วันที่ พฤหัสบดี สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ออสเซเทียใต้ - อีกประเทศที่ใหม่เอี่ยมอ่องของโลก


เมื่อวานเขียนถึงอับคาเซีย ที่รัสเซียประกาศรับรองเอกราชไปแล้ว มาวันนี้ก็ขอต่อด้วยออสเซเทียใต้ อีกประเทศที่รัสเซียก็ประกาศรับรองเอกราชในคราวเดียวกับอับคาเซีย

พวกออสเซเทียใต้ สืบเชื้อสายมาจากพวกอาลันส์ ซึ่งเป็นพวกหนึ่งในชนเผ่าที่อพยพมาจากอิหร่าน ในยุคกลางพวกนี้หันมานับถือคริสต์ และอยู่ใต้อิทธิพลของอาณาจักรไบเซนไทน์และจอร์เจีย แต่เดิมคนเหล่านี้ตั้งรกรากอยู่แถบลุ่มแม่น้ำดอนในรัสเซีย แต่สมัยที่รัสเซียอยู่ภายใต้การปกครองของพวกมองโกล พวกเขาถูกตะเพิดจนมาปักหลักอยู่ในจอร์เจียปัจจุบัน ดินแดนของพวกเขาถูกแบ่งออกเป็น โดยส่วนหนึ่งอยู่ภายใต้อิทธิพลของรัสเซีย และปัจจุบันเรียกออสเซเทียเหนือ

 

ส่วนออสเซเทียใต้ในปัจจุบัน ถูกผนวกเป็นของรัสเซียปี 1801 พร้อมกับจอร์เจีย หลังการปฏิวัติรัสเซีย จอร์เจียฉวยโอกาสประกาศเอกราชแยกตัวออกมา แต่ระหว่างนั้นในส่วนของออสเซเทียใต้ ซึ่งอยู่ในการปกครองของจอร์เจีย ได้เกิดการจลาจลเรียกร้องเอกราชขึ้นมาหลายครั้ง ทำให้จอร์เจียต้องส่งทหารเข้าปราบ โดยอ้างว่าคนเหล่านี้ให้ความร่วมมือกับพวกบอลเชวิค (คอมมิวนิสต์ ) งานนี้มีผู้คนล้มตายจากสงคราม ความหิวโหย และ โรคระบาดมากมาย

เมื่อกองทัพแดงปราบปรามจอร์เจียสำเร็จ และนำจอร์เจียกลับมาอยู่กับรัสเซียอีกครั้ง มีการกำหนดสถานะของออสเซเทียใต้เป็นมณฑลปกครองตนเอง อยู่ในการปกครองของจอร์เจีย มีเสรีภาพทางด้านภาษาและวัฒนธรรม และ มีอำนาจการบริหารส่วนหนึ่ง และนับตั้งแต่นั้นมา ทั้งจอร์เจียและออสเซเทียใต้ก็อยู่ร่วมกันอย่างสุขสงบ ทั้งสองเชื้อชาติมีอัตราการแต่งงานของคนระหว่างสองเชื้อชาติที่สูงไม่น้อย จนกระทั่งถึงปี 1989 ในช่วงที่สหภาพโซเวียตใกล้จะล่มสลาย เมื่อได้มีการพัฒนาแนวความคิดแบบชาตินิยมในทั้งสองเชื้อชาตินี้ แทนที่แนวความคิดสากลนิยมแบบโซเวียต

เริ่มต้นด้วยการที่ออสเซเทียใต้ต้องการให้จอร์เจียยกระดับพวกเขาเป็นสาธารณรัฐปกครองตนเอง แทนที่มณฑลปกครองตนเอง ขณะที่จอร์เจียก็สั่งให้ภาษาจอร์เจียเป็นภาษาหลักสำหรับทุกเขตทั่วประเทศ ตามด้วยการออกกฎหมายห้ามจัดตั้งพรรคการเมืองระดับภูมิภาค เรื่องนี้ทำให้ออสเซเทียใต้ตอบโต้ด้วยการประกาศสถาปนาตัวเองเป็นสาธารณรัฐของสหภาพโซเวียต ที่มีอธิปไตยเต็มที่เทียบเท่ากับสาธารณรัฐอื่นๆของสหภาพโซเวียต พร้อมทั้งจัดการเลือกตั้งของตัวเองขึ้น ทางการจอร์เจียที่ตอนนั้นแยกตัวออกมาจากโซเวียตแล้ว ก็ตอบโต้ด้วยการประกาศลบล้างสถานะการเป็นมณฑลปกครองตนเองของออสเซเทียใต้

เต้นระบำ ฉลองการรับรองเอกราชโดยรัสเซีย

แต่ความรุนแรงมาเกิดขึ้นปลายปี 1991 เมื่อเริ่มมีการเผาบ้านเรือนทั้งของชาวออสเซเทียใต้และของชาวจอร์เจียในออสเซเทียใต้ ทำให้คนทั้งสองเชื้อชาติต่างก็อพยพออกจากพื้นที่เป็นการใหญ่ โดยพวกออสเซียเทียใต้ก็หนีขึ้นมาที่ออสเซเทียเหนือ ส่วนพวกจอร์เจียก็หนีกลับมาในส่วนของจอร์เจีย หาไม่แล้วก็อาจจะกลายเป็นศพได้ ชาวออสเซเทียใต้ส่วนหนึ่งหลบหนีไปตั้งหลักแหล่งในเขตของชาวอินกุสในเขตออสเซเทียเหนือ และก็ปรากฏว่าก็ต้องมีเรื่องทะเลาะเบาะ แว้งกับชาวอินกุสเรื่องที่ดินทำกินอีก

