วันที่ ศุกร์ กันยายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ต้นเหตุการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ของไทย และ สหรัฐ (การเมืองใหม่)


วอร์เรน บัพเฟตต์  บิล เกตส์ 

ตลาดหุ้นคือสิ่งผิดปกติในโลกทุนนิยม

เหตุการณ์วานิชธนกิจขนาดใหญ่ 4-5 แห่งของอเมริกามีปัญหา และล้มลงปี 2008 ต้นเหตุเกิดในปี 2000  หรือเมื่อ 8 ปีที่แล้ว

Hedge Fund ไม่เลือกว่าจะเป็นตลาดหุ้นของประเทศตะวันตก หรือประเทศตะวันออก ไม่เลือกว่าจะเป็นตลาดหุ้นของประเทศที่พัฒนาแล้ว หรือประเทศที่ยังไม่พัฒนา ไม่เลือกว่าจะเป็นตลาดหุ้นของประเทศเล็ก หรือประเทศใหญ่ หากประเทศใดเกิดจุดอ่อนให้เห็น เขาจะเข้าโจมตีตลาดหุ้นประเทศนั้นทันที ดังเช่นการเข้าโจมตีตลาดหุ้นไทยในปี 2536(1993) การเข้าโจมตีตลาดแนสแดกซ์ในปี 1999

วิธีการโจมตี คือลากตลาดหุ้นให้สูงขึ้นในช่วงต้น แล้วถล่มทุบลงในตอนท้าย

ผลจาการการที่ตลาดหุ้นตกแรง
1) ทำให้สภาพคล่องของระบบตึงตัว
2) ทำให้มูลค่าสินทรัพย์และหลักประกันลดต่ำลง
3) ทำให้ค่าเงินลดลง และไหลออกนอกประเทศ
4) ทำให้ภาคการผลิตจริง และสถาบันการเงินล้มลง และคนตกงาน
5) ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ
6) ทำให้เกิดหนี้เสีย (Non Performing Loans / NPLS)

ตลาดหุ้นประเทศใดพังทลาย ก็จะเกิดปรากฎการณ์ เช่นนี้ทุกประเทศ

เช่น ..ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย และไม่เว้นแม้แต่ประเทศสหรัฐอเมริกา

เหตุการณ์ที่ทำให้ค่าเงินเสียหาย ถือเป็นความรุนแรงที่สูงมาก ทำความเสียหายกับท้องถิ่นสูง ความรุนแรง มีมากกว่าระเบิดปรมณู มากกว่าการเกิดคลื่นสึนามิ หรือแผ่นดินไหว ผู้เขียนสังเกตว่า แผ่นดินไหวที่ประเทศจีนเมื่อเร็วๆนี้ ไม่ได้ทำให้ค่าเงินหยวนเสียหายแต่อย่างใด

จุดศูนย์กลางการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศไทย อยู่ในปี 2537 (1994) คือปีที่ตลาดหุ้นขึ้นสูงสุด ก่อนที่จะถูกถล่มลงอย่างรุนแรงในเวลาต่อมา คนทั่วไปเข้าใจผิดว่า วิกฤติประเทศไทยเกิดในปี 2540 (1997) แต่ปี 2540 เป็นปีที่วิกฤติคลี่คลาย ทั้งนี้เพราะมีการลอยค่าเงินบาท การผูกค่าเงินบาทไว้ตายตัวคือสิ่งไม่ถูกต้อง เมื่อมีการลอยค่าเงินบาท ภาวะตรึงเครียดทางการเงินจึงคลี่คลายลง

มีอีก 2 ประเทศ ที่เกิดวิกฤติในช่วงเวลาเดียวกัน คือประเทศอินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ ประเทศทั้ง 3 นี้ต้องเข้ารับความช่วยเหลือไอเอ็มเอฟทั้งหมด

ปี 1994 (2537) คือปีศูนย์กลางการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศไทย (เป็นวิกฤติครั้งที่ 2 ของประเทศไทย)


ปี 1997 (2540) คือปีที่วิกฤติเศรษฐกิจของประเทศไทยคลี่คลาย ..ไม่ใช่ปีเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ

