วันที่ จันทร์ กันยายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไผเป็นไผ 'พปช.-นปช.' พลังคู่ขนานต้านพันธมิตรฯ


หลังจากพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ชุมนุมยืดเยื้อและยึดทำเนียบรัฐบาลเพื่อกดดันผู้นำรัฐบาลให้ลาออกจากตำแหน่งมากว่าร้อยวันแล้ว ทำให้ฝ่ายตรงข้ามพันธมิตรฯ ได้ออกมาเคลื่อนไหวทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ยืนหยัดสู้ต่อไป

น่าสนใจ 'แกนนำ' ฝ่ายต้านพันธมิตรฯ ที่คุ้นชื่อกันเป็นอย่างดี เพราะส่วนใหญ่ล้วนเคยเคลื่อนไหวกับเครือข่าย 'แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ' (นปก.) ภายหลังเปลี่ยนเป็น 'แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ' (นปช.) ก่อนจะสลายไปช่วงที่พรรคพลังประชาชน เข้ามาเป็นรัฐบาล

แต่ดูเหมือนกลุ่มก้อนเหล่านี้จะรวมตัวกันกลับมาอีกครั้ง!

เหมือนที่ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ในฐานะอดีตแกนนำ นปก. ระบุ (30 สิงหาคม) อาจจะฟื้นแนวร่วม นปก. มาร่วมกันชุมนุมที่สนามหลวง เพื่อตอบโต้พันธมิตรฯ โดยบอกจะไม่ยอมยกบ้านเมืองให้พันธมิตรฯ หากรัฐบาลชุดนี้มีอันเป็นไป เพราะการเคลื่อนไหวแบบอนารยะธิปไตย และถ้ามีรัฐบาลใหม่เข้ามาเป็นพรรคที่พันธมิตรฯ สนับสนุน จะถือว่าพรรคนั้นๆ คือนอมินีของพันธมิตรฯ และพวกเราจะจัดชุมนุมใหญ่กว่าพันธมิตรฯ โดยจะทำทั่วประเทศให้ประชาชนมาร่วมชุมนุมต่อต้าน

ซึ่งอดีตแกนนำ นปก. จะแถลงข่าวฟื้นกลุ่มอีกครั้งในวันที่ 2 กันยายน แต่เมื่อเกิดเหตุม็อบปะทะกัน จนรัฐบาลประกาศพระราชกำหนดบริหารราชการสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงยกเลิกแผนทั้งหมด

อดีตแกนนำ นปก. อีกคนหนึ่ง ที่ไปปักหลักที่สนามหลวง รอบใหม่ คือ ชินวัฒน์ หาบุญพาด แกนนำกลุ่มแท็กซี่รักประชาธิปไตย ได้นำแนวร่วมไปชุมนุมที่สนามหลวง และตั้งเวทีก่อนวันที่ 30 สิงหาคมแล้ว โดยได้รวมกลุ่มคนขับแท็กซี่และรถสามล้อเครื่องเป็นมวลชนหลัก ในนาม 'กลุ่มประชาชนรักประชาธิปไตย'

น่าสนใจว่า บนเวทีสนามหลวง ขึ้นป้าย 'ต้านพันธมิตรฯ ปกป้องรัฐบาลประชาธิปไตย' เขียนด้วยสีแดงบนพื้นขาว ซึ่งมีนักเคลื่อนไหวที่เคยเป็นแกนนำ นปก. หลายคน เข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็น วีระ มุสิกพงศ์, จรัล ดิษฐาอภิชัย, วิภูแถลง พัฒนภูมิไท และวราวุธ ฐานังกรณ์ หรือ 'สุชาติ นาคบางไทร' แกนนำคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ ซึ่งผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ใส่เสื้อสีแดงที่มีข้อความว่า 'ไม่เอาเผด็จการ' เข้าร่วมนับพันคน และถ่ายทอดทางสถานีวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ 97.25 MHz อีกด้วย

หรือแม้กระทั่ง วันที่ 31 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันเปิดประชุมฉุกเฉินสองสภา คือสภาผู้แทนฯ และวุฒิสภา ได้ประชุมปรึกษาหารือถึงหาทางออกบ้านเมืองแบบไม่ลงมตินั้น มวลชน นปก. ได้เคลื่อนขบวนไปชุมนุมหน้ารัฐสภา เพื่อให้กำลังนายกฯสมัคร โดยมี สมยศ พฤกษาเกษมสุข อดีตแกนนำ นปช. (นปก. รุ่น 2) นำแนวร่วมกว่า 300 คน ชุมนุมที่หน้าอาคารรัฐสภา ติดกับสวนสัตว์ดุสิต ร้องตะโกน 'สมัครสู้ๆ ' อยู่ตลอดเวลา

ส่วนมวลชนอีกกลุ่มหนึ่ง นำโดย สุชาติ นาคบางไทร และ เป๋ คลองเตย พร้อมด้วยมวลชนกว่า 3,000 คน มารวมตัวกันที่หน้ารัฐสภา ตั้งแต่เวลา 07.00 น. จนถึงเวลาใกล้เที่ยง ได้มี ส.ส.สุชาติ ลายน้ำเงิน พรรคพลังประชาชน จ.ลพบุรี ได้ขึ้นเวที นปก. ปราศรัยหน้าอาคารรัฐสภา ทำให้ได้รับเสียงปรบมือจากประชาชนที่มาร่วมชุมนุม

