วันที่ จันทร์ กันยายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมื่อกะเหรี่ยงไปงานกาล่า "ครบรอบ 20 ปี แบรนด์ชลาชล"(ตอนที่ 1)


คนทั่วไปมักรู้จักคุณสมศักดิ์ ชลาชล ในฐานะเป็นช่างทำผมชื่อดัง แต่ใครเลยจะรู้ว่าคุณสมศักดิ์นั้นเป็นนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่เข้าใจเรื่องการพัฒนาคนอย่างลึกซึ้ง มิเช่นนั้นคงไม่สามารถผลิตช่างทำผมฝีมือดีออกมาได้มากมาย จนสามารถสร้างแบรนด์ชลาชลให้เจริญรุ่งเรืองอยู่ได้ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา สำหรับ เรื่องราวลึกๆ เป็นอย่างไร ต้องไปอ่านบทสัมภาษณ์โดยคุณน้องหมู ประภาพร (ใน Go Training ฉบับเดือนตุลาคม) ที่บุกไปพูดคุยกับคุณสมศักดิ์ถึงร้าน แถมยังไปลองเปลี่ยนสีผมเพื่อให้อินกับเรื่องราวในวันเดียวกันนั้นด้วย

 

สำหรับวันนี้จะมาเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์การได้เข้าไปร่วมงานกาลาดินเนอร์ “ครบรอบ 20 ปี แบรนด์ชลาชล” โดยคนที่ชวนคือน้องโบ PR สุดน่ารัก งานจัดที่ห้องนภาลัยบอลรูม โรงแรมดุสิตธานี ในวันที่ 21 สิงหาคม โดยธีมของงานกำหนดให้ทุกคนใส่เสื้อผ้า สีม่วง-ดำ มาร่วมงาน ทั้งนี้ก็เพื่อต้องการระลึกถึงผู้มีบุญคุณ เจ้ากอแก้วประกายกาวิล ณ เชียงใหม่ ที่เป็นประธานเปิดร้านชลาชลสาขาแรก  

 

เราตอบรับน้องโบไว้ว่า จะไปกันสองคนคือ ตัวอิฉันและน้องหมู เพื่อนำของขวัญไปแสดงความยินดีกับคุณสมศักดิ์ แล้วก็คงจะปลีกตัวออกจากงานอันยิ่งใหญ่อลังการ ไปหาข้าวต้มกุ๊ยกิน

 

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม มาถึง วันนั้นช่วงกลางวัน ตัวเองต้องไปสัมภาษณ์ผู้บริหารที่โรงงานมินิแบร์ บางปะอิน อยุธยา ก็เลยแยกกันไปกับน้องหมู นัดกันว่าไปเจอกันที่โรงแรมดุสิตธานีประมาณ 6 โมง ถึง 1 ทุ่ม ซึ่งก่อนออกจากบ้านในเช้าวันนั้น อิฉันก็พยายามค้นหาแล้วค้นหาอีก ว่ามีเสื้อผ้าสีตามธีมหรือไม่ ปรากฏว่าไม่มี ก็เลยใส่เป็นขาวดำไป กะว่า เดี๋ยวไปซื้อผ้าคลุมสีม่วงๆ แถวสีลมคอมเพล็กซ์เอาดาบหน้าก็ได้

 

เมื่อถึงเวลา 1 ทุ่ม กระหืดกระหอบลงจากรถไฟฟ้า BTS มาสมทบกับน้องหมูซึ่งยืนรอที่ปากทางเข้าสีลมคอมเพล็กซ์ ด้วยเกรงว่าน้องหมูจะหิว เพราะคงไม่ได้เข้าไปร่วมรับประทานอาหารกับแขกผู้มีเกียรติด้วย ก็เลยให้น้องหมูนั่งกินไก่ที่เชสเตอร์กริล ส่วนอิฉันขอตัวไปซื้อผ้าพันคอสีม่วง ตามที่ได้วางแผนไว้

 

