วันที่ พฤหัสบดี กันยายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คู่ทุกข์คู่ยาก ยังไม่จากไปไหน ของมือที่สาม


คู่ทุกข์คู่ยาก ยังไม่จากไปไหน ของมือที่สาม

               

                 เห็นเพื่อนสาวรุ่นน้องบอบช้ำแล้ว ไม่รู้จะปลอบใจหรือซ้ำเติมเข้าไปอีกดี ไม่ได้อกหักช้ำรักหรือเป็นตัวป่วนเข้าไปแทรกแซงครอบครัวใครหรอกค่ะ เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ทันทีที่ได้เงินก้อนมาจากการทำงานอาชีพฟรีแลนซ์ เธอก็ชอปปิ้งกระจายจนลืมกันเงินส่วนหนึ่งไว้จ่ายสิ่งจำเป็นจริงๆ เสื้อผ้าแฟชั่นอินเทรนด์เอย เครื่องสำอางเสริมความงามเอย ซึ่งแต่ละอย่างที่พูดมาเวลาจับจ่ายมันจะมี “ตัวพ่วง” ค่ะ อย่างเสื้อตัวนี้ต้องใส่กับกางเกงตัวนี้ ต้องซื้อกางเกงใหม่ แล้วออฟชั่นเสริมล่ะ เข็มขัด เข็มกลัด ต่างหู สร้อยคอ นาฬิกา ที่คาดผม รองเท้าอีก จิปาถะ ส่วนเครื่องสำอางต้องเล่นตั้งแต่การรองพื้น ลงแป้ง ปิดรอยคล้ำใต้ตา ปิดจุดด่างดำบนหน้า ปัดแก้ม ปัดขนตาเด้ง ทาปาก แต่งเสร็จตอนเย็นต้องลบออกอีก ต้องมีเครื่องประทินผิวอีกเซ็ตใหญ่ตามมา เพราะเกรงว่าล้างออกไม่หมดจะกลายเป็นสิ่งตกค้างบนใบหน้าให้เหี่ยวย่นก่อนวัยอันควรจะเหี่ยว

                ทุกวันนี้เราซื้อของใช้ให้กับชีวิตมากมายก่ายกอง จนลืมนึกไปว่า ของบางอย่างหากเราเลือกซื้อเลือกใช้ตั้งแต่ต้น พิจารณาคุณภาพ ตามด้วยราคาที่เหมาะสม และทะนุถนอมในการใช้งาน เมื่อขาดนิดวิ่นหน่อย ก็นำไปซ่อมแซม จะใช้การได้นานเป็นคู่ทุกข์คู่ยากของเราเลยทีเดียว (ว่าแต่จับเข็มเย็บผ้า หรือไปร้านซ่อมรองเท้า ปะกางเกงกันครั้งสุดท้ายเมื่อไรคะ ?) บวกกับกระแส Retro ที่มาแรง ย้อนรำลึกของเก่านำมาใช้ใหม่ค่ะ

                หมูน้อยๆ มีสิ่งของตัวอย่างที่ตัวเองใช้อยู่ปัจจุบันนี้ มายกตัวอย่างให้อ่านกัน

                ชิ้นแรก รถยนต์ยี่ห้อ Ford รุ่น Escort

 

   

ประมาณปี ค.ศ. ไม่ทราบได้ เพราะตกทอดมาเป็นเจเนอเรชั่นที่สาม ป้านภาซื้อต่อมาจากครูชาวอังกฤษสมัยอยู่เตรียมอุดมศึกษา ก่อนครูจะบินกลับประเทศ ซื้อมาตอนนั้นในปี ค.ศ. 1975 (อืม ประมาณว่าบวกเพิ่มอีก 4 ปี) ก่อนที่ป้าจะย้ายมาช่วยสอนที่เตรียมพัฒน์จนเกษียณและขับไม่ไหว กระจายข่าวหาคนมารับช่วงต่อเมื่อปลายปีที่แล้ว พี่เขยถามว่าจะเอารึเปล่า ตอนนั้นตัวเองงงๆ อยู่ รถอะไร ขับรถก็ยังไม่เป็น เออ...เอาก็ได้ พี่สาวช่วยเชียร์อีกแรง “รถเก่ามาก แต่สภาพแข็งแรง เหมาะกับตัวเองเลยนะ” หรอๆๆ แต่เอ๊ะ..ฟังดูแหม่งๆ เนอะ