ขณะที่ ประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน ในฐานะแกนนำกลุ่มมหาประชาชนพิทักษ์ประชาธิปไตย ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้กลุ่มมหาประชาชนและประชาชนทั่วไป มีมติเอกฉันท์ที่จะออกมาร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ท้องสนามหลวง เช่นเดียวกัน

กล่าวสำหรับบรรดาแกนนำ นปก. รุ่นแรก มีทั้งหมด 9 คน โดยเกิดจากการรวมตัวหลายกลุ่ม ช่วงต่อต้านคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เมื่อปี 2550 ซึ่งหากไล่เรียงแกนนำที่ไม่ปรากฏว่ามาร่วมให้กำลังใจ 'นายกฯ สมัคร' ครั้งนี้ คือ มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ อดีตผู้พิพากษา เป็นประธาน นปก. ในขณะนั้น, จักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ, น.พ.เหวง โตจิราการ แกนนำสมาพันธ์ประชาธิปไตย และ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนฯ

ส่วนแกนนำ นปช. (นปก. รุ่น 2) มีทั้งหมด 9 คน ประกอบด้วย ผศ.ดร.เมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ ประธาน นปก., สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ (แซ่ด่าน), ประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ, ชินวัฒน์ หาบุญพาด, กอบแก้ว พิกุลทอง, สุชาติ นาคบางไซ, สมบัติ บุญงามอนงค์, สมยศ พฤกษาเกษมสุข และสรรเสริญ ศรีอุ่นเรือน

แต่คนที่กลับมาเป็นแกนนำออกโรงอยู่แถวหน้าในครั้งนี้ มี 3 คน คือ ชินวัฒน์, สุชาติ และสมยศ!

ประการถัดมา ในวันที่เกิดเหตุการณ์ 'กันยาทมิฬ' การชุมนุมของ เครือข่าย นปช. ได้ปล่อยข่าวเป็นระยะว่าจะบุกไปประท้วง 'บ้านพระอาทิตย์' สำนักงานสื่อผู้จัดการ หรือไปหยั่งเชิงพันธมิตรฯ ที่สะพานมัฆวานฯ แต่ก็ไม่ได้รุกไปดังที่พูดไว้ ซึ่งตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ ได้มีประชาชนเข้าร่วมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

จนกระทั่งถึงเวลา 2 ทุ่ม พื้นที่สนามหลวงผู้คนเริ่มหนาตามากยิ่งขึ้น ด้าน อดิศร เพียงเกษ หนึ่งในอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คน ได้ขึ้นเวทีปราศรัยที่ท้องสนามหลวง โดยเน้นโจมตีแกนนำพันธมิตรฯ ทั้ง 9 คน และได้โชว์การเป่าแคนให้ผู้ร่วมชุมนุมได้รับฟังด้วย

ช่วงดังกล่าว มีรายงานข่าวว่ากลุ่ม นปก.สมุทรปราการ ยังคงเปิดเวทีปราศรัยอย่างต่อเนื่อง ที่หน้าศาลากลาง จ.สมุทรปราการ โดยประชาชนได้ทยอยกันเดินทางมาร่วมรับฟังการปราศรัย และโจมตีการกระทำของกลุ่มพันธมิตรฯ ประมาณ 2 พันคนเศษ โดยมี จิระพันธ์ ลิ้มสกุลศิริรัตน์, ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย และ อนุสรา ยังตรง ส.ส.สมุทรปราการ สังกัดพรรคพลังประชาชน ได้เข้าร่วมฟังการปราศรัย รวมถึง ทศพล ส.ส.พปช. เลย ได้ปรากฏตัวบริเวณเวทีสนามหลวงสังขทรัพย์

บรรยากาศการชุมนุม 'กลุ่มต้านพันธมิตรฯ' ค่ำคืนนั้นได้ฮึกเหิมยิ่ง เมื่อใกล้ก้าวสู่วันใหม่ (2 กันยายน) แกนนำจึงนำขบวนจากสนามหลวงบุกไปล้อมพันธมิตรฯ หวังปิดเส้นทางเข้า-ออกทำเนียบฯ

เป็นที่น่าสังเกตว่า บริเวณหน้าร้านลิขิตไก่ย่าง ถ.ราชดำเนิน มี ส.ส.พปช.หลายคน มาร่วมชุมนุม และยืนอยู่ใกล้ๆ รถปราศรัย อาทิ พงศกร อรรณพพร รมช.ศึกษาธิการ กับ ทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.คมนาคม, บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.นครราชสีมา, ศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม, อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม., พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆิน ส.ส.อุดรธานี อีกทั้งยังมี พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก มาร่วมสังเกตการณ์ด้วย

นี่เป็นตัวละคร 'การเมือง' ก่อนที่เหตุการณ์ 'ไทยฆ่าไทย' จะอุบัติขึ้น!

โดย Nity

 

กลับไปที่ www.oknation.net