา พ่อค้า แม่ค้า หรือไม่ก็ผู้มาจับจ่าย ซื้อสินค้า ยังพายเราไม่ดูมาชนเรือของเขา บางทีก็ถึงกับพลิกคว่ำ ปลาหล่นลงคลองไปหมดทีเดียว

ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเขาก็ไม่เคยตื่นไปหาปลา ได้เช้ากว่าพ่อค้า แม่ค้า ประชาชนจะมาทำกิจต่างๆกันที่ตลาดน้ำเลย

จากความที่เขาเป็นคนขี้โมโห ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นมาเขาก็จะฉุนจัดจนตะโกนด่า อย่างดุร้าย ใส่เรือของใครก็ตามที่มาชนเรือของเขา หรือบางทีก็จะถึงขั้นจะทำร้ายเจ้าของเรือที่มาชนเลยทีเดียว ไม่เว้นแม้ว่าจะเป็นคนแก่ เด็ก ผู้หญิง หรือพระสงฆ์ แต่อย่างใด

เวลาผ่านไปนานปีเข้า เมื่อเกิดเหตุการณ์เรือชนขึ้นบ่อยครั้งเข้า สุพจน์ก็ยิ่งกลายเป็นคนใจร้อน หัวรุนแรงมากขึ้นทุกที โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มุมหนึ่งของคลองที่มีต้นไทรงอกรากย้อยลงมาบังทางไว้ นี่จะเกิดเหตุการณ์ "เรือล่มปากคลอง" บ่อยเป็นพิเศษ

บางครั้งแม้ว่าสุพจน์จะเป็นฝ่ายไปชนคนอื่นโดยไม่ทันดู ก็ยังมีหน้าด่าคนที่ถูกชนเสียอีก  

กิตติศัพท์ความดุ โหด และ ความไม่ใส่ใจในตัวผู้อื่นของสุพจน์ชาวโฉ่ขึ้นทุกที จนนางทัศนีย์ผู้ที่โดยสุพจน์โชว์ปฏิบัติการคว่ำเรือบ่อยที่สุด ทนไม่ไหวต้องไปสั่งผู้ใหญ่บ้าน ให้เข้ามาแก้ปัญหานี้ หลังจากมีเหยื่อเรือคว่ำจากน้ำโหของสุพจน์มากมาย

แต่ตัวผู้ใหญ่บ้านเองก็ไม่มีสิทธิ์จะไปตัดสิน ประกอบกับผู้ใหญ่บ้านไม่ค่อยได้พายเรือ เลยไม่รู้ว่าสิ่งที่ชาวบ้านร่ำลือกันเป็นจริงหรือไม่ อย่างไร แต่การที่เป็นผู้ใหญ่บ้านจะไปพายเรือชน เรือของสุพจน์ก็ใช่ที่

ผู้ใหญ่บ้านจึงต้องลงทุนไปแอบดูอยู่บนฝั่ง โดยเลือกแอบดูตรงใต้ต้นไทรที่ชาวบ้านบอกว่า เป็นไทรเรือคว่ำ และให้ชาวบ้านนั่งอยู่บนเรือลอยรอไว้ใต้ต้นไทร เมื่อตอนสุพจน์ พายเรือมา เรือของสุพจน์ก็ชนเข้ากับเรือของชาวบ้านที่รออยู่พอดี แล้วสุพจน์ด้วยความฉุนก็ด่าทอ ไม่ฟังเสียงชาวบ้านว่าลอยเรือ เก็บลูกไทรเฉยๆ ไม่ได้พายเลย แต่สุพจน์ก็ฉุนจัด ถีบเราชาวบ้านคนนั้นซะคว่ำ

ผู้ใหญ่บ้านเห็นว่าไม่ได้การ เราจำจะต้องมีการดัดนิสัย สุพจน์ ซะแล้ว แต่นางทัศนีย์ กล่าวไว้ว่า เมื่อก่อนเขาก็เคยเป็นคนดี เห็นทีผู้ใหญ่บ้านคงจะต้องเตือนสติสุพจน์ด้วยวิธีการนิ่มๆ จะเป็นผลดีกว่า

วันหนึ่งผู้ใหญ่บ้านจึงประกาศหยุดตลาดน้ำ 1 วัน และนำเรือเปล่าไปลอยไว้ ใต้ต้นไทร เมื่อเรือของสุพจน์ซึ่งกำลังดีใจที่ไม่มีตลาดน้ำผ่านมา ก็ไม่ทันระวังตัว ชนกับเรือของใครอีกไม่รู้ที่ใต้ต้นไทรอีกแล้ว สุพจน์ฉุนมาก ด่าไปด้วยวาจาหยาบคายเต็มพิกัด ไม่มียั้ง แล้วจึงสังเกตุเห็นว่าเรือนั้นเป็นเรือเปล่า สุพจน์จึงคิดได้ว่ามีไม่น้อยครั้งเลยที่เขาเป็นฝ่ายไปชนคนอื่น และไม่ยอมรับฟังที่คนอื่นพูดเลย ขณะนั้นหลวงพ่อจากวัดท้ายตลาด ล่องเรือมาพอดี แล้วถามว่า

โยม เมื่อกี้นี้ อาตมาได้ยินเสียง โยมกำลังด่าใครอยู่หรือ

สุพจน์ก็ตอบไม่ออก

หลังจากนั้นเป็นต้นมาสุพจน์ก็สำนึกผิดได้ และเลิกปฏิบัติการคว่ำเรือ คืนความสุข ความสบายให้กับตลาดน้ำแห่งนั้น

           ลองคิดดูว่าหากเป็นเรา และมีเรือเปล่ามาชนเรา กับ มีเรือที่มีคนมาชนเราจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเป็นเรือเปล่ามาชน เราคงจะไม่บ้าด่าเรือเปล่าหรอก แต่ถ้าเป็นคนนั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ยิ่งคนนั้นด่ากลับ เรื่องจะยิ่งแล้วใหญ่ อาจถึงขั้นปฏิบัติการคว่ำเรือแบบในนิทานเรื่องนี้

           ในชีวิตจริงของเรา หากเราลองทำตัวเสียใหม่ เมื่อเจอคนโมโหใส่เรา เรายิ่งไม่ควรโมโหกลับ แม้จะไม่ผิด แต่ควรทำตัวเป็นอย่างเรือเปล่า เมื่อนั้นเราก็จะไม่เสียหายมากไปกว่าเดิม

โดย TPS@AMiBA

 

กลับไปที่ www.oknation.net