วันที่ ศุกร์ กันยายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

The Last Lecture เริ่มต้นที่จุดจบ


ชาวเน็ตหลายคนคงพอได้ฟังเรื่องราวของ Pausch ไปกันบ้างแล้ว เล็กเซอร์สุดท้ายของชีวิตที่ซาบซึ้งตรึงใจของคนทั่วโลก ซึ่งดูได้จาก youtube 

เรื่องราวของคนธรรมดาที่รู้วันจะจากโลกนี้ไป และได้ให้บทเรียนสุดท้ายที่เขาเรียนรู้จาก “เวลา” ที่มีอยู่จำกัดนี้แก่โลก

เมื่อ 2-3 ปีก่อน ก็มีหนังสือเรื่อง Chasing Daylight: How My Forthcoming Death Transformed My Life ซึ่งเป็นเรื่องของ Eugene O’Kelly ผู้เป็น CEO บริษัทยักษ์ใหญ่ที่เตรียมตัวจากโลกนี้ไป ก่อนหน้านั้นก็มีเรื่อง Tuesday with Morrie ซึ่ง Alborn ลูกศิษย์ เล่าเรื่องราวสนทนาบทสุดท้ายกับ Morrie อาจารย์ที่เขาเคารพ

ทุกเล่มที่ว่ามากลายเป็นหนังสือขายดีไปทั่วโลก

เมื่อเรากำลังใช้ชีวิตเพลิดเพลินไป คนทั่วๆ ไปก็มักจะลืมเลือนว่า “เวลา” นั้นต้องมาถึง เมื่อมีคนมาเตือนให้เราฉุกคิด เราก็ฉุกคิดบ้างเป็นระยะๆ

หนังสือแนวนี้จึงมีออกมาอย่างสม่ำเสมอ คนธรรมดาๆ ที่กำลังจะจากโลกนี้ไป ไม่ว่าจะจากไปเมื่อวัยชราอย่าง Morrie วัยกลางคน อย่าง Eugene O’Kelly หรือวัยหนุ่มอย่าง Pausch 

ใน The Last Lecture ....ได้ยินมาแว่วๆ ว่ากำลังมีการแปลเป็นภาษาไทยก็ถือว่าเป็นหนังสือที่อ่านเพลินพอสมควร (อันที่จริง ผมดูและฟังจากวิดีโอมากกว่า) หลังจากดูๆ ฟังๆ อ่านๆ ก็จด note ย่อไว้ หลายๆ เรื่องก็รู้อยู่แก่ใจ แต่ก็ต้องมีคนมาพูดให้ฟังบ่อยๆ แบบนี้แหละครับ

ขอบคุณสำหรับบทเรียนต่างๆ ที่เก็บไว้ใช้ได้ โดยเฉพาะเวลาที่เราอ่อนแอ

·         “เวลา” เป็นสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุด อย่าใช้อย่างไม่เห็นคุณค่า  เขากล่าวในตอนหนึ่งว่า “Time is all you have. And you may find one day that you have less than you think”

·         อย่ากลัวว่าจะ “ล้มเหลว” เพราะยิ่งล้มเหลวเร็ว ก็ยิ่งจะเติบโตเร็ว

·         การบ่นเป็นสิ่งที่เสียเวลาสุดๆ ไม่ได้ทำอะไรให้ดีขึ้นเลย

·         ทำบางอย่าง อย่ามัวแต่สงสารตัวเอง

·         เรียนรู้สิ่งแปลกใหม่และทำให้ดีที่สุด

·         ให้คุณค่ากับคนมากกว่าสิ่งของ

·         ชีวิตรอบนี้มีครั้งเดียว....พยายามทำความฝัน (ของตนเอง) ให้เป็นจริง และ Dream the possible Dream

·         สุข หรือ เศร้า ...ขึ้นอยู่กับเรา

“I’m dying and I’m having fun. And I’m going to keep having fun every day I have left. Because there’s no other way to play it”

“I would just urge my kids to find their way with enthusiasm and passion. I want them to feel as if I am there with them, whatever path they choose”

“All of the things I loved were rooted in the dreams and goals I had as a child”

 หลังจากเขานำเสนอ Lecture ครั้งสุดท้าย เขามีเค้กก้อนโตบนเวที และเชิญชวนผู้ฟังทุกคนร่วมกันร้องเพลงสุขสันต์วันเกิดให้กับภรรยาของเขา เขารู้สึกโชคดีมากที่เป็นมะเร็ง แทนที่จะตายอย่างกระทันหันแบบหัวใจวายหรืออุบัติเหตุ ทำให้เขาและภรรยามีโอกาสใกล้ชิดกันมากขึ้น เขาอยากให้เธอมีความสุข และแต่งงานใหม่ได้หากเธอต้องการ

หลังจากเธอเดินขึ้นไปบนเวที เขาทั้งคู่กอดและจูบกัน เธอกระซิบเบาๆ ข้างหูเขาว่า “โปรดอย่าจากไป”

เขาจากไปเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2008 พร้อมทิ้ง Last Lecture ไว้แก่ลูกๆ ของเขาและโลกใบเล็กที่วุ่นวายนี้

ขอบคุณครับอาจารย์ Pausch

โดย นฤมิตร

 

กลับไปที่ www.oknation.net