วันที่ อาทิตย์ กันยายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

'หมอผีเขมร' มนต์เสื่อม! ลูกหม้อ 'กรมกร๊วก' ปลดแอก?


ท่ามกลางข่าวการเมืองร้อน จู่ๆ ก็มีข่าวข้าราชการและพนักงานกรมประชาสัมพันธ์จำนวนนับร้อยคน ก่อหวอดประท้วงขอความเป็นธรรมเรื่องสิทธิประโยชน์ของพนักงาน เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน ยังเรียกร้องให้ผู้บริหารเปลี่ยนโลโก้สถานีจาก 'เอ็นบีที' กลับมาเป็น 'ช่อง 11' เหมือนเดิม เนื่องจากช่วงที่เป็น 'เอ็นบีที' ภาพลักษณ์องค์กรสูญเสียความน่าเชื่อถือจากสังคม เนื่องจากทิศทางการนำเสนอข่าวและรายการ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ารับใช้นักการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากเกินไป

น่าสนใจว่า วันดังกล่าวมีวาระการประชุมเรื่องของการปรับเงินเดือนเพื่อแก้ปัญหาภายในองค์กร แต่กลับมีพนักงานรวมกลุ่มกันประท้วง เพื่อต้องการปรับขึ้นเงินเดือนอย่างจริงจัง เนื่องจากตั้งแต่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ เปลี่ยนมาเป็นสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที พนักงานเพียง 400 คน ต้องทำงาน 24 ชั่วโมง ซึ่งพนักงานส่วนใหญ่ยังเป็นเพียงลูกจ้างประจำ และยังคงได้รับค่าตอบแทนที่น้อยด้วย

อีกประการหนึ่ง ปัจจัยที่สร้างความไม่พอใจแก่ข้าราชการและลูกจ้างเป็นอย่างมาก สืบเนื่องจากหนังสือส่วนราชการด่วนที่สุด จากกองการเจ้าหน้าที่ฝ่ายสรรหา และประเมินประสบการณ์ ที่ นร.0203.05/2333 เรื่องการจ้างลูกจ้างชั่วคราวประจำปีงบ 2552 ระบุว่า การทำสัญญาค้ำประกันโดยบุคคลและการวางเงินค้ำประกันตลอดการจ้างทุกปี

โดยมี 14 ตำแหน่งที่จะต้องทำสัญญาค้ำประกัน และวางเงินค้ำประกัน ตั้งแต่ 3,000-8,000 บาท อาทิ ผู้สื่อข่าว นักวิชาการโสตทัศนศึกษา นักวิชาการการเงินและบัญชี นักวิชาการพัสดุ และพนักงานขับรถยนต์ โดยมีผู้ใหญ่ของกรม ลงนามเป็นทอดๆ ซึ่งเอกสารดังกล่าวมีประมาณ 6 หน้า

ทั้งนี้ ทุกปีที่ผ่านมา การจ้างงานทั้ง 14 ตำแหน่งไม่เคยมีการเรียกเก็บเงินค้ำประกัน ซึ่งปีงบประมาณ 2552 ถือเป็นครั้งแรกที่มีการเรียกเก็บเงินดังกล่าว จึงสร้างความไม่พอใจให้แก่ข้าราชการและลูกจ้างของสถานี

ทำให้ สุริยงค์ หุณฑสาร รักษาการผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ได้เรียกข้าราชการและลูกจ้างไปพร้อมกันที่ชั้น 8 ของอาคารเอ็นบีที เวลา 11. 00 น. เพื่อชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้น

ภายหลังการเจรจาซึ่งใช้เวลานานเกือบ 3 ชั่วโมง ตัวแทนพนักงานช่องได้ยื่นหนังสือข้อเรียกร้องต่อให้ผู้บริหาร จำนวน 3 ข้อ คือ

1.ต้องเปลี่ยนแปลงโลโก้ NBT เป็นโลโก้ช่อง 11 ทันที เนื่องจากพนักงานไม่ได้รับความปลอดภัยจากโลโก้ NBT