อีก 6 ปีต่อมา ก็เริ่มเกิดวิกฤติที่ประเทศสหรัฐอเมริกา 

จุดศูนย์กลางการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกา อยู่ในปี 2000 ตลาดหุ้น NASDAQ มีขนาดประมาณ 1 ใน 3 ของตลาด NYSE ตลาดหุ้น Nasdaq ถูกลากขึ้นสูงสุดในต้นปี 2000 ก่อนที่จะถูกถล่มเทขายลงอย่างรุนแรงในเวลาต่อมา เกิดการล้มลงของภาคการผลิตจริง และสถาบันการเงินอย่างต่อเนื่อง เกิดความเสียหายต่อภาคการผลิตจริง เช่น Enron, WorldCom, ฯลฯ และภาคการเงิน เช่น Bear Stern, Fannie Mae, Freddie Mac, Lehman Brothers, Merrill Lynch, AIG คนอาจจะเข้าใจไม่ถูกต้องว่า วิกฤติเศรษฐกิจของอเมริกา เกิดในปี 2008 แต่ปี 2008 เป็นปีที่วิกฤติเศรษฐกิจสหรัฐน่าคลี่คลายมากกว่า

มีอีก 2 ประเทศ ที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจในช่วงเวลาเดียวกัน คือประเทศตุรกี และอาร์เจนตินา ประเทศตุรกีและอาร์เจนตินา ได้เข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจากไอเอ็มเอฟ ส่วนอเมริกาไม่ได้เข้าโครงการ ไอเอ็มเอฟ ภายหลังเศรษฐกิจตุรกีและอาร์เจนตินาฟื้นตัวได้เร็ว เนื่องจากเงินไหลออกจากอเมริกา ไปเข้าตุรกีและอาร์เจนตินา ที่เป็นผลมาจากค่าเงินเหรียญสหรัฐไม่ได้รับความเชื่อมั่น และไหลออกไปยังประเทศต่างๆนั่นเอง 

ปี 2000 คือปีศูนย์กลางการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจประเทศสหรัฐอเมริกา


ปี 2008 คือปีที่วิกฤติเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกาน่าจะคลี่คลาย  ..ไม่ใช่ปีเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ
 
ตลาดหุ้นในโลกนี้มีเกือบ 100 ประเทศ

ส่วนที่ทำให้ตลาดหุ้นแตกต่างกัน คือการผันผวนของดัชนีตลาดหุ้น ดัชนีตลาดหุ้นที่ผันผวนสูง(แกว่งตัวสูง) จะอ่อนแอสูง และถูกโจมตีได้ง่าย  และเกิดความเสียหายได้ง่าย SET Index ผันผวนสูงมาแต่เกิด (ตั้งแต่เปิดตลาด) แต่ Nasdaq Index ได้มีการปรับโครงสร้างดัชนีในปี 1999 ส่งผลให้ Nasdaq Index ผันผวนสูง แนสแดกซ์จึงถูกโจมตีทันที Hedge Fund ลากตลาดแนสแดกซ์ขึ้นตั้งแต่ปี 1999 และลากไปสูงสุดในต้นปี 2000 แล้วถล่มทุบลงอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจของอเมริกาดังกล่าว

วิกฤติเศรษฐกิจจะกลับมาซ้ำรอยประเทศที่ 'ดัชนีตลาดหุ้นเบี่ยงเบนสูง' ทุก 15 ปี ยกตัวอย่างเช่นประเทศไทยเป็นต้น

การเกิดวิกฤติ กระทั่งต้องเข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจากไอเอ็มเอฟ เทียบได้กับไฟไหม้บ้านและทรัพย์สินทั้งหมด ประเทศไทยเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ต้องเข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจากไอเอ็มเอฟมา 2 ครั้งแล้ว ไฟไหม้ประเทศแม้เพียงครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว แต่เพราะแก้ปัญหาไม่ถูกทิศทาง จึงทำให้เกิดวิกฤติเป็นครั้งที่ 2 ไฟไหม้ประเทศเป็นครั้งที่ 2 และอาจจะเกิดครั้งต่อๆไปอีก

วิกฤติครั้งแรกเราใช้เงินไอเอ็มเอฟไป  982 ล้านเหรียญสหรัฐ  และใช้หนี้หมดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2533

วิกฤติครั้งที่ 2 เราใช้เงินไอเอ็มเอฟไป  12,296 ล้านเหรียญสหรัฐ  และหนี้หมดเมื่อเดือนกรกฏาคม 2546

ที่มา : http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/06/12/entry-1

...........................................................................

การโจมตี SET Index ..

