วันที่ อาทิตย์ สิงหาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไม้ขีดไฟ(พันธมิตร)กับดอกทานตะวัน(สังคมทั่วไป)


เจ้าไม้ขีดไฟก้านน้อยเดียวดาย แอบรักดอกทานตะวัน
แรกแย้มยามบาน อวดแสงตะวัน ช่างงดงามเกินจะเอ่ย
ดอกเหลืองอำพันไม่หันมามอง แม้เหลียวมายังไม่เคย
ไม้ขีดเจ้าเอ๋ย ...เลยได้แต่ฝันข้างเดียว
ดอกไม้จะบานและหันไปตามแต่แสงจากดวงอาทิตย์
จุดตัวเองก็ยอมทันใด ให้ลุกเป็นไฟขึ้นมา
เพียงปรารถนาให้มีลำแสงสีทอง


**จุดตัวเองก็ยอมทันใด ให้ลุกเป็นไฟขึ้นมา
เพียงปรารถนาดอกทานตะวันหันมอง...สักครั้ง
เจ้าไม้ขีดไฟก้านน้อยเดียวดาย สาดแสงในใจไม่นาน
ดอกเหลืองอำพันจึงหันมามอง และพบเพียงกองเถ้าถ่าน
เจ้าไม้ขีดไฟก้านน้อยเดียวดาย เพราะรักจริงใจอย่างนั้น
เพียงแค่เธอหัน เพียงแค่เธอมองก็พอ
ดอกไม้จะบานและหันไปทางแต่แสงจากดวงอาทิตย์

ในหนังสือเพลงเขียนคน ดนตรีเขียนโลก โดยประภาส  ชลศรานนท์  มีอยู่ตอนหนึ่งระบุว่า พองานเสร็จ ผมไปฟังในห้องอัด ผมรู้สึกเศร้าๆ..และนึกถึงคุณสืบ นาคะเสถียร ว่า บางทีคุณสืบเขาอาจจะคิดอย่างนี้เหมือนกัน เขาไม่ต้องการอะไรมากกว่าปกป้องป่าผืนนี้ (เขาอาจจะช้ำใจ น้อยใจก็ได้) แต่สิ่งที่เขาทำได้คือ เผาตัวเองให้มีเปลวไฟขึ้นมา จุดตัวเองให้มีเปลวไฟขึ้นมา แล้วคนหันมามองก็พอแล้ว โดยที่ทุกคน รัฐบาลฯลฯ เป็นดอกทานตะวัน คือสนใจบ้าง  แต่เมื่อไฟลุกขึ้นมาถึงรู้ว่าไม่มีไม้ขีดก้านนั้นแล้วนะ

แล้วก็มานึกถึงข้อหากบฏที่แกนนำทั้ง 9 คนของกลุ่มพันธมิตร ถามว่ารู้มั้ยว่าการบุกรุกสถานที่ราชการเป็นความผิด รู้มั้ยว่าการที่เข้าไปยึดทำเนียบรัฐบาลเช่นนั้นไม่น่าจะกระทำได้ คำตอบก็คือรู้ รู้ว่าสิ่งที่จะทำลงไปอาจจะทำให้ตนเองต้องเดือดร้อน ต้องถูกจับกุมดำเนินคดี ซ้ำยังเป็นข้อหาที่มีโทษถึงประหารชีวิต คำถามที่คนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจก็คือ ทำไมถึงต้องทำเช่นนั้น คำตอบก็คือ จุดตัวเองก็ยอมทันใด้ ให้ลุกเป็นไฟขึ้นมา เพียงปรารถนาดอกทานตะวันหันมอง..สักครั้ง

ตอนนี้เรียกว่าเสียสละกันกระทั่งชีวิตแล้ว เพื่อแลกกับความถูกต้อง คาดหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไปในทิศทางที่ถูกที่ควร ล้างการเมืองระบบเก่าอันเน่าเฟะ ให้ประชาชนทั่วไปตั้งคำถามโตๆเรื่องคุณธรรมจริยธรรมนักการเมือง และไม่ให้มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงโกงเลือกตั้ง ให้ประชาชนตื่นตัวและมีพัฒนาการด้านการเมือง ไม่ให้นักเลือกตั้งมาหลอกได้ วันนั้นเราอยู่หน้าทำเนียบคอยถามข่าวจากข้างนอกว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เสียงจากสื่ออื่นว่าอย่างไรกันบ้าง ทำเอาใจเสียไปมาก ยิ่งตอนที่ปีนทำเนียบเราเองถึงกับอุทานในใจขึ้นมาว่า เอากันขนาดนี้เลยเหรอ แต่สักพักก็คิดได้ว่าถ้าไม่ทำกันขนาดนี้เห็นทีจะสู้ไม่ได้ เพราะเราไม่มีปืน ไม่มีอำนาจอะไรไปต่อรอง ดังนั้นหากจะต้องยอมโดนดำเนินคดี ก็คงต้องยอมเพราะเมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่รออยู่คือเอานักโกงเมืองออกไปได้ ให้สังคมทั่วไปตั้งมาตรฐานทางสังคมกันใหม่ เรียกว่าคุ้ม

คนทั่วไปที่ไม่ได้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ก็คงเห็นแต่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ว่าคนพวกนี้(พันธมิตร) ทำเรื่องวุ่นวาย แต่สิ่งที่พวกนักการเมืองชั่วทำกันไว้ ไม่เคยมองเห็น สื่ออย่างNBT ที่เป็นของรัฐก็พูดจาข้างเดียวไม่เคยนำคนที่เป็นกลางจริงๆมาพูดเลย มีแต่คนของรัฐบาลทั้งนั้น ปัญหาวันนี้อยู่ที่คนคนเดียวตัดสินใจว่าจะให้เกิดความรุนแรงหรือไม่ ไม่ใช่พันธมิตร แต่เป็นคนชื่อ สมัคร สุนทรเวช

โดย อยากเชื่อเธอสักครั้งหนึ่ง

 

กลับไปที่ www.oknation.net