วันที่ พุธ กันยายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หญิงนี้ที่ไม่ได้แลกมาด้วยหมา ๒๐


๒๐  แมงกะไซค์จากไทยแลนด์

       สายคำนิ่งก้มหน้าไม่ยอมสบตาสามี  นั่นเป็นอาการที่ อลัน มองดูก็รู้แล้วว่าเธอโกหกเขา

    ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาเป็นเวลาหลายปี  ทั้งที่อยู่เมืองไทย จนย้ายข้ามน้ำข้ามทะเลมาด้วยกัน  หอบหิ้วเอาลูกชายติดแม่มาด้วย ทำเรื่องราวจนได้เข้าเป็นพลเมืองออสเตรเลียอย่างถูกต้องตามกฎหมายนี่สายคำทำตัวเป็นภรรยา และลูกสะใภ้ชาวตะวันออกที่ดีเสมอมา  จนเป็นที่รักใคร่  และวางใจของคนในตระกูลสามี

    โดยเฉพาะ ตัวของอลัน ผู้เติบโตมากับความสุขสบายจนเคยตัว  ไม่อยากแบกภาระใด ๆ ไว้บนบ่า ไม่ว่าเรื่องเงินเรื่องทอง หรือผลประโยชน์อื่นใดล้วนอยู่ในมือของสายคำ เธอสามารถจัดการแทนเขาได้ทุกอย่างโดยที่เขาไม่เคยจะพะวงใส่ใจ

    "ฉันจะทำบ้านให้แม่ใหม่ค่ะอลัน"

     "พี่ของฉันเขาจะตั้งบริษัท"

      "ลูกคนโตอยากมีหุ้นในตลาดหลักทรัพย์"

      ........

      มีเหตุผลมากมายที่สายคำใช้เพื่อโอนเงินไปเมืองไทย   ที่อลันได้แต่พยักหน้า โอเค...ๆ  เพราะเขารู้จักสมาชิกในครอบครัวของสายคำดีทุกคนอยู่แล้ว

      แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งที่สายคำโอนเงินก้อนโตไปให้คนอื่นแล้วโหกเขาว่าโอนไปให้พี่สาว  ครั้นอลันจับได้ สายคำก็ทำอาการอย่างนี้  คือนิ่ง ก้มหน้า ไม่ยอมสบตา อย่างที่ทำอยู่ขณะนี้นั่นแหละ  ครั้นถูกซักไซ้หนักเข้าเธอก็ร้องไห้ฟูมฟาย  และครั้นอลันโมโหโกรธา เธอกลับเชิดหน้าเถียงเสียงแข็ง น้ำมูกน้ำตาไหลย้อย

      "ใช่ค่ะ อลัน  ฉันโอนเงินไปให้มูลนิธิเพื่อการกุศล ที่เมืองไทย  ฉันขอโทษที่ปิดบัง  คุณจะโกรธฉันก็ได้  แต่ฉันก็ยังจะยืนยันว่าฉันไม่ได้ทำผิด  ไม่ได้ยักยอกทรัพย์สินของคุณพ่อของคุณ  ในเมื่อทรัพย์สินเหล่านี้มาจากการลงทุนในประเทศไทย  ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเงินทุน  หรือกิจการห้างใหญ่โต  โรงแรม  รีสอร์ท  หรือบริษัทผลิตผล  ผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่นใดที่คุณพ่อ และนักลงทุนทั้งหลายไปลงทุนไว้  เพื่อตักตวงผลประโยชน์ ล้วนมาจากเลือดเนื้อของคนจนในเมืองไทยทั้งนั้น  ตักตวงมาเพิ่มความร่ำรวยให้ตนและรัฐแห่งตนแล้วจัดสรรสวัสดิการแก่ผู้คนในประเทศนี้ให้อยู่กันอย่างสุขสบาย  ในขณะประชาชนของประเทศที่ไปสูบเลือดสูบเนื้อไม่เคยได้รับแม้เพียงเศษเสี้ยวครึ่งกะผีกของคนผู้อยู่เฉย ๆ ในประเทศนี้เลย  ดังนั้นคนในสังคมไทยก็ต้องช่วยกันเท่าที่จะทำได้         ฉันยอมรับละว่า ฉันหลีกเลี่ยงโกหกคุณ  แต่ฉันไม่ยอมรับว่าฉันทำผิด"

