วันที่ เสาร์ กันยายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หญิงนี้ที่ไม่ได้แลกมาด้วยหมา ๒๑


๒๑.นายบัณฑิต  จอห์นสคิง

        แต่สภาพของสายคำที่เข่าอ่อนนอนระทวยลงไปไม่เป็นท่านั้น  กลับทำให้ อลัน ใจอ่อน สงสาร มากกว่าจะมาซักไซ้ให้ได้เรื่องราวที่เขาแค่สงสัย  เขาจึงเก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋าใบเก่าแสนรักของภรรยา เสียงมันกระทบอะไรบางอย่างในนั้นดังกริ๊ก...แต่เขามัวกังวลกับเจ้าของมันมากกว่าจึงคล้ายไม่ได้ยิน  หรือไม่ใส่ใจ  หรือไม่รู้สึกผิกปกติใด ๆ กับเสียงนั้น

       ผิดกับนพดารา เด็กสาวรู้ว่านั้นคือเปลือกหอย  ที่เคยเห็นและได้จับต้องแล้วเมื่อป้าสายคำนำมันออกมาโชว์เมื่อวาน         เสียงนั้นจึงกระทบความรู้สึกจนต้องนิ่งเหมือนได้คิดขึ้นมาทันที

     "ใจเย็น ๆ นะที่รัก"  อลันพูดเสียงอ่อนโยน  ก้มตัวลงไปหาด้วยกิริยานุ่มนวล  พลางปลอบโยนสายคำอย่างห่วงใย  " คงไม่มีอะไรร้ายแรงหรอก  อาจบางทีเขาไปหาเพื่อน ๆ ของเขาก็ได้"            น้ำเสียงและการแสดงออกนั้นทำให้เด็กสาวรู้สึกเสียวแปลบในใจ ภาพของพ่อผู้มีแต่อำนาจเหนือแม่และลูกฉายขึ้นมาแว๊บ ๆ ในห้วงสมอง เหมือนทุกครั้งที่ได้เห็นครอบครัวอื่น ๆ เขามีความอบอุ่นกัน

      สายคำลุกขึ้นนั่ง  มีคุณนายแดงยิหวาลงนั่งเคียงข้างยื่นมือมาลูบหลังยังกับทำกับเด็กๆ

     "เขาไปบ้านเพื่อนก็ดีซีคะ"  สายคำพูดเจือสะอื้น   " ฉันขอภาวนาให้เป็นอย่างนั้น  เกรงแต่ว่าเขาจะเข้าป่า  ปีนขึ้นไปบนภูเขาไปที่ถ้ำเหนือน้ำตกในป่าที่เขาชอบไปนะซี  คนแถว ๆ ริงการูมายิ่งเคยพูดกันถึงเสือป่าทัสมาเนียนว่ามาป้วนเปี้ยน จับเอาแกะไปกินอยู่บ่อย ๆ"

      "โธ่..."  อลันแทบหัวเราะก๊ากออกมาถ้าไม่เกรงใจ  เพราะใครๆก็รู้กันอยู่ว่าเสือทัสมาเนียนนั้นสูญพันธุ์ไปนานแล้ว  ซากศพตัวสุดท้ายของมันถูกเก็บไวในพิพิธฑภัณฑ์แล้ว  มีแต่ชาวบ้านพวกจินตนาการสูงส่งเท่านั้นแหละที่ยังเชื่อว่ามันยังมีอยู่ในป่ารก ๆ แถบเทือกเขาบลูเธียร์ ที่ทั้งรกเรื้อและหนาวเย็นแทบตลอดปี  "บอยเขาคงไม่ถูกเสือทำอันตรายหรอก เรื่องนี้ผมขอรับรองสองร้อยเปอร์เซ็นต์"

    "พี่บอยหายไปหรือคะ"   นพดาราเพิ่งจับใจความได้  เลยหันเหความสนใจเรื่องของพ่อไปชั่วคราว  อีกอย่างความที่ไม่ค่อยได้ใกล้ชิดสนิทสนมดังครอบครัวปกติ  ทำให้ความผูกพันไม่ขันเกลียวแน่นเหนียว  เหมือนเกลียวเชือกที่ฝั้นกันไว้หลวม ๆ ครั้นชื่อของนายบัณฑิตเข้ามาแทนที่  เกลียวนั้นก็คลายออกไปง่ายดาย