Hedge Fund ถือโอกาสช่วงที่ประกาศนำระบบ Maintenance Margin & Forced sell มาใช้ ลาก SET Index ขึ้นปีสูงสุดที่ 1,754 จุด ในต้นปี 1994 ก่อนที่จะทุบลงแรงในปีต่อมา คนที่ซื้อขายด้วยระบบ Maintenance Margin & Forced sell ถูกบังคับขายอย่างทารุณ

ตลาดหุ้นตก ทำให้สภาพคล่องเสียหาย ค่าเงินบาทเสียหาย ที่ไม่เห็นว่า Baht เสียหาย เนื่องจากมีการผูกค่าเงินไว้ตายตัว ทำให้ค่าเงินบาทแข็งเกินจริง ทำให้มีการขายหุ้นหนักขึ้น เพื่อได้บาท แล้วเอาบาทมาแลกดอลลาร์ กระทั่งทุนสำรองกาาเงินระหว่างประเทศแทบเกลี้ยง จึงยอมลอยค่าเงินบาทในที่สุด

ความจริงตลาดหุ้นควรจะฟื้นตัวหลังการลอยค่าเงินบาท แต่ได้มีการปิด 54 สถาบันการเงินเร็วเกินไป จึงทำให้ตลาดหุ้นตกต่อ หลังการลอยค่าเงินบาท หากให้สถาบันการเงินรอสักพัก สภาพคล่องจะกลับคืนมา จะทำให้เริ่มธุรกรรมทางการเงินได้ อาจจะไม่ต้องสั่งปิดสถาบันการเงินก็ได้ เป็นไปได้ว่ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ เกรงว่าหนี้(ที่อัดฉีดสภาพคล่องไว้)จะสูญ  จึงรีบยึดทรัพย์ดังกล่าว

ได้มีการปิดสถาบันการเงินในช่วงแรก 54 แห่ง แต่ถึงทุกวันนี้ประเทศไทยได้มีการปิดสถาบันการเงินไปแล้วกว่า 70 แห่ง

SET Index ตกแรงที่สุดในโลก 88 เปอร์เซนต์  ตกเป็นเวลาถึง 5 ปี จึงฟื้นตัว

@
..............................................................


BAHT  (USD / Baht) แสดงให้เห็นว่า ตลาดหุ้นตก เป็นต้นเหตุความเสียหายของค่าเงินบาท จะเห็นว่า เมื่อมีการประกาศลอยค่าเงินบาท เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 1997 ค่าเงินบาทตกลงทันที Bath ตกแรงถึง 54 เปอร์เซนต์ เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ


@
..............................................................

การโจมตี Nasdaq Index ..

Hedge Fund ไม่เลือกว่าเป็นตลาดหุ้นของประเทศชั้นนำ หรือไม่ใช่ตลาดหุ้นของประเทศชั้นนำ หากเปิดจุดอ่อนให้เห็น พวกเขารุมโจมตีทันที

NASDAQ Index ได้มีการปรับโครงสร้างการคำนวณดัชนี (index reform) ทำให้ Nasdaq Index เบี่ยงเบนสูง คือจุดอ่อน จึงถูกรุมโจมตีทันที

Nasdaq Index ตกเป็นเวลา 3 ปี จึงฟื้นตัว ตกมากที่สุด 78 เปอร์เซนต์


@
..............................................................

USD (EURO / USD) แสดงให้เห็นว่า ตลาดหุ้นตกหนัก ทำให้ค่าเงินตกตามมา ค่าเงินเหรียญสหรัฐตกลงกับทุกสกุล กราฟที่แสดงให้เห็นนี้ คือค่าเงินเหรียญสหรัฐเทียบกับเงินยูโร เงินเหรียญสหรัฐตกเป็นเวลา 7 ปี และตกมากที่สุด 48 เปอร์เซนต์

@
..............................................................

..............................................................

การเคลื่อนย้ายทุนของโลก

ค่าเงินเหรียญสหรัฐเสียหาย ไม่ได้รับความเชื่อมั่น ไหลออกไปท่วมโลก การเคลื่อนย้ายเงินทุน มีน้ำหนักเท่าธรรมชาติ ไม่มีพลังใดจะมาต้านทานได้

จีนพยายามผูกค่า Yuan ไว้คงที่ จึงส่งผลให้ค่าเงินหยวนอ่อนผิดจริง เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ

ทำให้ดอลลาร์ทั่วทุกสารทิศไหลเข้าจีน ไหลเข้าไปซื้อ Yuan (ราคาถูก) 

จนทำให้จีนมีทุนสำรองการเงินระหว่างประเทศสูงที่สุดในโลก กว่า 1.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

