วันที่ พฤหัสบดี กันยายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ประเทศเกิดใหม่ ประชากร 142 คน - เรื่องจริง , เพี้ยน หรือล้อกันเล่น ?


สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตเอสโตเนีย แยกตัวออกไปจากสหภาพโซเวียตตั้งแต่นมนามแล้ว และปัจจุบันก็กลายเป็นสาธารณรัฐเอสโตเนีย ที่ตั้งหน้าตั้งตาเป็นศัตรูกับรัสเซีย ถึงขั้นที่เมื่อปีก่อน ตัดสินใจย้ายเอาอนุสรณ์สถานรำลึกถึงทหารกองทัพแดงที่รบกับนาซีเยอรมันสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ออกจากใจกลางเมือง ไปไว้ในที่อื่น สร้างความไม่พอใจให้กับคนเชื้อสายรัสเซียในเอสโตเนียจนมีการลุกขึ้นก่อจลาจล เล่นเอาเมืองหลวงเอสโตเนียเละเทะไปทั้งเมือง

มาวันนี้มีข่าวแปลกออกมาจากประเทศนี้ และก็ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นเรื่องจริง หรือเรื่องเฮฮาสนุกสนาน ประเภทเอามัน

ข่าวที่ว่านี้ก็คือ 2 หมู่บ้านในเขตบ้านนอกคอกนา ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเอสโตเนีย ที่มีชื่อว่าหมู่บ้าน " ตามม์ "  กับ " ซาอาร์ "  ซึ่งมีพรมแดนติดกับรัสเซีย ได้ประกาศแยกตัวออกมาจากเอสโตเนีย และเรียกประเทศของตัวเองว่า  " สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตเอสโตเนีย " (แบบเดียวกับของเดิม) และเตรียมจะขอให้รัสเซียรับรองเอกราช

ปัจจุบัน ทางการเอสโตเนีย ยังไม่มีการแสดงท่าทีอะไรกับเรื่องนี้ ( บางที อาจจะมองว่าเรื่องนี้ เป็นแค่เรื่องเพี้ยนๆ ก็ได้ )

รายงานและภาพข่าวเรื่องนี้ ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ระดับท้องถิ่นของกลุ่มคอมมิวนิสต์เมืองเซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์กของรัสเซีย ส่วนรายงานในส่วนของสื่อเอสโตเนียนั้นไม่มีปรากฏแต่อย่างใด

ปัจจุบัน ประชากรของประเทศหยุมหยิมแห่งนี้คือ  142 คน

ท่านประธานาธิบดี

ตามรายงานที่นำมาเผยแพร่ บอกว่า ชาวบ้านของสองหมู่บ้านแห่งนี้ จัดการลงประชามติกันเอง และผลปรากฏว่าชาวบ้านต้องการให้แยกประเทศออกมาเป็น " สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตเอสโตเนีย " สำหรับนโยบายของพวกเขาก็คือไม่ให้ความร่วมมือกับกลุ่มนาโต้ , ให้นำรัฐธรรมนูญสหภาพโซเวียตฉบับปี 1977 กลับมาใช้ จากนั้นก็มีการตั้งรัฐบาล , เลือก ส.ส., กำหนดพรมแดนกับเอสโตเนีย , ปักปันเขตแดน และจัดตั้งกองทัพ ส่วนผู้นำ (ประธานาธิบดี ) ของพวกเขานั้นมีชื่อว่า อันเดรส ตามม์ ซึ่งมีอาชีพเป็นชาวนาธรรมดาๆ

นายตามม์ บอกว่าเขาไม่อยากอยู่ในเอสโตเนีย ที่ผู้คนต่างก็ตกงานกันมากมาย ทางการก็ไม่ทำอะไร ได้แต่ตัดไม้ทำลายป่าและคอร์รัปชั่น กิจการงานต่างๆ ก็ปล่อยให้เป็นการตัดสินใจของนาโต้กับพวกอเมริกัน ปู่ของเขาเคยรบกับพวกฟาสต์ซิสต์  แต่ตอนนี้เอสโตเนียกำลังจะญาติดีกับพวกฟาสต์ซิสต์ ทำให้เขายอมรับไม่ได้

ไอเน่ ซาอาร์

ด้านไอเน่ ซาอาร์ ผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านอีกแห่ง ก็บอกว่าเธอชอบแนวคิดของนายตามม์ ก็เลยเอาหมู่บ้านของตัวเองเข้ามาร่วมด้วย

เธอบอกว่า เธอไม่เห็นด้วยกับการย้ายอนุสรณ์สถานทหารกองทัพแดง แต่ไม่มีใครฟังความคิดเห็นของพวกบ้านนอกอย่างเธอ เธอบอกว่าตอนนี้ที่เมืองหลวงเต็มไปด้วยพวกที่ปรึกษาจากยุโรปเต็มไปหมด จนเหมือนกับว่า เอสโตเนียกลายเป็นเมืองขึ้นต่างชาติไปแล้ว สมัยยังอยู่กับโซเวียตทั่วโลกรู้จักเอสโตเนีย ในฐานะประเทศที่ผลิตภาพยนตร์ชั้นดี แต่ตอนนี้ไม่มีใครสนใจเรื่องแบบนี้กันแล้ว ซึ่งน่าขมขื่นมาก เธอมองว่าการขึ้นอยู่กับเมืองหลวงของหมู่บ้านของเธอ เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะ เธออยากอยู่ในระบอบสังคมนิยม และเป็นมิตรกับรัสเซีย

ภูมิประเทศ

รักษาเขตแดน

เอาจริงนะเฟ้ย........

หลังทราบเรื่อง สมาชิกกลุ่มคอมมิวนิสต์เซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก ก็แห่แหนกันไปเยี่ยมประเทศหยุมหยิมนี้ทันที ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างก็คุยกันรู้เรื่อง และถูกคอกันในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้ฝ่ายสาธารณรัฐเกิดใหม่ ปูนบำเน็จด้วยการแต่งตั้งคนของกลุ่มที่มาเยือน เป็นรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม และกลาโหม

นำมาจาก http://kp.ru/online/news/135723/

โดย รุสสกี้

 

กลับไปที่ www.oknation.net