     "ใช่จ้ะ  แม่ของอลันโทรมาบอก"  สายคำตอบแล้วหันไปหาสามี  "เราคงต้องกลับกันเดี๋ยวนี้นะอลัน" 

     สายคำลุกขึ้นเดินเข้าห้องไปมีคนทั้งสามตามติดอย่างห่วงใย

    "พี่บอยหนีไป"

     นพดารายังคำคล้ายยังไม่อยากเชื่อ  ภาพของเด็กหนุ่มคนนั้นผุดพรายขึ้นมาในห้วงความทรงจำ  ด้วยคุ้นเคยกันเหมือนเป็นพี่ชายคนหนึ่ง  และเป็นเพื่อนในฐานะเป็นเด็กต่างชาติในดินแดนแสนไกลนี้   อีกทั้งเขายังเป็นลูกชายของเพื่อนแม่ที่เป็นยิ่งกว่าเพื่อน

    บัณฑิต  จอห์สคิง  ชื่อเป็นไทยแต่นามสกุลฝรั่ง  ดูช่างขัดแย้ง  เช่นเดียวกับบุคคลิก  และความคิดอ่านของเขาที่แสดงออก

    เขาเป็นหนุ่มน้อยนัยน์ตาชวนฝันที่ดูสงบเรียบร้อย  และเชื่อฟังผู้ใหญ่เป็นอันดี  ในกลุ่มคนไทยด้วยกันที่ได้รู้จักต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นบุญของสายคำเหลือเกินที่มีลูกชายน่ารักว่านอนสอนง่าย 

      แต่ในความที่มีวัยใกล้เคียงกัน  มีโอกาสได้ร่วมกิจกรรมหลาย ๆ อย่างด้วยกัน  จนสนิทสนมคุ้นเคย  นพดารา จึงได้รู้ว่า  ภายใต้ความสงบเย็นนั้นกรุ่น ๆ ด้วยอารมณ์เก็บกดที่ปกปิดซ่อนเร้นอยู่ภายใน ดังเช่นทะเลราบเรียบแต่ไม่รู้ว่าใต้ท้องทะเลนั้นมีอะไร  พร้อมจะกลายเป็นคลื่นโหมกระหน่ำซัดชายฝั่งได้ทุกเมื่อ

     "พี่ออกจะสุขสบาย  ป้าสายคำก็ออกจะร่ำรวย  พี่บอยก็ต้องร่ำรวยด้วย  เพราะป้าสายคำรักพี่บอยมาก  แล้วยังจะเบื่ออะไรอีก"    นพดาราเคยค่อนแคะ  เมื่อเขาบ่นว่าเบื่อให้ได้ยิน

     "ความร่ำรวยเท่านั้นหรือคือสิ่งที่คนเราต้องการ" 

     น้ำเสียง  แววตา  และอาการประชดประชันนั้นทำให้นพดาราถึงกับชะงักงันพูดไม่ออก  สีหน้าและแววตานั้นกระแทกใส่ลูกสาวรัฐมนตรีจนรู้สึกมึน  แม้จะเพิ่งผ่านวัย แห่งความเป็นเด็กหญิงมาได้ไม่นานนัก  แม้จะอยู่ห่างไกลไม่ได้ใกล้ชิดกับพ่อ  และครอบครัวของพ่อ  แต่เด็กสาวก็ได้รับรู้ ถูกถ่ายทอดให้รู้ว่าเงินนั้นสำคัญนักหนา  เงินคืออำนาจ  เงินคือทุกสิ่งทุกอย่าง...

