วันที่ เสาร์ พฤษภาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แด่ครอบครัวอันเป็นที่รัก


แด่ครอบครัวที่อันเป็นรัก

เรื่องนี้แด่ผู้เป็นคุณพ่อ คุณแม่ และเด็กๆ ทุกคน

....................

ในตำราวิชาสังคมตอนมัธยมต้นฉันจำได้ว่า เขาอธิบายลักษณะครอบครัวโดยแบ่งเป็นประเภทได้สองประเภท คือ ครอบครัวเดี่ยว และครอบครัวขยาย

- ครอบครัวเดี่ยวคือ บ้านที่มีพ่อ แม่ ลูกอยู่ด้วยกัน

- ครอบครัวขยายคือ บ้านที่มีพ่อ แม่ ลูกแล้วอาจมีปู่ ย่า ตา ยาย หรือญาติผู้ใหญ่ อยู่ด้วย

สำหรับเมืองไทยนั้น เขาจัดให้ส่วนใหญ่จะอยู่กันแบบครอบครัวขยาย

..................................

ที่บ้านของฉันก็อยู่กันแบบครอบครัวขยาย พ่อเล่าให้ฉันฟังว่าหลังจากที่แม่แต่งงานกับพ่อแล้ว แม่ก็ย้ายมาอยู่ที่บ้านของฝ่ายพ่อ ซึ่งมีปู่กับย่าอยู่ด้วย ทางบ้านของพ่อมีอาชีพทำนาทำสวนกัน พอแม่มาอยู่ก็มาช่วยทางบ้านพ่อทำนา ทำสวน ด้วย

เมื่อแม่มีเด็กๆ ในเวลาต่อมา..  ก็ทำให้แม่มีภาระเพิ่มขึ้นมาอีกหน่อย แต่กระนั้นแม่ก็ไม่ค่อยมีเวลาเลี้ยงพวกเรานัก เพราะในเวลากลางวันถ้าแม่ไม่ลงไปในแปลงนา แม่ก็ต้องเข้าสวน ภาระการดูแลพวกเราจึงตกไปอยู่กับคุณปู่และคุณย่า(ตอนนี้ท่านแก่แล้ว ทำงานหนักไม่ไหว)

คุณย่าของฉันนั้น ท่านมีวิธีการต่างๆ นานา ที่จะทำให้หลานๆ ของท่านไม่ซุกซน  วิธีที่คุณย่านำมาใช้บ่อยและได้ผลดีที่สุดคือ การพาหลานๆ ไปเที่ยวตามบ้านเพื่อนของท่าน โดยคุณย่าจะพาหลานๆ ออกเดินกันไปตั้งแต่เช้า เพราะบ้านของเพื่อนคุณย่ามักอยู่ไกลๆ ต้องเดินผ่านไปตามคันนา ข้ามทุ่ง ข้ามสวนหลายแห่ง  กว่าไปถึงก็เป็นเวลาสายเกือบเที่ยงแล้ว ...คุณย่าชอบคุยกับเพื่อนเห็นคุยกันเป็นวันๆ ส่วนพวกเราหลานๆ ก็ชอบไปเล่นตามสวนข้างบ้าน  และถือโอกาสหาผัก ผลไม้ ไปเป็นของฝากพ่อแม่ที่บ้านด้วยเลย... พอบ่ายแก่ๆ คุณย่าจึงจูงพวกเรากลับบ้านกัน รับรองได้ว่าตอนกลางคืนพวกเราทุกคนหมดฤทธิ์แน่  จะหลับกันตั้งแต่ตอนหัวค่ำแน่นอน (...พวกเราไม่เคยเบื่อที่จะไปกับคุณย่า เพราะระหว่างทางมีอะไรให้ดู ให้เล่นตลอดเวลาเลยJ...)

