วันที่ อังคาร กันยายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พ่อค้าคนใดจะกล้าเสี่ยงลงไปในสมรภูมินี้??????


จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2357 14 ก.ย. - 17 ก.ย. 2551 

สินค้าระส่ำถูกด่าผ่านเว็บไซต์ เหตุวิกฤติการเมืองให้เลือกข้าง

"สินค้า" ระส่ำถูกดึงเข้ากระแสการเมืองเลือกข้าง โพสต์ด่าแหลกในหลายเว็บไซต์ฮอต! พันทิปดอทคอม,เอ็มไทยดอทคอม,สนุกดอทคอม เป็นต้น 

เผยถูกอ้างอิงอาทิ ซีพี,ดีแทค,ทรู,วิริยะประกันภัย,สหพัฒน์,7-11,ร.พ.กรุงเทพ,ดอกบัวคู่,กระทิง แดง,คาราบาวแดง,ฮอนด้า,ซีเอ็ด ฯลฯ หาว่าหนุนพันธมิตรฯ 
ขณะที่ธุรกิจออกโรงยันเป็นกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด-ค่ายประกันออกตัวไม่ยุ่งการ เมือง , ดีแทค ย้ำเป็นพันธมิตรกับทุกฝ่าย

สถานการณ์การเมืองยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง แม้แต่สินค้าก็ถูกกระแสสังคมนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการเลือกข้าง "ฐานเศรษฐกิจ" ได้เข้าไปตรวจสอบในเว็บไซต์ต่างๆ พบว่า
ขณะนี้มีการโพสต์เข้าไปในกระทู้ความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมืองกันจำนวน มาก โดยเฉพาะเว็บไซต์พันทิปดอทคอม (ห้องราชดำเนิน) ,เอ็มไทยดอทคอม,สนุกดอทคอม เป็นต้น 
มีการตั้งกระทู้จากกลุ่มคนที่อ้างว่า เป็นฝ่ายรัฐบาลด้วยการให้แชร์รายชื่อ ธุรกิจที่เป็นแนวร่วมพันธมิตรฯ เพื่อบอยคอตต์ไม่ให้ใช้สินค้าที่ถูกอ้างอิงว่าเป็นผู้สนับสนุนการชุมนุมของฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

ทั้งนี้สินค้าที่ถูกพาดพิงอาทิ ดีแทค,ทรู,ฮอนด้า,7-11,มาสเตอร์การ์ด,แคนนอน,มาม่า,เปา,โคโดโม,ดอกบัวคู่, กระทิงแดง,คาราบาวแดง,คอมพ์ Acer, ยากันยุงคินโซ,น้ำยาปรับผ้านุ่มไฮคลาส,
ซีพี,เคาน์เตอร์เซอร์วิส,เครื่องใช้ ไฟฟ้ามิตซูบิชิ,โรงพยาบาลกรุงเทพ,ร้านหนังสือซีเอ็ด,ร้านหนังสือบุ้คสไมลส์, ธนาคารกรุงเทพ,น.ส.พ.เดอะเนชั่น,ผู้จัดการ,คมชัดลึก,ไทยโพสต์,
วิริยะประกัน ภัย,โค้ก,เป๊ปซี่,น้ำดื่มสิงห์,เนสท์เล่เพียวไลท์,ยาหม่องน้ำเซียงเพียวอิ๊ว ,ขนมกวงเม้ง เป็นต้น

++*"ดีแทค"เป็นพันธมิตรกับทุกคน

นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโสกลุ่มบริการเสริม บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (ดีแทค) (บมจ.) กล่าวถึงความร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์ ASTV News1 
โดยขณะนี้ให้บริการข่าวบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ ว่ายังไม่ทราบยอดลูกค้าที่ใช้บริการที่ชัดเจน เนื่องจากยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นให้บริการเพียงประมาณ 1 สัปดาห์ 
ทั้งนี้การให้บริการข่าวนั้นบริษัทไม่ได้จำกัดว่าเป็นสำนักข่าวไหน ซึ่งเปิดกว้างเป็นพันธมิตรกับทุกราย โดยที่ผ่านมา ก็ร่วมมือกับสำนักข่าวแทบทุกแห่งที่ให้บริการส่งข่าวผ่าน โทรศัพท์เคลื่อนที่

ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าที่ใช้บริการคอนเทนต์ข่าวบนโทรศัพท์เคลื่อนที่รวม ทั้งหมดประมาณ 1.2-1.3 ล้านราย ซึ่งมีทั้งระบบเอสเอ็มเอส และเอ็มเอ็มเอส 
โดยคิดค่าบริการหลายระดับราคาด้วยกัน เช่น 29 บาท/เดือน, 39 บาท/เดือน และ 49 บาท/เดือน เป็นต้น

"บริษัทเปิดกว้างเป็นพันธมิตรกับทุกราย ที่ผ่านมาก็ร่วมมือกับสำนักข่าวแทบทุกแห่งที่มีการให้บริการส่งข่าวผ่าน โทรศัพท์เคลื่อนที่ ไม่ใช่เฉพาะกับASTV เท่านั้น"

++ASTVยันมีทั้งดีแทค-เอไอเอส

ก่อนหน้านี้นางสาวอัญชลี ไพรีรัก พิธีกรรายการข่าวยามเช้า ของสถานีโทรทัศน์ ASTV News1 เปิดเผยบนเวทีพันธมิตรฯที่ทำเนียบรัฐบาลว่า 
ขณะนี้ทรูมูฟได้เข้าร่วมกับ ASTV News1 ในการส่งข่าวผ่านข้อความสั้น หรือ SMS ด้วยการพิมพ์ K ส่งมาที่ 4321000 คิดค่าบริการเดือนละ 200 บาท 
ซึ่งจะนำรายได้ดังกล่าวมาเป็นส่วนหนึ่งในการบริจาคให้กับสถานี จากเดิมที่ก่อนหน้านี้มีดีแทค เพียงรายเดียวที่ให้บริการ แต่ขณะนี้เอไอเอส กำลังเข้ามาเจรจาเพื่อเปิดให้บริการเช่นเดียวกัน

"คนดู ASTV News1 มี 19 ล้านคน ขณะที่เอไอเอสมีผู้ใช้บริการ 19 ล้านเลขหมาย พอเอไอเอสทราบเรื่องนี้ จึงต้องการเข้ามาร่วมให้บริการ"

อนึ่งมีการประกาศผ่านเวทีพันธมิตรฯว่าการให้บริการส่งข่าวเอเอสทีวีผ่านเอส เอ็มเอส นั้นเอเอสทีวี จะได้เงินจากผู้ใช้เดือนละ 180 บาท ส่วนอีก 20 บาท จะเป็นส่วนแบ่งรายได้ของบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่

++ประกันหวั่นถูกผูกกับการเมือง

สำหรับกรณีการปฏิเสธการขายกรมธรรม์ประกันอิสรภาพของบจก.วิริยะประกันภัย เป็นอีกกรณีหนึ่งที่ถูกผลกระทบจากปัญหาการเมือง เมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา 
โดยนายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความจากสภาทนายความ ได้ออกมาให้ข่าวว่า หลังยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อขอประกันตัว 82 ผู้ต้องหากลุ่มนักรบศรีวิชัย และได้ติดต่อขอซื้อกรมธรรม์ประกันอิสรภาพกับบริษัทประกันภัย 
แต่บริษัทประกันภัยทุกบริษัทปฏิเสธการขาย บริษัทกลุ่มนี้ได้แก่ บจก. วิริยะประกันภัย,บจก.สินมั่นคง ประกันภัย และบจก.สหมงคลประกันภัย 
แต่ล่าสุด บจก.วิริยะประกันภัย กลับยอมขายกรมธรรม์ให้แล้ว

