วันที่ อังคาร กันยายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คุณพ่อ On Tour


กลางดึกของค่ำคืนนึง ฉันแว่วๆได้ยินเสียง คล้ายๆเสียงของพ่อ ฉันคิดว่า คงฝันไปมัง หรือไม่ก็หูแว่วเองนั่นแหละ เพราะเพิ่งล้มตัวลงนอนได้ไม่เท่าไหร่ พยายามไม่สนใจ และนอนต่อ เสียงนั้นก็ยังคงแว่วมาแต่ไกล และใกล้เข้ามาทุกที ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูที่ห้องของน้า พ่อจริงๆด้วย พ่อมาได้ไง ฉันได้แต่ถามตัวเองในใจ เอาเถอะ พ่อจ๋า พรุ่งนี้ค่อยว่ากันนะ ตอนนี้หนูลืมตาไม่ขึ้นเสียแล้ว

 

ตอนเช้าหลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ฉันก็ได้แวะไปกราบพ่อ และกอดท่านไว้แน่นๆและอ้อนตามเคย นี่หรือเปล่า อ้อมกอดที่ฉันโหยหาเมื่อคราวเหนื่อยล้า อบอุ่นเช่นนี้นี่เอง ยังเหลืออ้อมกอดของใครอีกคนซึ่งอยู่ไกลเหลือเกิน ฉันกอดพ่อแน่นขึ้นเมื่อนึกถึง พ่อบอกว่า เอาล่ะ เอาล่ะลูก พ่อหายใจไม่ออก ฉันจึงเปลี่ยนมาเป็นกอดแขนไว้หลวม พลางถามไถ่ว่ามาได้ยังไง ไม่เห็นบอกกล่าว พ่อบอกว่าคิดถึง ทำนาเสร็จแล้ว เหงา ก็เลยมาเที่ยว

หลังจากกินอาหารเช้ากันเสร็จพร้อมกัน ฉันจึงออกมาเปิดร้านชำ พ่อออกมานั่งคุยด้วย พ่อถามฉันว่า หนื่อยมั๊ยลูก ฉันได้แต่ยิ้มและบอกว่า ไม่เหนื่อย เหมือนเคย ก็วันนี้ฉันไม่เหนื่อยจริงๆ กำลังใจสำคัญฉันมาแล้ว ฉันบอกพ่อว่า วันหยุดจะพาไปเที่ยวทะเล กลับมาแล้วจะไปไหนก็จะพาไป พ่อบอกว่า อยากไปหาลูกทุกคน

 

พ่อมาคราวนี้ก็เลยกลายเป็นทริปเดินทางไปเยี่ยมลูกๆของพ่อ

เสาร์-อาทิตย์แรก พ่อไปกินปลาเผา กินข้าวที่บ้านสวนของน้าชายที่ราชบุรี ลูกชายขับรถมารับไปค้างด้วย 1 คืน กลับมาพ่อก็กลับมาเล่าให้ฟังถึงเรื่องราวที่ได้ไปโน่น ไปนี่กับหลานชาย ลูกชาย สนุกและมีความสุขแค่ไหน ฉันเห็นรอยยิ้มมีความสุขของพ่อแล้ว ฉันก็เป็นสุขมากค่ะ

ฉันเริ่มไม่สบายมากๆค่ะ เป็นหวัดและไอจนหลังโก่ง ทำให้ไม่สามารถพาพ่อทัวร์ต่อได้ อาทิตย์ถัดมา พ่อจึงไปหาลูกชายคนเล็ก ซึ่งรับราชการอยู่ ประจวบฯ พ่อเดินทางคนเดียว พี่ชายฉันไปส่งพ่อที่สายใต้ใหม่ ซึ่งอยู่ไกลมากๆ 4 ชั่วโมงของการเดินทาง เราได้แต่เป็นห่วง กลัวว่าพ่อจะหลงมั๊ย แต่ไม่นานเกินรอ น้าสะใภ้ก็โทรมาบอกว่าพ่อถึงแล้วกำลังกินข้าวอยู่ ฉันได้แต่โล่งอก ฉันโทรหาพ่อทุกวัน ถามถึงการกินอยู่ พ่อบอกว่า ที่นี่อุดมสมบูรณ์มาก ได้กินปลาทุกวันเลย ได้กินอาหารฝีมือลูกชาย อร่อยที่สุดเลย ท่าทางพ่อฉันจะมีความสุขเหลือเกิน พ่ออยู่ที่ประจวบเกือบ 2 อาทิตย์จึงกลับมา พ่อบอกว่า พ่อสานเครื่องดักปลาทุกอย่างไว้ให้น้าได้ใช้ เพราะทุกเย็นหลังจากออกเวรแล้ว น้าชายฉันมักไปหาปลา หากุ้ง มาไว้กินเป็นประจำ จากหนองน้ำหลังบ้าน

