วันที่ พฤหัสบดี กันยายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ย้ำคำนักวิชาการ! ผู้นำดื้อด้านสุดๆ ส่อเกิดสงครามกลางเมือง..??




ผมอยากเขียนย้ำคำนักวิชาการ "พิทยา ว่องกุล" ที่จับเอาหลักคิดทฤษฎีของ คาร์ล วอน เคลาซ์วิตซ์ ปรมาจารย์การทหารคนสำคัญของโลก ชาวปรัสเซีย, เลนิน ปรมาจารย์ทฤษฎีแห่งการลุกขึ้นสู้ในเมืองของรัสเซีย รวมถึง เหมา เจ๋อ ตง ปรมาจารย์ทฤษฎีชนบทล้อมเมือง และ อัลวิน ทอฟฟ์เลอร์ นักทฤษฎีโลกาภิวัตน์ ฯลฯ

ที่เคยอธิบายให้ผมฟังไว้..

ที่ระบุคุณลักษณะที่นำไปสู่สงครามกลางเมือง ตามสถานการณ์ทางการเมือง จึงมีภาพทางการเมืองที่เลวร้ายได้เกิดขึ้น เป็นฉากเป็นตอนจากความขัดแย้งของทั้งสองกลุ่ม ซึ่งถ้าเราอาศัยทฤษฎีเคลาซ์วิตซ์ ปรมาจารย์ทหารชาวปรัสเซีย ผู้กำหนดยุทธศาสตร์ทางทหาร (On War)

"การเมืองที่หลั่งเลือดหมายความว่า เกิดความขัดแย้งกันมากขึ้นเรื่อยๆ จากความไม่สามารถประนีประนอมกันได้ ไม่สามารถตกลงผลประโยชน์กันได้ หรือรัฐบาลไม่สามารถจะปกครองได้ตามความต้องการ หรือรัฐบาลเองก็กดขี่ข่มเหงประชาชน และก็ไม่ฟังเสียงเลย ดังนั้น ความขัดแย้งนี้จะค่อยๆ เพิ่มปริมาณ ทีละพื้นที่ ทีละขั้นตอนที่จะนำไปสู่การเมืองที่หลั่งเลือด.. มีความเป็นไปที่จะเกิดสงครามกลางเมือง"

ยิ่งได้เห็นคำพูดของผู้นำรัฐบาลที่ไม่สนใจหรือรู้สึกรู้สาไม่ยอม "สละ" เปลี่ยนแปลงตามคำเรียกร้องประชาขน โดยอ้างเพื่อรักษาประชาธิปไตย แต่นัยหนึ่งคือ "รักษาสถานะตัวเอง"

"ประชาชนจะต้องเลือกข้าง ตามหลักการของการเลือกข้างของ เคลาซ์วิตซ์ ถ้านักการเมือง หรือกลุ่มการเมืองใด ได้พัฒนาไปแล้วจะกลายเป็นระบบที่เลวที่สุด แก้กฎหมายเพื่อตนเองจะเถลิงอำนาจที่สุด ผลบั้นปลายเขาจะใช้อำนาจสูงสุดในการควบคุมประชาชนอย่างไม่มีเหตุผล เพื่อการรักษาอำนาจ เมื่อถึงจุดนั้น การเข่นฆ่าประชาชนและกดขี่ ทำให้ประเทศไปสู่ความเลวร้ายหนักหน่วง เมื่อนั้นประชาชนจะทนไปสู่จุดนั้นได้อย่างไร อยากให้ประชาชนตัดสินใจเอาเอง"

พิทยา กล่าวย้ำไว้..

ยิ่งนายกฯ ได้ประกาศจะ "หาคน" ที่มีหลักคิดคล้ายๆ กัน ได้มีโอกาสออกมาพูดตามสื่อ เพื่ออธิบาย "วิถีดำรงอยู่" ของตนเอง

ก็เสี่ยงยิ่งเป็นการปลุกเร้าปลุกระดมฝ่ายตรงข้ามและฝ่ายเดียวกันให้ออกมา "แสดงออก" มากขึ้น..

ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เหมือนคืนวันที่ 1 กันยา มาซ้ำสอง,สาม อีกเลย!!

โดย Nity

 

กลับไปที่ www.oknation.net