วิ่งรอบสีลมคอมเพล็กซ์ (เหมือนว่าตัวเองเป็นนางเอกชาวอินตระเดีย) ไม่น่าเื่ชื่อ หาผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่สีม่วง ไม่ได้ ครั้นดูนาฬิกา น้องหมูก็รอเรากว่า 30 นาทีแล้ว ถึงคราต้องตัดสินใจหันรีหันขวาง เห็นเสื้อถักแขนยาวสีม่วง (ราคาคูณสามซุปเปอร์แกงค์ของราคาผ้าคลุมที่ตั้งใจไว้ตอนแรก) เข้าไปลองใส่ดู พอใช้ได้ ก็ “เอาแล้วล่ะวะ” เลยถอดเสื้อที่ใส่ตอนแรกยัดลงในกระเป๋าถือ แล้วใส่เสื้อตัวใหม่ซึ่งป้ายยังติดอยู่ข้างหลังอยู่เลยออกมาจากห้องลองเสื้อ บอกว่า “น้องคะพี่จะใส่เลย” คนขายก็งงๆ แต่ก็ยังไม่วายติดนิสัยเซลส์ที่ดี “พี่ใส่แล้วสวยมากเลยค่ะ” อืม! ดีมากไอ้น้อง ทำให้มั่นใจมากขึ้นเยอะเลย

 

จ่ายเงินเสร็จ เดินออกมา ผ่านกระจกหลายบาน ก็ให้รู้สึกว่า เอ! คอเรามันโล่งไปหรือเปล่า เลยวิ่งไปแผนกขายสร้อย ต่างหู กำไล ฯลฯ เลือกๆ ที่มันเป็นสีม่วง ลองหยิบมาใส่พวงนึงเห็นโอเค ก็ใส่เลย แล้วจ่ายเงิน “น้องคะพี่จะใส่เลยนะคะ” จากนั้นก็เดินเฉิดฉาย (จริงๆ ไม่ใช่ วิ่งกระหืดกระหอบต่างหาก) กลับไปหาหมูที่เชสเตอร์กริล

 

หมูตาโต (ก็ไม่รู้ว่าในใจชื่นชม หรือจะคิดอย่างไร ???) แต่เราก็แก้เขินด้วยการคิดว่า “ข้าสวย” (นำมุข The Secret มาใช้ ถ้าคิดว่าข้าสวย มันก็ต้องสวยสิวะ!) แล้วทัง้สองกะเหรี่ยงตกดอยก็กึ่งเดินกึ่งวิ่ง ไปโรงแรมดุสิตธานีทันที

อ้อ ! หมูทักนิดนึงว่า “พี่นก ไม่แต่งหน้าแต่งตาเลยเหรอ หน้ามันเชียว” นึกในใจ แป้งก็ไม่มี ทำไงดี จะวิ่งกลับไปซื้อแป้งก็ไม่ทันแล้ว “งั้นยืมหมูละกัน เดี๋ยวไปแต่งหน้ากันในห้องน้ำของโรงแรมละกันนะ” 

 

(ตัดภาพมาที่หน้าห้องบอลรูม) เราเดินเก้กังมาที่หน้าห้องนภาลัยบอลรูม สื่อมวลชน ไฮโซ ไฮซ้อ มาร่วมงานเต็มไปหมด หลังจากมอบของขวัญและถ่ายภาพร่วมกับคุณสมศักดิ์แล้ว เราสองคนก็ปลีกตัวมายืนอยู่ข้างๆ ทางเข้า ดูแขก VIP ที่แต่งตัวหรูหรามาร่วมงานอย่างเพลิดเพลิน น้องโบวิ่งกระเซอะกระเซิงมาทักทายเป็นระยะ (ท่าทางเหนื่อยมาก) เราบอกไม่ต้องห่วงหรอกมีอะไรให้ช่วยก็บอก

 

ยืนสักพัก คุณนุช น้องโบ (PR) ก็เ้ข้ามาคุยด้วย พาไปห้องรับประทานอาหารที่จัดเตรียมไว้ให้นักข่าว นั่งคุยกัน จังหวะนั้นก็เหลือบไปเห็นกำหนดการงานวางอยู่บนโต๊ะ หยิบขึ้นมาดู เห็นว่ามีละครเพลง “Your Head is Your Crowning Glory” ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องราวของทรงผมที่มีวิวัฒนาการผ่านช่วงเวลาและยุคสมัยต่างๆ อิฉันก็เปรยๆ ว่าอยากดู อย่างน้อยถ้ามีซีดี ก็ขอให้น้องโบช่วยส่งให้ด้วย คุณนุชได้ยินและเห็นความอยากดูการแสดงชุดนี้ในแววตาของเรามาก ก็เลยลองโทรไปหาน้อง PR ที่รับลงทะเบียนอยู่หน้างานว่า พอจะมีที่ให้เราได้เข้าไปดูหรือไม่?

 

ผลปรากฏว่า….

(อ่านต่อภาคสอง)

 

โดย นกหงษ์หยก

 

กลับไปที่ www.oknation.net