เงินไหลเข้าอย่างผิดปกติ ส่งผลให้เศรษฐกิจจีนเจริญมาก

แต่นี่คือสัญญาณอันตราย ที่มีต่อประเทศจีน ที่ไม่มีใครทราบ ไม่มีใครมีประสบการณ์

เสียงเซ็งแซ่ จีนเจริญ? จีนเจริญ? ..ยังไม่รู้จักโลงศพ จึงไม่หลั่งน้ำตา

@

แล้วจีนก็ไม่สามารถผูกค่าเงินไว้เหมือนเดิมได้ ถูก USD ไล่ซื้ออย่างรุนแรง กระทั่งกลางปี 2005 ได้เสียสถานะ และแข็งค่าขึ้น สังเกตวงกลมในกราฟ..

USD (YUAN / USD)  กราฟแสดงให้เห็นว่าค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่ามากที่สุด 18 เปอร์เซนต์ เมื่อเทียบกับเงินหยวน

@
..............................................................

การเปลี่ยนแปลงทุนสำรองการเงินระหว่างประเทศของไทย

ปี 2537 - 2538 ประเทศไทยมีทุนสำรองการเงินระหว่างประเทศประมาณ 38,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

เดือนกรกฏาคม 2540 เดือนที่มีการลอยค่าเงินบาท ประเทศไทยมีทุนสำรองฯ รวมภาระสว๊อปแล้ว เหลือเพียง 1,400 ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น


ช่วงท้ายรัฐบาล   ............................ทุนสำรองฯสุทธิ รวมทองคำ (ล้านเหรียญสหรัฐ)
พลเอกชวลิต ยงใจยุทร ..................... 8,962
นายชวน หลีกภัย  .............................30,526
พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ................. 73,926
พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ................... 106,541

ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย

ถามว่าทุนสำรองฯ ที่เพิ่มขึ้นขนาดนี้ อย่างนี้ เป็นผลมาจากการนำเข้า ส่งออก และการท่องเที่ยวหรือ ?

คนทั่วไปเข้าใจว่า เงินไหลเข้าออกประเทศ เป็นผลมาจากการนำเข้าและส่งออก และการท่องเที่ยว

ความเข้าใจดังกล่าวนี้ เชยแล้ว (ดูตัวเลขการเปลี่ยนแปลงทุนสำรองฯ)

ทั้งนี้เพราะไม่มีประสบการณ์ ไม่มีข้อมูล ไม่มีความรู้เรื่อง โลกทุนนิยมยุคใหม่ที่มีตลาดทุนและตลาดเงินเป็นองค์ประกอบ นั่นเอง

การไหลเข้าของเงินอันเนื่องมาจาก การนำเข้าและส่งออก และการท่องเที่ยว จิ๊บจ๊อย แล้ว

แต่ มีการ ไหลเข้าออกเพราะการเก็งกำไร ในตลาดทุนและตลาดเงิน มากกว่า และเป็นหลัก

หากมีข้อมูล ความรู้ไม่ถูกต้อง ก็จะแก้ปัญหาไม่ถูกต้อง

เมื่อมีข้อมูล ความรู้ที่ถูกต้อง ก็จะแก้ปัญหาได้ถูกต้อง

ตลาดหุ้นเพิ่งเกิดขึ้นในโลกมาได้ประมาณ 100 ปี มันเกิดขึ้นจากสมองและมือของมนุษย์

มันคือการซื้อขายแลกเปลี่ยน 'กระดาษ' เท่านั้นเอง  ตกผลึกแล้วหรือว่ามันคือสิ่งที่ถูกต้อง

แต่ตอนนี้มันใหญ่กว่าภาคการผลิตจริง อย่างเทียบกันไม่ติด ..และกำลังเป็นปัญหาของโลกทุนนิยม

ส่งผลให้

วอร์เรน บัพเฟตต์  มั่งคั่ง ที่สุดในโลก ...non real sector

บิล เกตส์  มั่งคั่งเป็นรอง ...real sector

ผู้อ่านเห็นความผิดปกติ และเบี่ยงเบน ของโลกทุนนิยมหรือไม่ ?