ทั้งนี้หลังจากที่มีกระแสข่าว บริษัทประกันภัยไม่ขายกรมธรรม์ประกันอิสรภาพ ทำให้มีกระทู้วิพากษ์วิจารณ์ในเว็บบอร์ดของพันธทิปจำนวนมาก และโทร.ต่อว่าผ่านสายด่วน 157 ของวิริยะประกันภัย รวมทั้งถูกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยโจมตีว่าเลือกข้าง

นายกฤตวิทย์ ศรีพสุธา กรรมการรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (บจก.) กล่าวว่า บริษัทเป็นกลางไม่ได้อยู่ข้างหนึ่งข้างใด และพิจารณาการให้ความคุ้มครองโดยยึดตามหลักการ 
ซึ่งบริษัทจะรับประกันตามความเสี่ยงภัยและแนวทางของกระบวนการยุติธรรมส่วน ตัวไม่ได้ว่าเป็นฝ่ายพันธมิตรฯ (พธม. ) หรือ นปช. แต่เหตุที่ต้องปฏิเสธการขายในตอนแรก
เพราะยังไม่เคยทราบรายละเอียดประวัติของ ผู้เอาประกันภัย ทำให้ไม่สามารถพิจารณาความเสี่ยงและดำเนินการรับประกันได้ ประกอบกับมีการติดต่อขอซื้อประกันอิสรภาพทั้งหมด 82 คน ซึ่งบริษัทไม่ได้รับแบบเหมาเคลม

"ขณะนี้สังคมแบ่งเป็น 2 ฝ่าย ดึงบริษัทให้เข้าไปอยู่ในกระแสทางการเมือง แต่ในความเป็นจริงแล้วธุรกิจประกันไม่ได้ถูกปิดล็อกให้เลือกข้าง ไม่ควรเอาประเด็นการเมืองมาพูดจนน่าห่วง 
อย่างไรก็ดีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจทั้งความเข้าใจผิด และภาพลักษณ์"

อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความเข้าใจผิดมีผลในทางที่ดี คือถือโอกาสขยายฐานตลาดในปีหน้าด้วย รวมทั้งขณะนี้มีบริษัทประกันภัยหลายบริษัทอยากเข้ามาร่วมรับประกันโดยให้บริษัทเป็นด่านหน้ารับประกันภัยที่เป็นปัญหาสังคมก่อน ซึ่งขณะนี้กำลังพิจารณาความเป็นไปได้

ขณะที่แหล่งข่าวจาก บจก. สินมั่นคงประกันภัย ให้ความเห็นว่า มีนโยบายจากผู้บริหารระดับสูงแจ้งว่า หากเป็นไปได้ไม่ให้มีการรับประกัน อิสรภาพ 
เพราะนอกจากจะมีประเด็นของผู้ต้องหาในแง่ของความเสี่ยงภัยสูงแล้ว ยังอาจมีส่วนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการถูกกล่าวหาในประเด็นการเมือง ซึ่งบริษัทต้องการความชัดเจนในความเป็นกลาง

"บริษัทถูกผลกระทบจากการที่ถูกกลุ่มพธม.โทร.เข้ามาว่า ทำไมไม่ขาย และขู่ว่าจะยกเลิกกรมธรรม์อื่นๆ ที่ทำไว้ เช่น ประกันภัยรถยนต์ "

ไม่ต่างกับบมจ. เทเวศประกันภัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทขายประกันอิสรภาพน้อยมาก และขณะนี้ยิ่งระมัดระวังในการ รับประกันที่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมืองมากขึ้น 
เพราะอาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างกลุ่มคน ส่งผลไม่ดีต่อภาพลักษณ์บริษัท ที่เป็นบริษัทในเครือของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ที่ต้องวางตัวเป็นกลาง

"บริษัทจะไม่รับประกันกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ คนที่มีอุดมการณ์และมีบทบาททางการเมืองชัดเจนและเคลื่อนไหวก่อความเสียหายใน ทางที่เป็นโทษ"