พ่อไปนานเสียจน ออมสิน ถามว่า ทวดไปบ้านปู่เล็กนานจัง สงสัยติดใจน้ำทะเลจนไม่อยากมากรุงเทพฯเลย แต่เปล่าเลย พ่อบอกว่า ไม่ได้ไปทะเลเลย ตอนเช้าตื่นขึ้นมาก็ไปออกกำลังกายที่สนามหลังโรงพัก ตอนเย็นก็ไปเดินเล่นที่สวนหลังบ้านกับหลานๆ กลับมาก็ได้กินอาหารบ้านเราฝีมือระดับกุ๊กของน้าชาย พ่อคงมีความสุขมากเลย

ด้วยความที่ฉันต้องทำงานด้วยในตอนกลางวัน พ่อก็จะอยู่บ้านคนเดียว ดูทีวี ดูข่าวทั้งวันพ่อคงเหงา พ่อเร่งให้ถึงวันหยุดเร็วๆ เพื่อที่จะได้ไปทัวร์ต่อ

 

คราวนี้พ่อจะไป จันทบุรี ไปถึงชายแดนน่ะ ไปหาลูกชายอีกคนนึง ซึ่งรับราชการทหารอยู่ที่นั่น แต่งงานและตั้งรกรากที่โน่นเลย คืนวันเสาร์เราเดินทางไปเยี่ยมน้าชายและครอบครัว ไปกันหลายคนด้วยสิ พ่อยิ้มแก้มปริ ทริปนี้ ทั้งลูกทั้งหลาน ร่วมขบวนด้วยหลายคนพ่อคงสุขใจไม่น้อย  ตี 2 นิดๆ เราก็เดินทางถึงหมู่บ้านชายแดนติดเขมรเลยค่ะ ห่างกันไม่ถึง 2 กิโล บ้านในหุบเขา (ฉันตั้งให้เองค่ะ เพราะล้อมรอบด้วยภูเขาลูกใหญ่) อากาศที่นั่นดีมากๆ ตลอดการเดินทางฉันทั้งไอ ทั้งจามไปตลอดเนื่องจากยังไม่หายดี แต่พอถึงบ้านในหุบเขา ฉันหายไอเลยค่ะ มีบ้างก็แค่กระแอมนิดหน่อย ไม่เหนื่อยมาก นอนไม่อยากตื่นเลย แต่ด้วยความที่เคยตื่นเช้า ฉันจึงตื่นแต่เช้าไปดูน้าๆช่วยกันเก็บเห็ดในฟาร์ม น้าบอกว่าวันนี้ไม่ขาย วันนี้เรามีเมนูคือเห็ด ต้มยำเห็ด นึ่งเห็ด ยำเห็ด

 

ฉันขับมอเตอร์ไซด์เที่ยวไปรอบๆหมู่บ้าน อากาศที่นี่ดีจริงๆ ลมพัดมาเอื่อยๆ เย็นสบาย ฉันสูดอากาศเข้าเต็มปอด สองฝั่งข้างทาง เต็มไปด้วยพืชผักที่สามารถเด็ดกินหรือไปประกอบอาหารได้ มองไปทางไหน ก็มีแต่สีเขียว สดชื่นดีจัง แล้วก็แวะไปดูไร่ แก้วมังกรของน้าที่ปลูกไว้ กำลังออกลูก อีกหน่อยคงได้เก็บขาย งามจริงเชียว ฉันเที่ยวชมดูต้นไม้ใบหญ้าข้างทางไปเรื่อยๆจนไปถึงตลาดชายแดนฝั่งเขมร ตลาดบ้านเขาไม่เหมือนบ้านเรา ฉันคงต้องรีบกลับไปโดยด่วน นึกอยากวางที่ไหนก็วาง ตลาดสดที่นี่สรกปรกมาก และของก็ไม่ได้ถูกอย่างที่คิดเลย แต่ที่เห็นเหมือนๆกันก็คือ แต่ละร้านจะมีลูกเล็กๆมาช่วยขายด้วย แล้วเด็กตัวเล็กก็จะถูกอุ้มด้วยมือของพี่สาว ซึ่งตัวไม่ได้โตกว่ากันซักเท่าไหร่ เพื่อมาขอเศษเงินเล็กน้อยจากคนแปลกหน้า ฉันยื่นเศษเหรียญให้ เด็กคว้าไปไม่ขอบคุณซักคำ เฮ้อ ช่างเหอะ กลับบ้านดีกว่า ก่อนเดินออกจากตลาดไปที่รถ ฉันเห็นเด็กๆ 4-5 คนเดินมาวนเวียนรอบฉันพลางยื่นมือขอตังค์ คงเห็นฉันให้น้องอีกคนละมังเลยมาขอบ้าง

