วันที่ อาทิตย์ กันยายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ถนนทุกสายมุ่งสู่ความสุข ?


มันเป็นบ่ายแก่ๆ  วันหนึ่ง ที่ฤดูร้อนเหมือนจะจากเราไปแล้ว
ฝนหลงฤดูทักทายผืนดินตามอำเภอใจ  และฉัน ห่อหุ้มตัวเองด้วยผ้าพลาสติก ฝ่าสายฝนออกไปพร้อมมอเตอร์ไซค์เก่าๆ คันหนึ่ง ไม่มีอะไรมากสำหรับเวลานี้ แค่การออกไปหา “อะไร” กิน ในยามที่ท้องกำลังหิว

ฉันกำลังอยู่ต่างเมือง แม้อำเภอปายจะไม่ไกลจากเชียงใหม่เท่าไหร่นัก แต่ฉันก็ไม่ได้เดินทางมาบ่อย 


“ความคุ้นเคยที่แปลกหน้า” ฉันเรียกเมืองนี้เอาไว้อย่างนั้น เหมือนไม่มีอะไรต่างไปจากบ้านที่ฉันเคยอยู่ ท้องทุ่งที่หว่านโปรยไปด้วยความหวัง เมล็ดข้าวกำลังถูกเพาะให้เป็นต้นกล้าเล็กๆ ชาวไร่ยาสูบเพิ่งลุกจากที่พักเพื่อกลับไปพ่นยาอีกครั้ง แม่เฒ่ารีบเก็บเสื้อผ้าที่ตาก ก่อนรีบตะโกนเรียกหลานตัวน้อยๆ ให้เข้าบ้าน


“เร็วๆ เดี๋ยวก็ถูกฝรั่งหลอกจับตัวไปหรอก” เธอหลอกหลานไว้อย่างนั้น เด็กน้อยเอาแต่หัวเราะ ใครจะเชื่อเธออีก ในเมื่อฝรั่งเดินกันเต็มถนนหนทาง และพวกเขาอาศัยอยู่ที่นี่  นี่กระมังสิ่งที่แตกต่างไปจากหมู่บ้านของฉัน รวมไปถึงร้านอาหารอิตาเลียนและบาร์จำนวนมาก ไม่ว่าข้างถนนซึ่งกำลังปิดปรับปรุง หรือในซอยเล็กๆ ก็ถูกจับจองไว้หมดแล้วเพื่อสิ่งก่อสร้างชนิดใหม่

 


ฉันอยากละสายตาไปจากสิ่งเหล่านั้นโดยไม่มีเหตุผล กล้องถ่ายรูปยังคงซุกไว้ในกระเป๋า ปล่อยให้มอเตอร์ไซค์แล่นผ่านไปจากถนนสายนั้น ทะลุจากซอยหนึ่งไปยังอีกซอยหนึ่ง แล่นห่างออกไปจากพื้นที่หนาแน่นของชุมชน  และไกลออกไปอีก


ไปโผล่ยังที่ซึ่งถนนแคบลงเรื่อยๆ จากถนนคอนกรีต กลายเป็นถนนซีเมนต์ และกลายเป็นถนนสีแดงของดิน ห่างจากเมืองออกมา ก็พบกับหมู่บ้านของชาวจีนทางทิศตะวันตก ฉันชะลอความเร็วลง เมื่อเด็กๆ วิ่งเล่นกันอยู่บนถนน หันไปทางขวามือ เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆ หันมามองด้วยแววตามีความหวัง

“มีอะไรกินบ้างคะป้า”
ฉันจอดรถ เอ่ยทักทายง่ายๆ เธอชี้ไปที่ตู้กระจกที่เก่าและเปรอะไปด้วยรอยฝุ่นสีแดง เมื่อเห็นฉันมอง หญิงชรารีบเอื้อมไปหยิบผ้ามาเช็ดๆ และถู

“เป็นแบบนี้แหละนะ ถนนมันไม่ค่อยดี ถ้าฝนไม่ตก ฝุ่นก็จับ พอฝนตก ก็มีโคลน พวกวัยรุ่นขับรถเร็วก็ไม่รู้จักระวัง”

แกออกเสียงไม่ชัดนัก แต่จริงใจในการพูด จนใครบางคนอดเข้ามาร่วมสนทนาด้วยไม่ได้
“ใช่ๆ แย่จริงๆ วันไหนไม่ได้ปิดหน้าต่างนี่อยู่ไม่ได้เลย ฝุ่นปลิวเข้าบ้านหมด”
“ก็เห็นเขาว่าจะมาทำราดยางถนนนะ ไม่รู้เมื่อไหร่”
เจ้าของร้านเปิดประเด็น พร้อมลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวให้ฉันไปด้วย


“โอ้ย มันก็อีกนานน่ะแหละ ผู้ใหญ่บ้านเราไม่เอาไหน ไม่ไปประชุม ทีหมู่บ้านข้างในนะยังได้ทำก่อนเลย”
“จริงเหรอป้า จริงเหรอ”
เสียงอึงคะนึงเริ่มดังขึ้น ลูกค้าบางคนหันมาร่วมวงด้วย เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ๆ อยู่ในชุดกางเกงสะดอ หยิบเสื้อพาดไหล่เดินใกล้เข้ามา
“อย่าไปหวังเล้ย ไว้เลือกตั้งคราวหน้าโน้น ค่อยรอ”
พี่ผู้ชายเป็นคนสรุป ฉันได้ยินเสียงครวญครางขึ้นพร้อมๆ กัน
“ก็ช่วยๆ กันต่อสายยางนะ มารดน้ำถนนไปก่อน” ลูกค้าเป็นคนแนะนำ
“อือ ใช่ ก็ทำอย่างนั้นไปก่อนแหละ ลูกลุงก็ดี๊ดีนะ มาช่วยตลอดเลย เราไม่อยากให้ฝนตกหรอก ไม่มีลูกค้า” 