ผู้เขียนจะอุปมา-อุปมัย อย่างนี้

1) คนโลกกลุ่มที่ 1 ทั้งโลก มีกิจกรรม non real sectors ทั้งหมด เช่น ซื้อขายหุ้น ซื้อขายหวยเบอร์ ชกมวย เตะฟุตบอลล์ เล่นกีฬา แสดงหนัง ร้องเพลง แสดงละคร เล่นม้า และบ่อนการพนัน ..ถามว่าจะเอาข้าวที่ไหนมารับประทาน

2) คนโลกกลุ่มที่ 2 ทั้งโลก มีกิจกรรม real sector  ทำนาทำไร่ ปลูกข้าว ข้าวโพด ปลูกถั่ว ปลูกงา ผลิตเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการเกษตร ผลิตรถยนต์  ผลิตคอมพิวคอมพิวเตอร์ ฮาร์ตแวร์ ซอฟท์แวร์ ..สามารถมีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์

แสดงให้เห็นว่า

คนกลุ่มแรกจะอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีคนกลุ่มที่ 2 ..จะไม่มีข้าวกิน

คนกลุ่มที่ 2 สามารถอยู่ได้อย่างดี โดยไม่จำเป็นต้องมีคนกลุ่มที่ 1 เลยก็ได้ ..ยังไงก็มีข้าวกิน

นั่นคือคนกลุ่มแรก มีกิจกรรม มีธุรกรรม เอารัดเอาเปรียบคนกลุ่มที่ 2

ความเบี่ยงเบน คือ ..คนกลุ่มแรกกลับมีความมั่งคั่งกว่าคนกลุ่มที่  2... 

เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร ..อาชีพอบายมุข ..มีฐานะเหนืออาชีพสุจริตชน

แล้วก็เอาความมั่งคั่ง มาเบียดเบียนคนธรรมดาทั่วไป เช่นใช้วิทยุปลุกระดมมวลชนมาตีพันธมิตรอุดรธานี และให้มาเผาหมู่บ้านราชธานีอโศก อุบลราชธานี

ที่ประเทศไทย คนขายเหล้าเบียร์ ขายน้ำกระตุ้นประสาท มั่งคั่งที่สุด

เป็นความเบี่ยงเบนทางเศรษฐกิจสูงมาก

ทุกวันนี้มีการพูดถึง Product champion ผู้เขียนไม่ได้สนใจว่ามันคืออะไร แต่พระพุทธเจ้าพูดไว้เมื่อ 2551 ปีมาแล้ว คือข้าว หรือทำนาทำไร่ 

ทุกวันนี้มีการพูดถึง Product champion ผู้เขียนไม่ได้สนใจว่ามันคืออะไร แต่พระพุทธเจ้าพูดไว้เมื่อ 2551 ปีมาแล้ว คือข้าว หรือทำนาทำไร่ 

ข้าวต่างหาก คือ Product champion 


วอร์เรน บัพเฟตต์ มั่งคั่ง ที่สุดในโลก

ด้วยเครื่องมือตลาดตราสารอนุพัธ์ (financial derivative) ในตลาดทุน
ไม่ว่าหุ้นจะขึ้นหรือตก วอร์เรน บัพเฟตต์ สามารถทำกำไรได้ทั้ง 2 ทาง
หุ้นขึ้นก็สามารถสร้างความมั่งคั่งได้
หุ้นตกก็สามารถสร้างความมั่งคั่งได้

แต่คนท้องถิ่นอเมริกันจนลง

ปัญหา sub prime และวิกฤติทางเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาขณะนี้ เป็นตัวบอกว่าคนอเมริกันจนลง ที่ไม่สามารถชำระเงินกู้ได้ ไม่ได้เกิดความเสียหายกับคนไม่กี่คน แต่เกิดขึ้นกับคนทั้งระบบ หรือเกิดขึ้นกับคนทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา

.....................................................

การไหลเวียนเงินทุนของโลก เงินจะไหลหนีจากสกุลที่เสียหาย ไปสูงสกุลเงินที่ไม่เสียหาย ที่เป็นต้นตอการเกิดกลไกทางเศรษฐกิจของโลกทุกวันนี้

ตลาดหุ้นนั่นเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้ค่าเงินเสียหาย ความเสียหายนอกจากจะเกิดวิสัยทัศน์ปรัชญา คุณธรรมและจริยธรรมในการบริหารจัดการตลาดหุ้น

และอาจจะเกิดภาวะทางจิตวิทยา กิเลส ความกล้าและความกลัว จากการสูงต่ำของราคาตลาดได้ เช่นเมื่อเห็นว่าราคาสูงเกินไปก็ขายออก และเมื่อเห็นว่าราคาต่ำไปก็เข้าไปซื้อ เรียกว่าการเก็งกำไร

ส่งผลให้

ค่าเงินสูงและต่ำ สลับกันไป

เมื่อเงินไหลออกจากประเทศไทยได้ ก็ไหลกลับประเทศไทยได้ เมื่อเงินไหลออกจากประเทศอเมริกได้ ก็ไหลกลับอเมริกาได้

ไหลแบบสึนามิ ไม่ว่าจะไหลเข้าหรือไหลออก จะไหลเข้าออกด้วยความรุนแรง จะมีแต่ความเสียหาย

ผ่านไปทางใด ทางนั้นก็ราบเรียบ เป็นหน้ากลอง

.....................................................