 

กลับมาบ้าน รอบๆบ้านของน้าฉันล้วนมีแต่พืชผักสวนครัวทั้งนั้นเลย รั้วหน้าบ้านเต็มไปด้วยชะอม กำลังทอดยอดอ่อนๆสวยงามมากๆ ที่ริมรั้วมีต้นแคกำลังออกดอกขาวโพลน ใต้ต้นแคมีผักโหรพา และแมงลักขึ้นอยู่เต็มไปหมด พริกสวน พริกขี้หนูเม็ดเขียวๆแดงๆอยู่เต็มต้น อีกทั้งมะเขือเปาะ มะอึก ขึ้นอยู่เต็มไปหมด และมีผักอีกนาๆชนิดที่ฉันไม่รู้จัก รั้วข้างบ้าน ยังมีลำใยอีก 4 ต้น อีกไม่นานจะได้ลิ้มรสชาติของลำใยหวาน หลังบ้านที่เป็นฟาร์มเห็ด ยังมีหน่อไม้หวานกำลังออกหน่อพอเหมาะเชียวล่ะ น้าสะใภ้บอกว่า นี่ไงของฝาก เอากลับได้ไปด้วยนะ กินไม่ทันหรอก 

 

ได้เวลาบอกลาบ้านในหุบเขาแล้วล่ะ ฉันไม่อยากลากลับตอนนี้เลย อาการไอของฉันไม่มีให้ทุกคนได้รำคาญเลย นานทีเดียว ผักเขียวสด มะละกอ ทั้งดิบและสุก ผลไม้ต่างๆ ของฝากจากบ้านหุบเขาถูกขนขึ้นท้ายรถ มันกำลังเดินทางไปกรุงเทพฯกับเรา ทั้งอาทิตย์จะกินหมดมั๊ยเนี่ย

 

หลานทั้งสองของปู่จากบ้านในหุบเขา วิ่งเข้ามากอดแข้งกอดขาปู่ ไม่อยากให้ปู่กลับไป พลางบอกว่า มาเยี่ยมหนูอีกนะ พี่แอนพาปู่มาหาน้องจูนอีกนะ ฉันจึงบอกน้องจูนว่า ปีหน้าถ้าสอบได้ที่ 1 ตัวเดียวจะพาปู่มาหาอีก หลานสาวของปู่คนนี้เคยบอกปู่ว่า สอบได้ที่ 1 สองตัว ตอนปู่ถามว่าสอบได้ที่เท่าไหร่ น้าฉันบอกว่า มันเป็นศรีธนนชัยมาเกิด กะล่อนเหลือเกิน แสบจริงๆ ทริปบ้านหุบเขา ที่ชายแดน พ่อฉันยิ้มอย่างเป็นสุขเช่นเคย ฉันผู้เป็นหัวหน้าทัวร์พลอยสุขใจไปด้วย ก็ลูกทัวร์มีความสุขนี่ค่ะ ฉันจึงมีความสุขมาก

 

เหมือนฟ้าแกล้ง ฉันไอมากๆอีกครั้งเมื่อถึงกรุงเทพฯ (คนมีกรรม) พ่อบอกว่าจะกลับบ้านแล้วล่ะ แต่ก่อนกลับจะไปเยี่ยมเหลนตัวน้อยที่พะเยา ลูกๆของพ่อต่างไปตั้งรกรากอยู่ที่ไกลๆกันจัง คนนี้ก็ไปค้าขายที่โน่น ก็เลยซื้อที่ซื้อทาง มีครอบครัวทางโน้นเลย เป็นชาวเหนือไปแล้ว ฉันจึงพูดภาษาเหนือได้ เพราะไปเรียนอยู่ที่โน่นเกือบปี เมื่อตอนเด็ก ทางเหนืออากาศก็ดีมากๆเช่นกัน แต่คราวนี้ฉันอาการไม่ค่อยดี พ่อบอกว่าจะไปคนเดียว น้าชายจะรอรับที่ท่ารถฝั่งโน้น คงไม่หลง ตอนนี้พ่อก็คงไปเที่ยวไปเล่น ไปกินอาหารเหนือ ฉันก็หวังว่าพ่อก็คงมีความสุขเหมือนทุกทริปที่ผ่านมา