ส่วนคุณปู่แม้จะท่านแก่ตัวลง ไม่ออกไปทำนาทำสวนแล้ว แต่ท่านก็เป็นคนขยัน ท่านจะหาอะไรเล็กๆ น้อยๆ ทำอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเย็บหลังคาใบจาก หรือหาหมากไว้ขาย ท่านมักจะทำของเล่นให้พวกเราจากอะไรที่หาได้ใกล้ๆ ตัวท่านนั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็น งูใบจาก ปลาใบจาก ปืนใบจาก ฯลฯ ...ดังนั้นถ้าวันไหนพวกเราไม่ออกไปเที่ยวกับคุณย่า พวกเราก็จะอยู่ใกล้ๆ คุณปู่ เพราะหวังจะได้ของเล่นจากท่านนี่แหละ... สำหรับฉันของเล่นที่ปู่ทำให้เล่นสนุกทุกอย่างเลย

คุณปู่ฉันท่านพูดไม่เก่งเหมือนคุณย่าซึ่งท่านจะชอบเล่านิทานให้หลานๆ ฟังเสมอ นิทานที่คุณย่าเล่าให้ฉันฟังและฉันก็จำได้จนถึงทุกวันนี้ ( ....คุณย่าเล่าเรื่องนี้ไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบแล้วJ .....) คือ เรื่องของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นเด็กขี้เกียจ ชอบนอนตื่นสาย แม่มาปลุกก็ไม่ยอมลุก จนในที่สุดวันหนึ่งขณะที่เด็กหญิงนอนหลับอยู่ก็มีงูเหลือมตัวหนึ่งเข้ามาในห้องและก็กินเด็กผู้หญิงคนนั้น ....ฉันเป็นคนกลังงูมาก คุณย่าคงจะรู้เรื่องนี้ดี ดังนั้นพอคุณย่าเล่านิทานเรื่องนี้แล้วฉันจึงไม่กล้าตื่นสาย ...

........................ .

 

หลายวันที่ผ่านมาฉันได้ยินข่าวพี่เลี้ยงทำร้ายเด็ก  สิ่งที่ฉันเข้าใจก็คือ เดี๋ยวนี้พ่อแม่ไม่มีเวลาเลี้ยงลูกกันนัก เพราะต่างก็ทำงานกัน ครั้นจะให้ปู่ย่าเลี้ยงก็เป็นการลำบาก เพราะคนเราเดี๋ยวนี้เมื่อแต่งงานกันแล้ว ก็มักจะย้ายออกมาตั้งครอบครัวใหม่ ไม่ได้เป็นครอบครัวขยายอย่างแต่ก่อนแล้ว ดังนั้นการจ้างพี่เลี้ยง หรือส่งเด็กไปตามสถานรับเลี้ยงเด็ก จึงเป็นทางออกของพ่อแม่ในเมือง

แม้กระแสเศรษฐกิจในยุคโลกาภิวัตน์ทำให้เวลาของครอบครัวน้อยลงไปบ้าง แต่ฉันก็ไม่อยากไม่ใครละเลย คำว่า ครอบครัว ไปเสีย... แล้วก็ไม่อยากให้ใครคิดว่าครอบครัวประกอบด้วยพ่อ แม่ ลูก เท่านั้น แต่อยากให้คิดว่าครอบครัวมีญาติผู้ใหญ่อย่างคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย ของเราด้วย แม้ท่านเหล่านี้ไม่ได้อยู่อาศัยกับเราก็ตาม

....

....

.

.

เมื่อฉันนึกถึงคุณปู่กับคุณย่า ภาพของท่านทั้งสองจะเป็นภาพแห่งความอบอุ่น และเต็มไปด้วยความรักต่อหลานอย่างเปี่ยมล้นแทบไม่ต่างอะไรที่พ่อกับแม่ให้ฉันเลย (… แถมบางครั้งอาจมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะบางครั้งที่พ่อเงื้อไม้เรียวจะหวดก้นฉัน ไม่ปู่ก็ย่านี่แหละที่เป็นอัศวินม้าขาว มาช่วยให้ฉันรอดพ้นไปได้ J...)

.....และจากประสบการณ์ดีๆ ในเรื่องนี้ของฉัน   ฉันจึงไม่อยากให้เด็กๆ พลาด ที่จะทำความรู้จักความรัก จากญาติผู้ใหญ่ของเรา

..... เด็กๆ จะรู้อีกว่า  นอกจากเราได้ความรักจากคุณพ่อคุณแม่ที่ยิ่งใหญ่แล้ว เรายังได้รับความรักจากท่านเหล่านี้อีกด้วย ...เป็นรักที่ไม่เคยหวังผลตอบแทน นอกจากขอให้หลานเติบใหญ่ แข็งแรง และเป็นคนดีของสังคม...

.....................................................

เพลง นิทานหิ่งห้อย

โดย downrai

 

กลับไปที่ www.oknation.net