วันที่ อังคาร กันยายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นิ้วล็อค (lockfinger)!!!…ภัยใกล้ตัวของคนสมัยใหม่


                        

                                            

                           ภาพประกอบจาก lockfinger.com

เคยไหมคะ... อยู่ดีๆ ก็ขยับนิ้วไม่ได้ จะงอก็ไม่ได้ จะยืดก็ไม่ได้ หรืออยู่ดีๆ นิ้วก็เกิดอาการกระตุกขึ้นมาซะอย่างงั้น… และนิ้วที่เป็นบ่อยคือนิ้วนาง นิ้วกลาง และนิ้วหัวแม่มือ (แต่จริงๆ แล้วก็สามารถเกิดได้กับทุกนิ้ว) แถมพอจะกระดิกนิ้วก็กระดิกไม่ได้อีก เพราะมันทั้งตึงทั้งเจ็บปวดมากๆ ซึ่งอาการเหล่านี้เรียกว่า "นิ้วล็อค" นั่นเอง

          

 "นิ้วล็อค" เป็นภาษาชาวบ้านที่เรียกกันง่ายๆ ตามอาการที่เป็น คือผู้ป่วยจะมีอาการเหมือนนิ้วล็อค นั่นคือ กำมืองอนิ้วได้ แต่เวลาเหยียดนิ้วออก นิ้วใดนิ้วหนึ่งเกิดเหยียดไม่ออกเหมือนโดนล็อคไว้ จึงเป็นที่มาของคำว่า "นิ้วล็อค" ถ้าเรียกกันให้ถูกต้องแล้ว โรคนี้ต้องเรียกว่า "โรคนิ้วเหนี่ยวไกปืน" ภาษาอังกฤษเรียกว่า "Trigger Finger" เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบของเยื้อหุ้มเส้นเอ็นงอนิ้ว ซึ่งอยู่ที่บริเวณฝ่ามือตรงตำแหน่งโคนนิ้ว มีโอกาสเป็นได้ทุกนิ้ว ผู้ป่วยบางคนอาจจะเป็น 2 หรือ 3 นิ้วพร้อมกัน (อูย... คงจะปวดน่าดู) 

จากไอเดียดัดแปลงเครื่องมือทันตแพทย์เพียงเล็กน้อย กลายเป็นอุปกรณ์สำคัญใช้รักษาอาการนิ้วล็อคหายภายใน 5 นาทีของ คุณหมอวิชัย วิจิตรพรกุล นายแพทย์แห่งโรงพยาบาลเลิดสิน ผู้คิดค้นวิธีการรักษาโรคนิ้วล็อคแบบใหม่คนแรกในประเทศไทย

 

คุณหมอได้เล่าว่า... “จริงๆแล้ว อาการนิ้วล็อคถือเป็นภัยใกล้ตัวของคนสมัยใหม่ เกิดขึ้นได้ทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ ไม่เว้นแม้กระทั่งแม่บ้านโดยเฉพาะผู้หญิงเป็นถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ยิ่งช่วงของลดราคา การหิ้วถุงผลไม้หนักหลายกิโล ทำให้สาวๆเสี่ยงสะสมอาการนิ้วล็อคได้อย่างดี อีกทั้งผู้ชายที่ชอบเล่นกอล์ฟ ใช้เครื่องมือทำสวน เครื่องมือช่าง ก็เป็นสาเหตุสำคัญด้วยเช่นกัน

 

      โรคนี้เกิดขึ้นจากการใช้งานมืออย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นการบีบกำ หิ้วของหนัก ซ้ำๆ จนปลอกหุ้มเอ็นบวม หดรัด กลายเป็นพังผืดที่ขาดความยืดหยุ่น ส่งผลให้เส้นเอ็นเคลื่อนตัวผ่านปลอกเอ็นไม่สะดวก เป็นที่มาของอาการนิ้วล็อคในที่สุด"

 