เหมือนจะสรุปกันไปแล้ว ถนนที่เฝ้ารอ ยังมาไม่ถึง หากแต่บางความฝัน กลับเบ่งบานอยู่ในสายฝน


ในหมู่บ้านห่างไกลบนถนนดินแดง หญิงชราวัย 70 กว่า รำพึงออกมาเบาๆ ว่า
“ถ้าเขาทำถนนเสร็จจริงๆ ข้างในคงมีนักท่องเที่ยวมากขึ้น ฉันจะทำร้านก๋วยเตี๋ยวใหม่”
เธอว่า พลางขายไอเดียให้เพื่อนบ้าน เธอจะปูพื้นด้วยซีเมนต์ แล้วมุงหลังคาสังกะสี แทนหลังคาใบหญ้า
“เดี๋ยวเฮาจะมาขายน้ำปั่น จะฝากลูกสาวซื้อเครื่องที่เชียงใหม่มาให้”
เพื่อนบ้านโต้ตอบ พลางขออนุญาตแบ่งพื้นที่หน้าร้านสักนิดสักหน่อย ไว้ตั้งโต๊ะสักตัว มีผลไม้ไว้รอสักสี่ห้าอย่างต่อวัน
“ลุงล่ะ จะทำอะไรไหม ที่หน้าบ้านเฮายังเหลือ จะทำปิ้งย่างแกล้มเหล้าก็ได้นี่ คนกรุงคนฝรั่งเขาชอบกินเหล้ากันนะ”
ว่าแล้วก็อมยิ้ม หันมามองหน้าฉัน เหมือนจะอยากถามว่า จริงใช่ไหม  ฉันไม่กล้าตอบ ได้แต่ยิ้มกลับ แล้วจ่ายเงินค่าก๋วยเตี๋ยวชามละ 15 บาท พร้อมดื่มน้ำเปล่าฟรีแสนชื่นใจ  คุณลุงไม่ใส่เสื้อรีบเดินมาบอก
“รีบๆ กลับ ฝนหยุดแล้วลูก”

ฉันน้อมรับในน้ำใจของเขา แล้วก็พาตัวเองออกมา
บนท้องฟ้าที่เริ่มจะแจ่มใส และบนผืนดินแดงซึ่งเพิ่งหมาดสายฝน ความชื้นยังรายล้อมอยูในอากาศ ห่างออกมาได้ไกลพอสมควร ฉันจึงเพิ่งหยุดรถและคิดจะถ่ายรูป บันทึกภาพถนนดินแดงที่เต็มไปด้วยความฝันร่วมกันของคนตัวเล็กๆ  ความฝันที่เชื่อว่าถนนที่ดีกว่านั้น จะเต็มไปด้วยความสุขของวันข้างหน้า


ฉันไม่รู้หรอก และไม่อาจตอบคำถามได้ว่า จะมีความสุขอยู่ในปลายทางของถนนเส้นนั้นไหม ฉันรู้ก็เพียงแต่ว่า เมื่อฉันขับรถผ่านถนนเส้นนั้นไป เลี้ยวเข้าสู่เมืองอีกครั้ง ฉันก็จะมองเห็นโลกอีกใบหนึ่ง
ถนนซึ่งปรับปรุงใหม่ พื้นซีเมนต์ที่เรียบสวยและเต็มไปด้วยเส้นสีเหลือง   สีขาว สีแดง ข้างถนนที่เต็มไปด้วยร้านสมัยใหม่ และกิจการที่ต่างแข่งขันและเติบโต พร้อมดวงตาบางคู่ที่ภาวนาให้ใครสักคนเลิกกิจการไป พวกเขาจะได้ลงทุนทำอะไรสักอย่าง


ดวงตาที่เหงาอยู่เพียงลำพังของนักฝัน รอยยิ้มที่จืดจางของเจ้าของร้านเสื้อผ้า เสียงสบถของคนกวาดขยะ และการรำพึงเงียบๆ ของชายชราในร้านขายของเก่า ที่ไม่พอใจแผงขายของชาวเขาหน้าบ้าน

ในบ่ายแก่ๆ วันนั้น ฉันทอดสายตาไปยังหนทางข้างหน้า
คิดเล่นๆว่า หากทำได้ ฉันจะลองเสกให้ถนนถนนซีเมนต์เส้นนั้น กลับมาเป็นถนนดินแดงอีกสักครั้ง
บางที พวกเขาอาจจะหันมามองหน้า ทักทาย   หรือฝันร่วมกันอีกสักครั้งว่า  จะมีความสุขเพียงใด หากมีถนนตัดใหม่อีกสักสายหนึ่ง


ถนนที่ไม่ลืมว่ายังมีคนอยู่ข้างๆ  ถนนสายนั้น ที่ยังมีเพื่อนบ้านและคนอื่นๆ เพื่อแบ่งปันและเกื้อหนุน ช่วยกันปลูกต้นไม้ให้ร่มเงาเพื่อคนผ่านทางได้แวะพัก


แม้ถนนเส้นนั้นจะเดินทางลำบาก และเนื้อตัวต้องเปื้อนและมอมแมมอยู่บ้าง
 แต่ใครจะไปรู้ว่า ถนนสายที่มุ่งสู่ความสุขที่แท้จริง 
อาจจะเป็นถนนสายนั้นก็เป็นได้.

โดย วาดวลี

 

กลับไปที่ www.oknation.net