++บิ๊กธุรกิจยันเป็นกลางไม่อิงฝ่ายใด

นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ. ซีพี ออลล์ ผู้บริหารร้านสะดวกซื้อ เซเว่น-อีเลฟเว่น เปิดเผยว่า นโยบายของบริษัทจะไม่นำเรื่องของการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง 
โดยยืนยันว่าจะเป็นกลางทางการเมือง ไม่เข้าหรือร่วมสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ดังนั้นการที่มีกระแสข่าวว่าเซเว่น ให้การสนับสนุนฝ่ายพันธมิตรนั้นคงไม่เป็นความจริง 
แต่ด้วยปัจจัยที่เซเว่น เองเป็นร้านสะดวกซื้อ เปิดให้บริการอยู่ตามจุดต่างๆ การที่ผู้สนับสนุนม็อบพันธมิตรฯจะเข้าไปใช้บริการ ซื้อสินค้าและนำไปสนับสนุนม็อบก็อาจเกิดขึ้นได้ ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน

"เซเว่น เป็นองค์กรธุรกิจ มีความเป็นกลางมาตลอด และไม่ฝักใฝ่ทางการเมือง วิถีทางการค้าอาจมีคู่แข่งหรือผู้ไม่หวังดีอาจหาจุดอ่อนโจมตี โดยกุเรื่องขึ้นมา ซึ่งในอดีตก็เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาแล้ว"

นายประพจน์ นันทวัฒน์ศิริ กรรมการผู้จัดการฝ่ายขาย บมจ. สหพัฒนพิบูล กล่าวว่า ทางบริษัทไม่ได้สนับสนุนผลิตภัณฑ์ให้กับกลุ่มพันธมิตรฯแต่อย่างใด เนื่องจากมีนโยบายที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอยู่แล้ว 
จึงขอปฏิเสธกระแสข่าวดังกล่าว แม้ว่ายอดขายช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า มีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ไม่ได้เป็นเพราะกระแสการเมือง หากแต่เป็นผลจากการรุกตลาดอย่างต่อเนื่องของบริษัท

เช่นเดียวกับแหล่งข่าวจากฝ่ายการตลาด บริษัท เครื่องดื่มกระทิงแดง จำกัด (บจก.) กล่าวว่า

ที่ผ่านมา บริษัทไม่ได้นำผลิตภัณฑ์ไปสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรฯแต่อย่างใด แต่อาจเป็นไปได้ที่มีผู้ซื้อสินค้าไปบริโภคกันเอง 
ขณะเดียวกันยอดจำหน่ายของกระทิงแดงก็ไม่ได้เติบโตผิดปกติแต่อย่างใด ยังคงจำหน่ายเป็นปกติ และเติบโตตามสภาพเศรษฐกิจซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบบ้างเล็กน้อยจากภาวะ เศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง

"ยังไม่ทราบข้อมูลจากกรณีที่มีการพาดพิงว่าเครื่องดื่มกระทิงแดงให้การสนับ สนุนกลุ่มพันธมิตรฯผ่านทางเว็บไซต์พันทิปแต่อย่างใด ซึ่งคงต้องขอเช็กข้อมูลตรวจซ้ำ"

ขณะที่บจก. มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา นายอนันต์ บรรเจิดธรรม กรรมการ และผู้จัดการทั่วไป ส่วนการตลาด และการขาย กล่าวถึงยอดขายหน้าร้านของบริษัทช่วงที่ผ่านมาตกลงเล็กน้อย 
เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมือง ซึ่งบริษัทจะยังคงดำเนินการตามแผนการตลาดที่วางไว้ โดยจะให้ความสำคัญในเรื่องของการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับร้านค้าตัวแทนจำหน่าย 
เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจ และการเมืองที่เป็นอยู่ ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถทำยอดขายให้เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ 7,650 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตประมาณ 7-8%

พร้อมกันนี้บริษัทยังยืนยันการดำเนินธุรกิจด้วยความเป็นกลาง โดยไม่ได้ให้การสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งดังที่ถูกกล่าวอ้าง และ เชื่อว่าเหตุการณ์นี้ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบกับภาพลักษณ์แบรนด์สินค้า แต่อย่างใด 

โดย กวนอูเมืองนคร

 

กลับไปที่ www.oknation.net