วันที่ พฤหัสบดี มกราคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ล้วงลึกเชิงชั้น "กมล เอี้ยวศิวิกูล"


ล้วงลึกเชิงชั้น "กมล เอี้ยวศิวิกูล"
เสริมราก "ไมด้า แอสเซ็ท" สู่..ธุรกิจโรงแรม
**************************************
 การขยับตัวครั้งใหญ่ของ "เสี่ยโต้ง" กมล เอี้ยวศิวิกูล เพื่อนำ "ไมด้า แอสเซ็ท" สู่เส้นทางใหม่..ที่สุดท้าทาย แม้ไม่ง่าย แต่ก็สมราคา "คุย" กับการปรับตัว 180 องศา จากสไตล์การทำงานแบบ "เสี่ยภูธร" จะปรับตัวไปสู่เชนโรงแรมระดับ Premium ได้อย่างไร!
----------------------------------
 "กาลครั้งหนึ่ง ช่วงที่ราคาหมูตกต่ำ ต่างคนก็ต่างเลิกเลี้ยงหมู มีชายเลี้ยงหมูคนหนึ่งยอมที่จะเลี้ยงหมูในช่วงนั้น เมื่อคนอื่นไม่เลี้ยงหมู ไม่นานมันก็ขาดตลาด ราคาหมูสูงขึ้น ชายคนนั้นคือคนที่ได้กำไรมากที่สุด" เสี่ยโต้ง เล่านิทานให้ฟัง ราวกับจะรำลึกอาชีพของเตี่ย ที่มีฟาร์มหมูเล็กๆอยู่ที่ จ.นครปฐม
 แต่จริงๆแล้วนี่แหละคือคำอธิบาย ที่เขาต้องการจะสื่อว่า "การลงทุนที่ประสบความสำเร็จ อย่าไปทำช่วงที่มันกำลังบูม สุดท้ายก็ไม่ได้อะไร"
 มีใครรู้บ้างว่า "เสี่ยไมด้า" ที่เรียนหนังสือก็ไม่จบรายนี้ เริ่มอาชีพแรกที่ทำเงิน จากการขาย "น้ำอัดลม แก้วละบาท" (แก้วเทียนสีแดง) ปล่อยเชนขายตามโรงเรียน
 กมล เอี้ยวศิวิกูล เคยบอกกับ กรุงเทพธุรกิจ BizWeek ถึง 2 ครั้งว่าอีกไม่เกิน 2 ปี ธุรกิจเช่าซื้อของ "ไมด้า แอสเซ็ท" จะถึงทางตัน พร้อมทั้งบอกด้วยว่าอีกไม่เกิน 6 เดือนไมด้าจะมีข่าวใหญ่ โดยสนใจธุรกิจโรงแรม และอสังหาริมทรัพย์
  ราคา "คุย" ของกมล ถือว่าสมราคา..แม้ช่วงจังหวะของการออกข่าว จะไม่สวยก็ตาม
 ในปี 2549  ไมด้า ชิมลางธุรกิจอสังหาฯ ด้วยการเข้าซื้อหุ้น บริษัท คอบร้า อินเทลลิเจนท์ จำกัด เข้าบริหาร โครงการ The Paradise บนถนนแจ้งวัฒนะ 14  มูลค่าเงินลงทุน 89.80 ล้านบาท
 แต่ภาพล่าสุดไมด้าประกาศลงทุน ธุรกิจโรงแรม  5 แห่งรวด มูลค่าเงินลงทุน 911 ล้านบาท โดยโรงแรม 4 แห่ง ร่วมทุนกับ กลุ่มสุธาสินี เสตะพันธุ เจ้าแม่ธุรกิจโรงแรม ประกอบด้วย โรงแรมสมุย เพนนินซูลา รีสอร์ท แอนด์สปา, ไฮแอท ภูเก็ต, พาร์ค ไฮแอท เชียงใหม่ และ เดอะ รีทรีท หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา
 และที่บริหารเอง 100% คือ โรงแรม กาสะลอง โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท ซึ่งสถานที่ตั้งของโรงแรม อยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี
 นอกจากนี้ กมล ยังเปิดเผยด้วยว่า ไมด้ายังดีลที่จะซื้อโรงแรมเข้ามาอีก 2-3 แห่ง ยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจา
 เขาบอกว่า การเข้าสู่ธุรกิจโรงแรมของไมด้าถือเป็นธุรกิจคนละขั้วกับที่ทำอยู่ และนี่จะเป็นเกราะป้องกันภาวะดาวน์ไซด์ของ..ธุรกิจเช่าซื้อ
 "การทำธุรกิจเป็นเรื่องที่เราต้องเรียนรู้ ทุกอย่างผมทำเพื่อผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น ธุรกิจเช่าซื้อเราก็ทำอยู่ แต่ระวังมากขึ้น ผมสามารถทำได้ทุกธุรกิจ เพราะเราสามารถใช้คนที่ชำนาญงานทำได้" ซึ่งเขาเคยบอกว่าความหลากหลาย คือ สไตล์ที่ถนัด
 อย่างไรก็ตามโรงแรมที่ไมด้าเข้าไปซื้อนั้นมีผลขาดทุน ได้แก่ สมุย เพนนินซูลา ขาดทุน 66 ล้านบาท และ ภูเก็ต เพนนินซูลา ขาดทุน 5.2 แสนบาท
 กมล ยืนยันว่า การขาดทุนถือเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากยังไม่ได้เปิดให้บริการ แต่การขาดทุนของ "สมุย เพนนินซูลา" ถือว่าเล็กน้อย สามารถจัดการให้ดีได้ไม่ยาก  ส่วนการลงทุนจากนี้จะต้องใส่เงินอีก เนื่องจากมูลค่าเฉลี่ย 2,000 ล้านบาทต่อแห่ง จะใช้เงินกู้ 2 ส่วน ต่อทุน 1 ส่วน
 ด้านการบริหารก็จะพึ่งเชนโรงแรมต่างประเทศเป็นหลัก อย่าง สมุย เพนนินซูลา ก็จะเปลี่ยนเป็น โรงแรมโซฟิเทล สมุย รีสอร์ท แอนด์ สปา เป็นโรงแรม 5 ดาว ได้เซ็นเอ็มโอยูกับโซฟิเทล แล้ว
 ภูเก็ต เพนนินซูลา จะเปลี่ยนเป็น โรงแรมไฮแอท ภูเก็ต ซึ่งไมด้า แอสเซ็ทถือหุ้น 30% และ ไมด้า-เมดดาลิสท์  ถืออยู่ด้วย 20% ซึ่งกมล บอกว่า การนำ MME เข้ามาก็เพราะว่าเห็นว่าทิศทางว่าดี ก็เลยแบ่งๆ กัน โรงแรมแห่งนี้เรทราคาห้องพักอยู่ในระดับ 5-6 ดาว
 ฮอท สปริง ก็ได้ว่าจ้างไฮแอทมาบริหาร โดยจะเปลี่ยนชื่อเป็น โรงแรม  พาร์ค ไฮแอท เชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นโรงแรมระดับ 6 ดาวแห่งแรกของไฮแอทในประเทศไทย ราคาห้องพักจะสูงกว่า 5 ดาว ค่อนข้างมาก
 "การได้ไฮแอทมาไม่ใช่ง่าย ปีที่แล้วมีคนยื่นตั้ง 40 กว่าราย แต่ผ่านไม่ถึง 10% ซึ่งเราได้มาถึง 2 แห่ง"
  ในบรรดาโรงแรมทั้งหมด เดอะ รีทรีท หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา ถือว่าเป็นโรงแรมที่ กมล ยกให้เป็นการลงทุนที่น่าจะ "เทิร์นโอเวอร์เร็วที่สุด"