 

พ่อมาคราวนี้ร่วมเดือน กว่าจะเยี่ยมลูกแต่ละจังหวัดเสร็จ กว่าจะได้กลับบ้าน พ่อบอกฉันว่า พ่อจะกลับไปนอนที่บ้านของเราแล้ว ปีหน้าถ้ามาไม่ได้อีก พ่อจะได้จำไว้ว่า ปีนี้พ่อมีความสุขแค่ไหน พ่อบอกว่าจากบ้านมานาน สงสัยยายคงเหงา ต้องรีบกลับ เดี๋ยวไม่มีใครไปส่งข้าวส่งน้ำ พ่อกลับไปบ้าน หน้าที่ตอนเช้าของพ่อคือไปทำบุญตักบาตรที่วัดทุกเช้า พ่อฉันเชื่อว่า หากวันไหนไม่ไปยายก็คงไม่ได้กินข้าว ก่อนมาหาฉัน พ่อจึงสั่งเสียน้านักหนาว่า ห้ามลืมไปวัดนะ วันนี้พ่อไม่ต้องบอกใครแล้ว เพราะต่อไปนี้พ่อจะทำหน้าที่นี้ต่อเองแล้ว เมื่อตอนที่แม่ฉันอยู่บ้าน แม่จะมีหน้าที่เตรียมอาหารให้พ่อไปวัดตอนเช้า แต่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ ฉันก็ต้องจ้างแม่ค้าข้างบ้านจัดการให้แกทุกเช้า

 

เมื่อเช้านี่ฉันเพิ่งคุยกับพ่อ พ่อบอกว่าไปวัดเพิ่งมา พลางถามว่าฉันหายแล้วหรือยัง เสียงไอของฉันก็คือคำตอบ การคุยกันของเราก็หนีไม่พ้นเรื่องอาหารการกิน ก็ฉันกลัวว่าพ่อจะมีอะไรกิน หรือมีกินแล้วไม่อร่อยน่ะสิ จึกมักถามอยู่เรื่อยๆว่า วันนี้กินอะไร อร่อยมั๊ย  พ่อก็มักจะตอบฉันว่า ไม่อร่อยแล้วจะกินเรอะ พร้อมกับหัวเราะเสียงดัง ฉันสวดมนต์ไหว้พระทุกวัน ขอให้ฉันได้ยินเสียงพ่อหัวเราะอย่างนี้ไปอีกนานๆ และฉันก็หวังว่า พ่อจะแอบมาเซอร์ไพร์ซฉันอีกในไม่ช้า เพราะเสียงหัวเราะของพ่อทำให้ฉันมีกำลังใจ และฉันก็ยังอยากถามคำถามเดิมๆซ้ำซากทุกวัน

พ่อจ๋า วันนี้กินข้าวกับอะไร แล้วมีอะไรไปส่งให้ยาย 

พ่อจ๋า กินข้าวอร่อยมั๊ย 

พ่อจ๋า คิดถึงแอนมั๊ย 

เพราะเมื่อไหร่ที่ฉันถามคำถามเหล่านี้ ก็มักจะมีเสียงหัวเราะของพ่อดังมาตลอด

 

ปล. 1 พ่อของฉันแท้จริงแล้วคือ ตา นะคะ แต่ด้วยความที่ตากับยายเลี้ยงมาฉันจึงติดที่จะเรียกท่านว่า พ่อ

ปล. 2 ฉันไม่ตั้งใจจะเขียนยาวอย่างนี้นะคะ แต่ตอนฉันเขียนฉันมีความสุขมาก อารมณ์ก็เลยไหล

ปล. 3 ทนอ่านหน่อยนะคะ อ่านไม่ไหวไม่เป็นไรค่ะ แค่แวะมาก็ขอบคุณมากแล้วค่ะ

ปล. 4 ทริป บ้านหุบเขา ฉันไม่มีรูปให้ดูนะคะ เพราะลืมเอากล้องไปกันซักคนเลย เสียดายมาก แต่ความประทับใจทุกอย่างฉันไว้ในความทรงจำแล้วค่ะ

 

แอนนี่ไทม์

โดย anytime

 

กลับไปที่ www.oknation.net