ตลาดหุ้นประเทศใดตกหนัก ก็จะทำให้ค่าเงินของประเทศนั้นตกลงด้วย ความเป็นไปของตลาดหุ้น ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงค่าเงินโดยตรง

.....................................................

ขอยก ..การพังทลายของตลาดหุ้นรัสเซีย และค่าเงิน Russian Rouble ที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้ (ปี 2008) มาเป็นตัวอย่างอีก 1 ตัวอย่าง

RUSSIAN RTS  Index ตก 58 เปอร์เซนต์


@
..............................................................


Russian Rouble  (USD / Rouble)  ตก 10 เปอร์เซนต์

@


ยืนยัน(Confirm) ความเสียหายของตลาดหุ้น คือความเสียหายของค่าเงิน การพังทลายของตลาดหุ้น คือการพังทลายของค่าเงิน

@
..............................................................

ต้นเหตุการเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจของประเทศไทย และประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่ได้แตกต่างกัน

เกิดจากความผิดปกติของตลาดหุ้น ... เช่นเดียวกันทุกประการ

ความเสียหายเป็นไปตาม 6 ข้อที่กล่าวไว้ข้างต้น..เหมือนกันทั้ง 2 ประเทศ

ผิดกันแต่ความรุนแรงเท่านั้น ว่าประเทศใดเกิดความเสียหายรุนแรงกว่ากันเท่านั้น
เทียบตามลักษณะการแก้ปัญหา และองค์ประกอบของเครื่องมือ เช่นการผูกค่าเงินไว้ตายตัวของประเทศไทย
เทียบตามอัตราส่วนแล้ว ผู้เขียนเชื่อว่า ..ประเทศไทยเสียหายรุนแรงมากกว่าประเทศสหรัฐอเมริกา

ความเสียหายของอเมริกัน
ภาคการผลิตจริง Enron, WorldCom และภาคการเงิน Bear Stern, Fannie Mae, Freddie Mac, Lehman Brothers, Merrill Lynch, AIG เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความเสียหายเท่านั้น ความจริงมีมากกว่านี้

ความเสียหายของประเทศไทย
ปรส. บสท. และคณะผู้บริหารแผนทีพีไอ คือหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมาจัดการกับภาคการเงิน และภาคการผลิตจริงที่เสียหาย เป็นตัวย้ำว่าประเทศไทยเสียหายมาก

หาก วอร์เรน บัพเฟตต์ มั่งคั่ง แล้วคนอเมริกัน(คนทั้งโลก) มั่งคั่ง ก็หาไช่เรื่องที่จะมาวิพากษ์วิจารณ์กันแต่อย่างใด

วอร์เรน บัพเฟตต์ มั่งคั่ง แต่คนอเมริกัน(คนทั้งโลก) ยากจนค่นแค้นลง ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย

เป็นความเบี่ยงเบน เป็นความผิดปกติ เป็นแอ๊บแบ๊วโลกทุนนิยม
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/04/21/entry-1 อ่านต่อ 

โลกทุนนิยมกำลังล่มสลาย
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/06/17/entry-1

ตลาดทุนยุคใหม่ ยิ่งพัฒนา ยิ่งนำพาโลกจนลง

เรากำลังห่วงใยภาวะโลกร้อน

แต่ไม่มีใครแม้คนเดียว จะทราบว่า ตลาดทุน เลวร้ายยิ่งกว่ากรณีภาวะโลกร้อน

ตลาดทุนนั่นเอง คือต้นเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน

.........................................

ท่านใดก็ตาม...

สามารถนำเรื่องนี้ขึ้นไปถึงมือประธานาธิปดีสหรัฐได้ ทำความเข้าใจ และหาทางแก้ไขโครงสร้างทางเศรษฐกิจโลกได้อย่างถูกทิศทาง

จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง (Change) เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์

จะสามารถหยุดการล่มและเสื่อมสลายของโลกได้

อนุโมทนา
@@@

(ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนท)

โดย indexthai

 

กลับไปที่ www.oknation.net