วันที่ จันทร์ กันยายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

@.....ทำไมต้อง ซำไถ่ ที่หน้าสถานีรถไฟศีขรภูมิ เมืองสุรินทร์.....


.

.

.

.

6 กันยายน  2551 ...สายมากแล้ว

คณะบล็อคเกอร์โอเคเนชั่นเดินทางถึงสถานีรถไฟศีขรภูมิ...ด้วยรถบัส

 

.

.

รถไฟขาล่อง "สายอุบล-กรุงเทพฯ" เข้าเทียบชานชาลาพอดี

เสียงประกาศ  เสียงเจ๊าะแจ๊ะจอแจดังขึ้นเป็นระยะ ๆ

.

.

ผู้คนลุกจากที่นั่งขึ้นไปในขบวนรถ

เพื่อสู่เป้าหมายที่เขาจะเดินทาง

.

.

เจ้าของแผงหนังสือยืนทำหน้าปกติ

วันนี้ขายหนังสือได้ไม่กี่เล่ม

หนังสือพิมพ์ฉบับเช้ายังวางกองเต็มไปหมด

เป็นเพราะคนเบื่อการเมืองกระมัง?  จึงไม่ยอมซื้อหนังสือพิมพ์ไปอ่าน

.

.

เด็ก ๆ ชะเง้อดูในขบวนรถด้วยอยากรู้ว่ามีใครเดินทางบ้าง

.

.

เพียงชั่วครู่ยาม  รถไฟขบวนนั้นก็พร้อมที่จะเดินทาง

.

.

สถานีต่อไป  คือสถานี "กระโดนค้อ"

.

(ภาพไทบ้าน)

.

รางรถไฟ  นิ่งและสงบอยู่ ณ ที่เดิม  สถานีศีขรภูมิเงียบลงอีกครั้ง

.

.

พวกเราลงเดินข้ามทางรถไฟไปยังอีกฝั่งหนึ่ง

.

.

ผมมีความรู้สึกแปลกประหลาดอย่างที่ไม่เคยมีมานานแล้ว

เดินข้ามทางรถไฟผ่านหญ้ารก ๆ

เป็นการกระทำบ่อย ๆ สมัยเป็นเด็กวัยรุ่น

.

.

พวกเราจะไปทานอาหารเช้า  ซึ่งกลับกลายเป็นอาหารกลางวันในไม่กี่นาทีนี้

.

.

ก๊วยเตี๋ยว  ข้าวผัด  และอาหารง่าย ๆ อีกหลาย ๆ อย่าง

ถูกสั่งมาอย่างเร่งรีบ

.

.

"ซำไถ่"  คือชื่อร้านบะหมี่

.

(ภาพราษีไศล)

.

สาว ๆ หนุ่ม ๆ นั่งรออย่างมีความสุข  ยิ้มแย้มแจ่มใส

.

(ภาพราษีไศล)

.

อาจจะมีบางคนรู้สึกหิวบ้าง  แต่ไม่แสดงออกถึงอาการหงุดหงิด

.

.

....."สุเมธ  ริรัตนพงษ์"......

ยังยืนปรุงก๊วยเตี๋ยวอย่างสบายใจ

ช้า ๆ ใบหน้านิ่งสนิท  จนพวกเราไม่กล้าทวงถามเสียงดัง

.

(ภาพไทบ้าน)

.

 ร้านบะหมี่ซำไถ่

ถือเป็นร้านหนึ่งที่สืบทอดตำนานแห่งบะหมี่เมืองศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์

รักษาขนบธรรมเนียมเดิม ๆ

.

(ภาพย่าดา)

เจ้าของร้านตื่นขึ้นมาตีเส้นบะหมี่ ตีลูกชิ้น  หมูยอ

และจัดแจงเครื่องปรุงตั้งแต่ฟ้ายังมืดมิด

เพื่อรอต้อนรับลูกค้าผู้จะมาเยือนในเช้าวันใหม่

.

.

.

"นายเอี๋ยวแช  แซ่ลี้"  ผู้เป็นพ่อ  หลบลี้หนีภัยจากซัวเถาแผ่นดินใหญ่ของจีนมาประเทศไทยเมื่อ 70 ปี้แล้ว  ไปอยู่ที่เมืองสุพรรณบุรี  เนื่องจากเป็นคนมีความรู้  จึงเป็นครูสอนภาษาจีนอยู่ 6-7 ปี  เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2  จึงเดินทางมาตั้งถิ่นฐานที่จังหวัดสุรินทร์ พร้อมภรรยา

"คุณสุเมธฯ" เล่าว่า  แม่เคยบอกว่า  บริเวณหน้าสถานีรถไฟแห่งนี้ เป็นที่จอดเกวียนขนถ่ายสินค้าขึ้นรถไฟนับ 100 เล่ม  แม่เลยเปิดร้านขายต้มเนื้อ  ลาบ  ก้อย

.

.

พ่อของคุณสุเมธฯ  ตั้งชื่อร้านนี้ว่า "ซำไถ่"

"ซำ" แปลว่า  "ลูกคนที่ 3"

"ไถ่" แปลว่า "ร่มเย็นเป็นสุข"

.

.

(ภาพย่าดา)

พวกเราชาวบล็อคเกอร์พเนจร

ทานก๊วยเตี๋ยว  บะหมี่  เกาเหลา  อย่างร่มเย็นและมีความสุข

อีกกลุ่มหนึ่งเข้าไปป่วนในครัว

ข้าวสวย  ไข่เจียว  ผัดใบกระเพรา

หอมฉุยกันไปทั้งร้าน

.

.

อาคารที่เรานั่งทานก๊วยเตี๋ยว  เมื่อก่อนเป็นโรงแรม

คุณสุเมธเล่าให้ฟังว่า

พ่อปรับปรุงชั้นบนเป็นโรงแรม 

เมื่อคุณสุเมธแต่งงานปี 2520  และทำโรงแรมมาเรื่อย ๆ

แต่เศรษฐกิจไม่ค่อยดี  คนเข้าพักโรงแรมน้อย

เพราะการเดินทางสะดวกขึ้น  ผู้คนผ่านไปมาไปพักที่สุรินทร์

คุณสุเมธจึงหยุดกิจการโรงแรมในปี 2528

.

.

เมื่อหยุดกิจการโรงแรม

คุณสุเมธ  ก็เริ่มทำร้านก๊วยเตี๋ยว

.

ที่ซำไถ่   ผมได้เจอกับมหามิตร 2 ท่าน

.

(ภาพสิงห์มือซ้าย)

เสี่ยวไทบ้าน  (คุณมนูญ)

.

(ภาพสิงห์มือซ้าย)

และ กระดานดำออนไลน์ (อาจารย์โย)

.

.

ก่อนหน้านี้

เราพูดคุยกันทางโทรศัพท์เพื่อการประสานงาน  จนเสียงคุ้นหู

และวันนี้  เจอตัวเป็น ๆ

ทุกอย่างจึงร้อยรัดด้วยมิตรภาพ

.

(ข้อมูลร้านก๊วยเตี๋ยวบางส่วนจากคุณพัทธนันท์ โอษฐ์เจษฎา เลขานุการกลุ่มสุรินทร์สโมสร)

.

น้องพร สิงห์มือซ้ายคนสวย  รวมลิงค์ไว้ที่นี่ครับ

http://www.oknation.net/blog/SingMeuSai/2008/09/08/entry-1/comment#read

.

โดย นายมะอึก

 

กลับไปที่ www.oknation.net