         อลันก็ได้แต่โอนอ่อนผ่อนตาม  เพราะจำนนต่อเหตุผลนั้น  แต่ครั้งนี้  อลันแน่ใจว่าสายคำไม่ได้โกหกแต่เพียงเขาเท่านั้น  ยังมีเด็กสาวนัยน์ตาพราว ลูกสาวของรัฐมนตรีนพดล  และคุณหญิงย่าผู้กำลังซักไซ้เอาความจากกิมหมวยอยู่ด้านนอกด้วย  เขากับเด็กสาวคนนั้นจึงยืนจ้องหน้าสายคำรอฟังคำตอบ  จนเธอยากจะหลีกเลี่ยง

        ออด ด  ด.....

        เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าของสายคำดังขึ้นเหมือนเสียงระฆังหมดยกดังมาช่วยชีวิตนักมวยที่อาการร่อแร่กำลังจะถูกน๊อค

       แต่เสียงระฆังครั้งนี้กลับทำให้สายคำเหมือนถูกน๊อคก่อนหมดยกเพียงเสี้ยววินาทีเสียเอง

     ทันทีที่เสียงปลายสายดังนั้นประโยคแรก  สายคำก็มีอาการตาโต ร้องตะโกนขึ้นด้วยอาการตกใจ  แล้วเข่าอ่อนทรุดกายลง  ปากสั่นพูดไม่ออก  อลันต้องถลันมาคว้าเอาโทรศัพท์ไปพูดเสียเอง

       เป็นสายจากจูดี้แม่ของอลันนั่นเอง  เธอบอกมาว่า เจ้าหนูบัณฑิต ลูกชายของสายคำ ผลุนผลุนออกจากบ้านไปตั้งแต่บ่ายจนป่านนี้ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับมา

     "ทำไมมีอะไรหรือแม่"

     อลันเสียงเครียดถามกลับไป  ทางปลายสายจึงอธิบายมาว่า  ตอนบ่ายวันนี้พ่อของอลันได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนที่เป็นเจ้าหน้าที่ศุลกากรได้โทรมาบอกว่า  รถมอเตอร์ไซค์จากประเทศไทยของนายบัณฑิต  จอห์นสคิง  ที่สายคำมักเรียกล้อเล่นกับลูกชายว่า  "แมงกะไซค์" นั้นจะถูกส่งคืน เพราะทางฝ่ายช่างเทคนิคได้ตรวจสอบแล้วเห็นว่าไม่ได้มาตรฐานการผลิต  ไม่สมควรนำมาให้ในประเทศนี้

    มันเป็นสมบัติชิ้นเดียวที่หนุ่มน้อยผู้ติดตามสายคำมารักมากที่สุด  สายคำยอมเสียเงินเสียทองมากมายในการจัดส่งมันลงเรือมา  และเจ้าของมันก็ใจจดใจจ่อรอคอยวันที่มันจะมาถึง 

          สายคำเข้าใจลูกดี  ความว้าเหว่ในต่างแดนนั้นมันร้ายกาจเพียงใด  มันจึงเป็นความหวังสิ่งเดียวทีเธอคิดว่าจะทำให้ลูกชายมีความสุขดังเช่นที่เคยเป็นอยู่ในบ้านเกิดเมืองนอน

     แต่บัดนี้ความหวังนั้นมันล่องลอยไปกับเสียงในโทรศัพท์เสียแล้ว

     "บอลลูกแม่"

     สายคำพูดเหมือนละเมอ  แล้วทรุดฮวบลงกับพื้น

  000000

(โปรดติดตามต่อไป)

     

   

       เสียงโทรศัพย์ในกระเป๋าของสายคำ

     

โดย เอื้อยนาง

 

กลับไปที่ www.oknation.net