วันที่ พฤหัสบดี กันยายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

การพังทลายของเงินเหรียญสหรัฐ



การพังทลายของตลาด NASDAQ อย่างรุนแรง ระหว่างปี 2000 - 2002  ทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐเสียรุนแรงตามมา http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/09/15/entry-1

ผลจาการการที่ตลาดหุ้นตกแรง
1) ทำให้สภาพคล่องของระบบเสียหาย
2) ทำให้มูลค่าสินทรัพย์และหลักประกันลดต่ำลง
3) ทำให้ค่าเงินลดลง และไหลออกนอกประเทศ
4) ทำให้ภาคการผลิตจริง และสถาบันการเงินล้มลง และคนตกงาน
5) ทำให้เกิดหนี้เสีย (non performing loan / npl)
6) ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ

ตลาดหุ้นประเทศใดพังทลาย ก็จะเกิดปรากฎการณ์ เช่นนี้ทุกประการ  ทุกประเทศ เช่น ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย และไม่เว้นแม้แต่ประเทศสหรัฐอเมริกา

ตลาดแนสแดกซ์พังทลาย ค่าเงินเหรียญสหรัฐไม่ได้รับความเชื่อมั่น ค่าเงินเหรียญสหรัฐเสียหาย และไหลออกนอกประเทศ ทำสภาพคล่องในประเทศเกิดการตึงตัว ทำภาคการผลิตจริงล้มลงเป็นจำนวนมาก อสังหาริมทรัพย์ขาดสภาพคล่อง ไม่สามารถผ่อนชำระได้ ทำให้เกิดปัญหาที่เรียกว่า sub prime เกิดหนี้เสีย ก็คล้ายๆ NPL's ที่เคยเกิดขึ้นกับประเทศไทยมาก่อนนั่นเอง

ประเทศสหรัฐอเมริกา สภาพคล่องเสียหาย แต่พยายามพยุงสถานะ โดยออกเครื่องมือทางการเงินที่เรียกว่า CDO (Collateralized debt obligation) คล้ายพันธบัตรชนิดหนึ่ง ออกขายไปทั่วโลก ได้เงินดังกล่าวมาเป็นทุนหมุนเวียน หรือเอามาปล่อยกู้ แต่ด้วยสภาพคล่องที่แย่ ลูกค้าไม่สามารถส่งทั้งต้นและดอกได้ ทำให้เกิดปัญหา ต้องล้มลงในที่สุด

ประเทศไทยก็มีการไปลงทุนในตราสาร CDO เช่นกัน ธนาคารไทยธนาคาร ลงทุนตราสาร CDO ที่อเมริกาถึง 200 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อสถาบันการเงินของอเมริกาล้มลง CDO ที่ธนาคารไทยธนาคารไปลงทุนไว้ ก็พลอยสูญไปด้วย สถาบันการเงินทั้งหลายทั่วโลก ซวนเซไปตามๆกัน

ปี 2008 น่าจะเป็นปีที่ความเสียหาย ทางการเงินของประเทศสหรัฐอเมริกา เดินมาถึงช่วงที่ไปต่อไม่ได้

การออกตราสาร CDO โดยไม่ทราบว่าสภาพคล่องของระบบเสียหายหนัก กว่าจะรู้ว่าเสียหายหนักก็เมื่อเกิดความเสียหายขึ้นแล้ว

การออกตราสาร CDO ของอเมริกา ก็คล้ายๆกับกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินของไทย ที่อัดฉีดสภาพคล่องให้สถาบันการเงิน แต่เพราะไม่ทราบความเสียหายมันรุนแรงมาก แม้จะอัดฉีดเท่าใดก็ยังไม่สามารถต้านความเสียหายได้ ถมเท่าใดก็ไม่เต็ม สุดท้ายสู้ไม่ไหว จึงพ่ายแพ้ 

ทางการไทย โดยกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ต้องยึดหลักประกัน และเรียกหลักประกันเพิ่ม ยึดทรัพย์ของสถาบันการเงินทั้งหมดมาขาย ก็ไม่คุ้มหลักประกัน หลักประกันติดลบ ราคาหุ้นที่ยึดมาเหลือหุ้นละ 0.01 บาท