                วันไปรับมอบ เตรียมเงินสดไปให้ป้า หน้าตาแกดูสดชื่นประมาณดีใจที่รู้ว่ารถแกจะไปอยู่กับใครต่อ และจะได้ไปเที่ยวพักผ่อนเสียที ตามประสาคนโสด ป้าให้พรก่อนออกมา “ไม่ต้องกลัวนะลูก รถอังกฤษมันแข็ง ป้าเคยโดนชนครั้งเดียว ไอคันที่ชนมันบุบไปเลย ฮ่าๆๆ” และตั้งแต่ขับมายังไม่เคยเจอะอุบัติเหตุ เรียกว่าคันอื่นมักจะเห็นใจ คอยให้ทางไปก่อน หรือเค้าจะคิดว่าอย่าไปยุ่งกับมันดีกว่า ขับส่ายเป็นงูเชียว อิอิ

                ชิ้นที่สอง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค IBM 

    

ขนาดเครื่องกะทัดรัดมาก ใช้พิมพ์จดหมาย ส่งงาน เช็คอีเมล เขียนต้นฉบับ แม้กระทั่งอัดรายการ Podcast ที่ลงในเว็บไซต์ www.traininginfomedia.com ค่ะ ใช้ตั้งแต่เริ่มทำนิตยสาร Go Training ฉบับแรก แม้ออฟฟิศจะซื้อเครื่องพีซีมาใหม่ก็ยังคงใช้ตัวเดิมอยู่ (เรื่องของเรื่อง เคยให้คุณเงาะนักเขียนของเราใช้ จดๆ จ้องๆ จึงออกตัวว่าไม่เป็นไรหมู พี่ไปใช้เครื่องนู้นดีกว่า...แหะ เครื่องนี้ไม่มีแป้นภาษาไทยค่ะ) เครื่องนี้เป็นมรดกตกทอดรุ่นที่สาม ได้รับมาจากพี่หงษ์ (แฟนพี่นก) เจ้าของเว็บช่างคุย ผู้ไฮเทคโนโลยี (รู้สึกเจ้าของตัวจริงเป็นพี่ยุทธนะคะ) เผื่อตัวเองใช้แล้ว ความเก่งกาจด้านเทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์จะซึมซาบเข้าตัวบ้าง ...เอ แต่ผ่านมาเกือบสองปีแล้วนา ไอตัวซึมซาบมันเดินทางมาช้าจริง...

                ชิ้นที่สาม เสื้อแจ็คเก็ตสีขาวผ้าฝ้ายตัวโปรด

ตัวนี้ไม่ได้เป็นมือที่สาม แต่เคยให้น้องกับพี่ยืมใส่คนละครั้ง นับได้ว่าใช้กันสามมือค่ะ ซื้อเมื่อ 7-8 ปีก่อน ช่วงทำงานผ่านมาได้ 2-3 ปี คิดว่าจะซื้อของขวัญให้ตัวเอง จึงเลือกเสื้อกับรองเท้า ราคาพันกว่าบาททั้งคู่ สมัยนั้นเรียกว่าแพงเหมือนกันนะ แต่มันก็อยู่กับเราจนมาถึงทุกวันนี้ (แม้รองเท้าลาลับไปแล้ว) ความไม่เกาะกระแส ไม่ใช่แฟชั่นตามยุค ทำให้เราหยิบออกมาใส่ได้อยู่เรื่อยๆ

                ของทุกอย่างมีคุณค่า อยู่ที่ว่าเราจะมองเห็นและจับมาพลิกแพลงใช้ได้หรือเปล่า ไม่ว่าการทะนุถนอมมันให้ดี รู้จักรักษา รู้จักซ่อมแซม นำมาปรับใช้ทำอย่างอื่น หรือพิจารณาตัดสินใจก่อนซื้อให้ดี เพื่อให้ของชิ้นนั้นอยู่กับเราไปนานๆ ส่วนของที่ไม่ใช้ก็มอบให้คนที่เค้าเอาไปใช้ประโยชน์ได้ อย่างกระป๋องน้ำอัดลมที่บ้านก็ล้างน้ำแล้วรวบรวมใส่ถุงไว้ให้คนถีบซาเล้งรับซื้อของเก่า เพราะไม่อยากให้เค้าตามไปคุ้ยเอาในถังขยะ หรือถุงก๊อบแก๊บ ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องเอาจากแม่ค้าค่ะ รวบรวมของไว้ในถุงเดียวกัน อย่างแม่ของหมูน้อยๆ ที่สุไหงโก-ลก มักจะเก็บถุงพับไว้ดีๆ แล้วเอาไปให้แม่ค้าใช้ reuse ใหม่ค่ะ เริ่มที่ตัวเราก่อน จึงขยายวงไปยังคนรอบข้าง แล้วเรื่องรณรงค์ลดภาวะโลกร้อนคงไม่ต้องพูดกันให้เมื่อยปาก ...ว่าแต่ มีของใช้ชิ้นไหนที่อยู่กับคุณนานๆ จนผูกพันกันบ้างมั้ยคะ...

โดย bigpiggy

 

กลับไปที่ www.oknation.net