ในปี 1992 จอร์เจียยอมตกลงหยุดยิงกับออสเซเทียใต้ เพราะเกรงว่าสงครามจะนำไปสู่การปะทะกับรัสเซีย เนื่องจากในช่วงนั้น สหรัฐถือว่าปัญหาในเขตภาคใต้ของสหภาพโซเวียต เป็นกิจการภายในของรัสเซียเอง เนื่องจากดินแดนเหล่านี้อยู่กับรัสเซียมาแต่นมนานแล้ว ภายใต้ข้อตกลง จอร์เจียต้องปล่อยให้ออสเซเทียใต้ปกครองกันเองต่อไป แต่มีการจัดตั้งกองกำลังรักษาสันติภาพ ทั้งจากทหารรัสเซีย จอร์เจีย และ ออสเซเทียใต้ เพื่อดูแลรักษาสันติภาพ

ในปีนั้น ออสเซเทียใต้ ได้จัดการลงประชามติเรื่องการเป็นเอกราชจากจอร์เจีย (มีการทำเช่นนี้อีกครั้งในปี 2006 เพราะมีข้อครหาว่าครั้งแรกทำกันไม่ค่อยถูกหลักเกณฑ์ )

สถานการณ์โดยรวมตั้งแต่ปี 1992 สงบมาจนถึงช่วงกลางปี 2004 เมื่อจอร์เจียเสริมกำลังตามแนวพรมแดน โดยให้เหตุผลว่าต้องการปราบปรามการลักลอบการค้าของเถื่อนในภูมิภาค การลักพาตัวและการลอบยิงที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ขณะเดียวกัน ฝ่ายรัสเซียและออสเซเทียใต้ก็ไม่ไว้ใจการสั่งสมกำลังทางการทหารของจอร์เจียในภาพรวม ขณะที่จอร์เจียก็ไม่พอใจการขยายความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับออสเซเทียใต้ทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง รวมทั้งยังตำหนิว่ากองกำลังรักษาสันติภาพรัสเซียไม่มีความเป็นกลาง แต่อียูก็ปฏิเสธที่จะส่งทหารของตัวเองเข้าไปแทนทหารรัสเซีย

และจากรายงานที่ต่างฝ่ายต่างก็กล่าวหากันว่าอีกฝ่ายเปิดฉากสาดกระสุนไปยังอีกฝ่ายหนึ่งก่อน ในเช้าตรู่ของวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา จอร์เจียก็ส่งทหารกองใหญ่บุกไปในออสเซเทียใต้ และยิงปืนใหญ่ถล่มเมืองหลวงออสเซเทียใต้ แต่ไม่กี่ชั่วโมงถัดมา รัสเซียก็ส่งทหารบุกเข้าในออสเซเทียใต้และจอร์เจีย โดยบอกว่ายอมปล่อยให้จอร์เจียมาเข่นฆ่าพี่น้องของคนรัสเซียไม่ได้ หลังจากนั้นไม่กี่วันจอร์เจียก็ยอมแพ้แบบหมดรูป และเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา รัสเซียก็ประกาศรับรองเอกราชของออสเซเทียใต้ พร้อมกับอับคาเซีย หลังจากที่ปฏิเสธที่จะทำเช่นนี้มาตลอดเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา

แต่อนาคตของทั้งสองประเทศ คงไม่ได้อยู่ในฐานะของประเทศเอกราช เพราะพวกเขาแสดงความจำนงว่าจะอยู่กับรัสเซียอย่างชัดเจน

ผลพวงในทันทีทันใดของสงครามจอร์เจียก็คือโปแลนด์ กับสหรัฐ ตกลงกันได้ทันควัน ที่จะยอมให้สหรัฐขนขีปนาวุธ 10 ลูก เอามาปักไว้ที่ใกล้กับพรมแดนรัสเซียเพื่อเอาไว้สอยขีปนาวุธรัสเซีย ( แต่บอกว่าเอาไว้สอยขีปนาวุธอิหร่านกับเกาหลีเหนือ และก็น่าแปลก ที่รัสเซียเป็นประเทศเดียวในโลกที่โง่งมงาย  และไม่เชื่อคำพูดสหรัฐ 55555 )

อ้อ……คงต้องบอกอีกอย่างว่า หลายคนคงไม่ทราบว่า ในสมัยสงครามเย็น ระบบป้องกันขีปนาวุธแบบนี้เขามีสนธิสัญญาห้ามสร้างกันนะครับ เพื่อป้องกันไม่ให้สหรัฐกับโซเวียต ตัดสินใจกดปุ่ม ส่งอาวุธนิวเคลียร์เข้าถล่มกันได้ง่ายดายนัก แต่เมื่อฝ่ายหนึ่งมีระบบป้องกันนิวเคลียร์เสียแล้ว ก็ไม่อยากจะคิดว่าจะเป็นอย่างไร

สงครามเย็นภาคสอง เปิดฉากอย่างเป็นทางการแล้วครับ หลังจากที่อุ่นเครื่องอยู่นาน แต่ยังไงก็แล้วแต่ ก็ขอให้เป็นสงครามเย็นต่อไปเถิด อย่าได้กลายเป็นสงครามอุ่น หรือสงครามร้อนเลย 

ข้อมูลและภาพ มาจากอินเตอร์เน็ตครับ

โดย รุสสกี้

 

กลับไปที่ www.oknation.net