วันที่ พฤหัสบดี สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ธรรมชั้นสูง กับ อิทธิปาฏิหารย์ ตอนที่ 1 - นิวรณ์




ธรรมชั้นสูง กับ อิทธิปาฏิหารย์




จุดมุ่งหมายสูงสุดของศาสนาพุทธ คือ นิพพาน  เป็นการหลุดพ้นจากกิเลสตัณหาทั้งปวงและวิญญาณก็ดับไปด้วย  ไม่เวียนว่ายตายเกิดอีก แต่เป็นการยากนักที่จะปฏิบัติธรรมไปจนถึงขั้นบรรลุนิพพานได้   ระหว่างทางที่จะไปถึงนิพพาน มีธรรมหลายขั้นที่ต้องฝึกปฏิบัติ   


ธรรมขั้นต้นที่ต้องปฏิบัติให้ได้ คือ การถือศีล 5   เป็นการประพฤติดีทั้งกายและวาจา   ขั้นต่อไป คือ การปฏิบัติตามมรรค 8 ซึ่งเป็นหนทางที่นำไปสู่การพ้นทุกข์ จะทำให้จิตใจให้บริสุทธิ ปราศจากกิเลส  โลภ โกรธ หลง  ซึ่งการปฏิบัติตามมรรค 8 นี้  ครอบคลุมทั้ง  ศีล สมาธิ  และ ปัญญา ทำให้เกิดญาณ  เมื่อจิตนิ่ง  ปราศจากนิวรณ์แล้วก็ฝึกให้บรรลุฌาน   แล้วจะได้ วิชชา 8  ซึ่งเป็นธรรมชั้นสูงของพระพุทธเจ้า  ที่เมื่อฝึกได้แล้วจะได้อิทธิปาฏิหารย์ คือ มีฤทธิ์ทางใจ แสดงฤทธิ์ต่างๆได้ มีหูทิพย์ อ่านใจผู้อ่ืนได้  ระลึกชาติได้  มีตาทิพย์ และ หมดสิ้นกิเลสตัณหาทั้งปวง


ผู้เขียนไม่ได้มีเจตนาจะแนะนำท่านให้มุ่งปฏิบัติธรรมเพื่ออิทธิปาฏิหารย์  เพียงแต่ต้องการเผยแพร่ธรรมชั้นสูง  วิชชา 8 ให้เป็นวิทยาทาน  ว่า วิชชา 8  คือ อะไร มีผลอะไรบ้างเมื่อสามารถบรรลุธรรมชั้นสูงนี้ ตัวผู้เขียนเองยังมิได้บรรลุธรรมชั้นสูงนี้นะครับ เพราะยังติดอยู่ในนิวรณ์ข้อที่ 1 ซึ่งตัดใจลำบาก  ส่วนนิวรณ์อีก 4 ข้อนั้น  ตัดได้เป็นครั้งคราว


สิ่งที่ได้รับในการปฏิบัติธรรมในแต่ละวัน คือ  ความสุขสงบในจิตใจ    ไม่วิตกกังวลเป็นทุกข์เป็นร้อนกับเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นรอบตัวเรา แต่...ไม่ใช่เพราะเราทำเป็นไม่สนใจเหตุการณ์รอบตัว  แต่เป็นเพราะเราเข้าใจความเป็นไปของชีวิตต่างหาก  เพราะเรารู้ว่า...   ผลทั้งหลายที่เกิดขึ้นนั้น  ย่อมมีมาแต่เหตุ  เมื่อคนเราทำเหตุอย่างนั้น   ผลที่ตามมาย่อมเป็นอย่างนั้น   หากจะแก้ไขสิ่งใดให้ดี  ต้องหาสาเหตุที่แท้จริงให้เจอก่อน  แล้วแก้ที่เหตุ   เมื่อเหตุได้รับการแก้ไขแล้ว  ผลที่ออกมาย่อมเป็นไปตามเหตุนั้น  ถ้าสิ่งใดที่อยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ ที่เราจะพึงกระทำได้  เราก็ต้องทำใจปล่อยวาง เนื่องจากไม่ใช่กิจธุระของเรา ที่เราจะมีอำนาจหน้าที่ไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรได้  