คล้ายๆ Lehman Brothers ที่ราคาตลาด เหลือหุ้นละ 0.13 เหรียญ จากราคาต้นปี 80 เหรียญ

ประเทศไทยไม่เพียงพ่ายแพ้ต่อการพยุงค่าเงินบาทเท่านั้น แต่พ่ายแพ้ต่อการพยุงฐานะสถาบันการเงินด้วย

แพ้ 2 แพ้ ..แพ้ยิ่งกว่าแพ้ 

กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ก่อหนี้สาธารณะประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท เวรกรรมประเทศไทย

ทั้งการพ่ายต่อการปกป้องค่าเงินบาท และพ่ายแพ้ต่อพยุงฐานะสถาบันการเงิน คือความพ่ายแพ้ของประเทศไทย และคนไทย

ที่เป็นผลมาจากวิสัยทัศน์ ปรัชญา รวมทั้งคุณธรรมและจริยธรรม ที่ฟอนเฟะ ของศักดินา และนักการเมืองไทย

ศักดินา และนักการเมือง ลอยนวล มีแพะรับบาปคนเดียว

และทุกวันนี้ก็ยังก่อกรรมทำเข็ญให้ประเทศชาติ ประชาชนต่อเนื่อง

ดูจาก entry นี้ http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/08/06/entry-1

...........................................

ก่อนหน้านั้นภาคการผลิตจริง เช่น Enron WorldCom ได้ล้มลง

รัฐบาลสหรัฐสนับสนุนการเงิน Fannie Mae และ Freddie Mac มาตลอด สุดท้ายรัฐบาลต้องเข้าไปบริหารเอง Lehman Brothers หลังจากหาสภาพคล่องมาเพิ่มไม่ได้ ได้ขอศาลคุ้มครองการล้มละลาย Merrill Lynch ถูก BOA ซื้อ และ AIG ได้รับสภาพคล่องจาก FED 85,000 ล้านเหรียญสหรัฐ 

ความเสียหายเช่นนี้ ค่าเงินเหรียญสหรัฐก็จะเสียหายด้วย (ตามที่เสนอไว้ข้างต้น)

เรื่องของ Lehman Brothers
http://www.oknation.net/blog/toyubom/2008/09/17/entry-1

ราคาหุ้น  Lehman Brothers จากต้นปี 80 เหรียญ เหลือ 0.13 เหรียญ

@
.................................................................

ราคาหุ้น  Merrill Lynch  จากต้นปี 90 เหรียญ เหลือเพียง 19.36 เหรียญ

@
.................................................................

ราคาหุ้น  AIG  จากต้นปี 65 เหรียญ เหลือ 2.05 เหรียญ

AIG ได้การช่วยเหลือสภาพคล่องจาก ทางการ $ 85.000 ล้าน

@
.................................................................

วันที่ 17 กันยายน 2008 ในช่วงท้ายของวัน
..ราคาหุ้น LEH ตก 53.47 เปอร์เซนต์ ..ราคาหุ้น AIG ตก 44.53 เปอร์เซนต์

...................................................

การตกลงของราคาหุ้น และตลาดหุ้น ทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐเสียหายตามมา  .. 5 - 6 เดือนมานี้ ค่าเงินเหรียญสหรัฐทำท่าจะดีขึ้น ก็ต้องทรุดลงอีก เห็นได้จากการพุ่งขึ้นของราคาทองคำ และราคาน้ำมันเมื่อ วันพุธที่ 17 กันยายน 2008 ที่ผ่านมา ราคาทองคำ และราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น

...................................................

ราคาทองคำ พุ่งสูงขึ้น 85.2 เหรียญต่อเอานซ์ พุ่งขึ้นแรงเป็นประวัติการณ์


@
.................................................................

ราคาน้ำมัน พุ่งสูงขึ้น 3 - 6 เหรียญต่อ Barrel พุ่งขึ้นแรงเช่นเดียวกัน

......................................

การสูงขึ้นของราคาทองคำ และราคาน้ำมัน แสดงว่าค่าเงินเหรียญสหรัฐพังทลาย

......................................

@@@

 

โดย indexthai

 

กลับไปที่ www.oknation.net