    "ไม่รู้ซีคะ" 

        นพดาราจำได้ว่าตัวเองตอบไปอย่างนั้น  เพราะคิดไม่ออกจริง ๆ  เคยคลางแคลงอยู่บ้างว่าการที่ตนเองต้องเกิดมาเป็นลูกที่ต้องหนีมาอยู่เสียแสนไกลอย่างนี้เพราะอำนาจเงินนั้นด้วยหรือเปล่า  และการที่ป้าสายคำหอบหิ้วลูกชายมาก็เพราะตระกูลจอห์นสคิงนั้นร่ำรวยเงินทองหรือเปล่า 

    "พี่เองก็ไม่รู้เหมือนกันแหละ"

    ผู้ตั้งคำถามกลับเป็นฝ่ายผ่อนสายป่านที่กำลังเขม็งเกลียวลงเสียเอง  เพราะตัวเองก็ไม่รู้ว่าที่เบื่อนั้นคือเบื่ออะไร

     "ให้หนูไปด้วยได้ไหมคะป้าสายคำ  หนูอยากไปช่วยค้นหาพี่บอยเหมือนกัน"

     ที่สุดนพดาราก็ตัดสินใจเอ่ยปากขอไปด้วยเพราะมีความรู้สึกร่วมในการสูญเสียของป้าขึ้นมาจริง ๆ

    "ฉันก็จะไปด้วยค่ะ"

     คุณนายแดงยิหวาเหมือนถูกลืมไปชั่วคราว  ดูเหมือนทรูกานินีจะไม่แสดงบทบาทเลยในตอนนี้  สายคำมองหน้าหมอง ๆ นั้นแล้วก็หันไปมองสามี      เขาพยักหน้าน้อย ๆ ทั้งสามีภรรยาต่างเข้าใจความรู้สึกของผู้หญิงคนหนึ่งที่เพิ่งได้พบว่าสามีที่เคยเป็นเหมือนฉัตรแก้วกั้นเกศมาตลอด  ช่วยเชิดหน้าชูตาของเธอให้ลอยเฉิดฉายในสังคมไฉโซเมืองไทยมาตลอดนั้นมีอะไรปิดบังซ่อนเร้นมานานแสนนาน  นานจนลูกสาวของเขากับผู้หญิงอื่นจะกลายเป็นสาวแล้วโดยที่เธอไม่เคยระแคะระคาย  มันเป็นความรู้สึกของคนที่ตกจากที่สูงลงมาลิ่ว ๆ จากหน้าผาสู่ห้วงน้ำด้านล่าง ด้วยน้ำมือการผลักของคนรักที่วางใจกันตลอดมานั่นเอง

    สำหรับสายคำแล้ว  ไม่ว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นคุณนายแดงยิหวา  หรือทรูกานินี  ก็ล้วนเป็นเพื่อนผู้กำลังจะจมน้ำทั้งนั้นจึงไม่ปฏิเสธที่จะยื่นมือลงไปให้เพื่อนเกาะเกี่ยวเอาไว้  เช่นเดียวกับอลันผู้มองโลกสดใส และเข้าใจคนอื่นเสมอ

      แต่สำหรับเด็กสาว นพดารานั้น  ทั้งสองยังไม่กล้าตัดสินใจ

     "ก็ได้แต่หนูต้องไปขออนุญาตแม่เสียก่อน"

     "แม่ไม่ว่าหรอกค่ะ  หนูเคยไปบ้านป้าบ่อย ๆ นี่คะ"

     เด็กสาวไม่ต้องรอฟังคำตัดสินอีกรีบร้อนเดินดุ่มจะกลับไปเตรียมของจึงปะทะเข้ากับร่างของใครคนหนึ่งเข้าอย่างจัง

     "จะไปไหนกัน  ยังไปไม่ได้ทั้งนั้น  ทุกคนนั่นแหละ  แม่สายคำด้วย  เธอคงไม่ได้เตรียมจะหลบหนีความผิดหรอกนะ"

     คุณหญิงย่านั่นเอง  มายืนจังก้าอยู่แต่เมื่อไหร่ไม่รู้  ทั้งน้ำเสียงและสีหน้าบอกให้รู้ว่า  วันนี้ต้องได้เห็นดีกันแน่ ๆ

00000000

(โปรดติดตาม)

   

    

โดย เอื้อยนาง

 

กลับไปที่ www.oknation.net