 แต่ที่น่าสนใจกว่าคือ โรงแรม กาสะลอง โฮเต็ล แอนด์ เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว ที่ กมล บอกว่า จังหวัดกาญจนบุรี ถือเป็นจังหวัดปราบเซียน แต่ที่มั่นใจเข้ามาลงทุนเนื่องจากมีคอนเซ็ปต์การบริหารที่ดี
 โดยจะทำให้เป็นรูปแบบ "Mix Used" มีการขายห้องพักให้เอเย่นต์นำไปขายสมาชิกของเขาเอง ในสัดส่วน 50% จะเหมือนกับว่าห้องในสัดส่วน 50% ถูกเข้าพักเต็มตลอดเวลา อีก 50% จะเป็นห้องพักปกติ และจะมีการลงทุนในพื้นที่ดินที่เหลือโดยอาจจะให้คนอื่นมาลงทุน
 "คอนเซ็ปต์นี้บ้านเรายังไม่มีใครทำ แต่ต่างประเทศทำกันเยอะ และได้ผล เราจะใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาโรงแรมอื่นๆที่จะซื้อต่อๆไป"
  กมล ยอมรับตามตรงว่า ถึงตรงนี้ยังบอกไม่ได้ว่าธุรกิจโรงแรมจะคิดเป็นสัดส่วนเท่าไร เนื่องจากส่วนใหญ่ยังไม่ได้เปิดให้บริการ แต่การซื้อโรงแรมครั้งนี้ถือว่าถูกมาก เป็นการซื้อหุ้นเพิ่มทุนในราคาพาร์ มีการให้พรีเมียมแห่งเดียว คือ ภูเก็ต เพนนินซูลา ประมาณ 16.66%
 แม้ขณะนี้จะมีอุปสรรคจากความไม่มั่นใจสถานการณ์ แต่ กมล มองว่า การลงทุนธุรกิจในช่วงที่กำลังแย่ จะได้ของถูก เหมือนนิทานคนขายหมู ท้ายที่สุดคนที่เข้าสู่ธุรกิจในช่วงราคาหมูตกต่ำ จะเป็นผู้ชนะ
 "ประเทศไทยมีจุดขายด้านการท่องเที่ยวมันหนีไม่พ้น และพื้นที่เราก็ดี ไม่แน่ในช่วง 2 ปีพอธุริกจเรารันเต็มตัวอาจจะกลับมาดี และการลงทุนพวกนี้เราก็สามารถขายได้ หากมีใครมาให้กำไรเกิน 100% ส่วนการจะนำโรงแรมเหล่านี้เข้าตลาดหลักทรัพย์ต่อไปนั้น สมองผมยังคิดไปไม่ถึง"
 ส่วนที่ถามว่าปีนี้ไมด้าจะจ่ายเงินปันผลหรือไม่  เสี่ยไมด้า รีบตอบว่า ถ้าเรามองว่าการนำปันผล 0.25 บาท มาลงทุนแล้วมันกลายเป็น 2 บาท มันน่าจะดีกว่า
 "คุณอย่าลืมจ่ายปันผล คนที่ได้มากสุด คือ "ผม" (หุ้นใหญ่สุด) แต่นี่ผมยอมเสียผลประโยชน์ส่วนตัว เช่นเดียวกับ ไมด้า ลิสซิ่ง เช่าซื้อยังต้องใช้เงินอีกมากมาต่อยอด และลดต้นทุนเงินกู้ แต่ส่วน ไมด้า-เมดดาลิสท์ นั้นได้กันเงินปันผลส่วนหนึ่งไว้แล้ว แต่ความชัดเจนต้องรอเข้าที่ประชุมบอร์ดอีกครั้ง" 
       **********************************************

โดย ขี่กระทิง

 

กลับไปที่ www.oknation.net