ก่อนที่จะเข้าใจเรื่อง วิชชา 8 ได้นั้น ต้องมีความเข้าใจพื้นฐานในเรื่องต่อไปนี้ก่อนคือ:


- มรรค 8 

- นิวรณ์ 5 

- สภาวธรรม 2 

- ขันธ์ 5 

- อวิชชา 8 

- อาสวะ 4

- ปฏิปทา 4

- ญาณ 3

- ฌาน 4

- เจตสิก 52

 


วันนี้จะขอยกเรื่อง นิวรณ์ 5 มากล่าวพอสังเขปก่อน:



นิวรณ์ 5 (hindrances)

อกุศลธรรมที่ทำให้จิตใจเศร้าหมองและทำให้ด้อยปัญญา



นิวรณ์ 5 (hindrances) คือ สิ่งที่ขวางกั้นจิตใจไม่ให้ก้าวหน้าในคุณธรรม   ไม่ให้บรรลุในคุณงามความดี ทำให้จิตใจเศร้าหมอง และ ด้อยปัญญา ไม่มีสมาธิ  ได้แก่


1. กามฉันทะ (sensual desire)  คือ ความยินดี  ติดใจ  ในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส  ไม่เพียงแต่ในเรื่องเพศเท่านั้น   เป็นความชื่นชมยินดีใน ลาภ ยศ สรรเสริญ  แก้วแหวนเงินทอง  บ้าน ที่ดิน รถยนต์ ฯลฯ ที่เป็นความพอใจในทางโลกทั้งปวง


2. พยาบาท (illwill) คือ ความโกรธ ความไม่พอใจ   ผูกใจเจ็บ พยาบาท  ความคิดเคียดแค้นชิงชัง   มุ่งร้ายต่อผู้อื่น


3. ถีนมิทธะ (sloth and torpor) คือ ความท้อแท้สิ้นหวัง   ความหดหู่  หมดกำลังใจ  ความเกียจคร้าน เฉื่อยชา  ไม่มีเรี่ยวแรง ความง่วงเหงาเซื่องซึม  ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า


4. อุทธัจจกุกกุจจะ (distraction and remorse, flurry and worry, anxiety) คือ ความฟุ้งซ่าน   จิตไม่สงบ  ความหงุดหงิดรำคาญใจ  ความวิตกกังวล


5. วิจิกิจฉา (doubt, uncertainty) คือความไม่แน่ใจ  ตัดสินใจไม่ได้   ความลังเล  สงสัย  ความไม่มั่นใจ  ไม่ปักใจเชื่อว่าสิ่งใดถูกสิ่งใดผิด   ไม่รู้ว่าจะทำแบบไหนดี



ในแต่ละวัน เราควรเฝ้าดูจิตของเราว่า มีนิวรณ์ในข้อใดบ้าง และ พยายามฝึกจิตให้ปราศจากนิวรณ์ เพื่อที่เราจะได้บรรลุธรรมขั้นสูงขึ้นไป  หากจิตยังมีนิวรณ์หลายข้ออยู่  สมาธิและปัญญาย่อมไม่เกิดขึ้นได้


ในตอนต่อไปจะได้กล่าวถึงมรรค 8  ขันธ์ 5 และ สภาวธรรม 2 เพื่อเป็นความเข้าใจพื้นฐาน ก่อนที่จะได้อ่านเรื่อง วิชชา 8 ต่อไป


ขอให้ผู้อ่านทุกท่านมีจิตใจสุขสงบ  แม้ในยามที่บ้านเมืองวุ่นวาย  แต่เราก็ทำใจเราให้สงบได้   ด้วยการเข้าใจความเป็นไปของชีวิต  และ  ทำอย่างดีที่สุดในส่วนที่เราจะทำได้ หากทุกคนมีใจสุขสงบแล้ว บ้านเมืองของเราก็จะมีความสุขสงบเอง  ขอให้เจริญในธรรมนะครับ




มีต่อ  ตอนที่ 2  http://www.oknation.net/blog/pimahn/2009/02/04/entry-1


โดย pimahn

 

กลับไปที่ www.oknation.net