      ป้องกันได้ง่ายมาก แต่คนส่วนใหญ่มักไม่นึกถึง เริ่มจากหิ้วของด้วยฝ่ามือแทนการใช้นิ้วเกี่ยว ซึ่งช่วยกระจายน้ำหนัก ทำให้นิ้วบาดเจ็บน้อยลง ที่ดีที่สุดให้หาผ้าขนหนูมา  รองมือตรงด้ามหิ้วจะช่วยให้สบาย ไม่เจ็บมือ อาจใช้วิธีการอุ้ม แทนการหิ้ว ถ้าของหนักมากให้ใช้รถเข็นแทน หรือถ้าจำเป็นต้องถือให้หิ้วไปพักไปเป็นระยะๆ อย่าถือนานๆจนเมื่อยล้า หรือนิ้วเชียว”

 

อาการ

      “อาการเริ่มแรกจะเจ็บฐานนิ้ว นิ้วฝืด งอไม่สะดวก ให้พักการใช้งานสักระยะ อีกทั้งแช่น้ำอุ่นผสมกับกินยาต้านอักเสบ ที่สำคัญนวดฐานนิ้วเบาๆ จะทำให้ดีขึ้น ถ้าอาการเลวร้ายลงจนเกิดการล็อคของนิ้วมือ อาจต้องฉีดยา Steroid เข้าไปเพื่อลดการบวม ถ้ายังไม่หายต้องแก้ที่ต้นเหตุด้วยการผ่าตัดลงไปตัดเข็มขัด หรือปลอกหุ้มเอ็นที่หนาตัวและชำรุด นิ้วจึงกลับมาใช้งานได้ดี

 

      ผ่าตัดแบบเดิมค่อนข้างยุ่งยาก ต้องทำในห้องผ่าตัด เริ่มจากฉีดยาชาแล้วเอามีดกรีดเปิดแผลให้เห็นปลอกหุ้มเอ็น จากนั้นเอากรรไกรหรือมีดตัดพังผืดออก เสร็จแล้วต้องเย็บผิวหนังทั้งชั้นในและชั้นนอก วิธีนี้เสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายสูง อีกทั้งใช้เวลาพักฟื้นนาน ที่สำคัญมีอาการเจ็บและเกิดแผลเป็นตามมาให้ปวดใจ บางคนอาการหนักมีรอยพังพืดหนา รักษายาก ที่น่ากลัวคือถ้าดูแลไม่ดี อาจติดเชื้อ ทำให้ต้องทำแผลต่อเป็นเดือน

 

      ทำให้คิดว่าจริงๆแล้ว เราต้องการตัดแค่ปลอกหุ้มเอ็น ไม่จำเป็นต้องเปิดแผลขนาดนั้น ซึ่งเป็นการตัดในสิ่งที่ไม่จำเป็นอีกหลายชั้น ผมจึงดัดแปลงเครื่องมือที่ใช้เขี่ยตรวจฟันของหมอฟัน เริ่มจากลับให้ปลายเป็นลักษณะมีดพร้าเล็กๆ และเจาะผ่านผิวหนังตรงปลอกหุ้มเอ็น เมื่อเจอพังผืดก็จัดการแซะตรงนั้นออก ใช้เวลาไม่ถึง5นาที ก็เสร็จแล้ว วันรุ่งขึ้นคนไข้ใช้งานของนิ้วมือได้ตามปกติ วิธีนี้สะดวกรวดเร็ว ไม่แพง ที่สำคัญไม่มีแผลเป็น ไม่มีเลือดและสามารถกลับไปทำงานได้แม้วันรุ่งขึ้น”

 

            อย่างไรก็ตาม แม้โรคนิ้วล็อคจะเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้ แต่คุณๆ ก็ควรป้องกันไว้ดีกว่าแก้ตามวิธีที่เรานำมาแนะนำนะคะ……พยาบาลหมวย ^_^

 

สนใจอ่านข้อมูลเพิ่มเติม

www.lockfinger.com / www.trigger-finger.net

 

โดย Ma-Noi

 

กลับไปที่ www.oknation.net