2.ต้องพิจารณาฐานเงินเดือนของพนักงานช่อง 11 เดิม ให้เทียบเท่ากับพนักงานไอทีวี ที่เข้ามาใหม่ ยกตัวอย่างเช่น ช่างภาพไอทีวี เดิมมีฐานเงินเดือนสตาร์ทที่ 2 หมื่นบาท แต่ลูกจ้างของช่อง 11 กลับเริ่มต้นแค่ 7,500 บาท

3.ให้ดูแลเงินเบี้ยเลี้ยง เงินสวัสดิการ ไม่ให้มีการเหลื่อมล้ำกันมากเกินไป และควรจ่ายให้ตรงเวลา ซึ่งรองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ได้รับเรื่องไว้ จะนำเสนอระดับผู้มีอำนาจตัดสินใจต่อไป

อีกทั้ง ตัวแทนพนักงานช่อง 11 ได้ย้ำจุดยืนชัดเจนว่า หากยังไม่ได้คำตอบในเรื่องผลตอบแทนที่เหมาะสม การเคลื่อนไหวครั้งนี้ก็เป็นเพียงการส่งสัญญาณเตือนเท่านั้น หากไม่มีความคืบหน้า ก็จะต้องมีการเคลื่อนไหวที่หนักหน่วงและรุนแรงกว่านี้

สุริยงค์ กล่าวหลังการประชุมว่า การประชุมในครั้งนี้ เรื่องใหญ่คือเรื่องสิทธิประโยชน์ของลูกจ้างชั่วคราวช่อง 11 ซึ่งมีความเหลื่อมล้ำกับพนักงานไอทีวีเดิมมาก จึงอยากให้ผู้ใหญ่ในกรมประชาสัมพันธ์ช่วยดูแล ส่วนเรื่องโลโก้เอ็นบีที เป็นเรื่องรองลงไป

โดยลูกจ้างชั่วคราวของสถานี อยากให้ผู้ใหญ่ช่วยพิจารณาในการบรรจุให้เป็นลูกจ้างประจำ และช่วยปรับฐานเงินเดือนให้มีความเหมาะสม เพราะฐานเงินเดือนปัจจุบันไม่ถึง 1 หมื่นบาท ซึ่งเราจะรับพิจารณา

ส่วนเรื่อง ระดับรายได้ที่แตกต่างกันมากระหว่างพนักงานไอทีวีเดิม กับลูกจ้างช่อง 11 นั้น รักษาการ ผอ.เอ็นบีที อธิบายว่า เดิมบริษัทผู้ผลิตรายการข่าวของช่อง 11 ก็ไม่ใช่พนักงานไอทีวี แต่เป็นบริษัทที่รับจ้างผลิตข่าวให้ทางช่อง ซึ่งก็มีระดับรายได้ที่แตกต่างจากลูกจ้างช่อง 11 อยู่แล้ว แต่ในเรื่องของอนาคต ก็ไม่มีความแน่นอน เพราะต้องเปลี่ยนไปตามบริษัท และพนักงานไอทีวีก็ได้ฐานเงินเดือนเทียบเท่าบริษัทเดิมเท่านั้น

กล่าวสำหรับ การปรับภาพลักษณ์ช่อง 11 มาเป็น 'NBT' (National Broadcast of Thailand ) ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2551 จากแนวคิดของ จักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ (กำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์) ที่ได้รับการผลักดันจากอดีตนายกฯ สมัคร สุนทรเวช ผู้ให้นโยบายอยากเห็นสื่อที่เป็นกลางในการให้ข้อมูลข่าวสารของรัฐบาลแก่ประชาชน และสามารถแข่งขันกับสถานีโทรทัศน์สาธารณะ (ไทยพีบีเอส) ได้ด้วย

นับตั้งแต่วันนั้น อดีตแกนนำ นปก. อย่าง จักรภพ ไม่ได้ปรับโฉมสถานีเพียงแค่เปลี่ยนโลโก้สถานีเท่านั้น แต่ยังปรับเปลี่ยนรูปแบบรายการอีกด้วย โดยเฉพาะรายการข่าว เพิ่มเวลาจาก 7 ชั่วโมง เป็น 9 ชั่วโมงครึ่งต่อวัน หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 40% ของรายการทั้งหมด

และยังได้ว่าจ้างบริษัทเอกชน อย่าง บริษัท ดิจิตอล มีเดีย โฮลดิ้ง จำกัด ที่มีทีมข่าวจากช่องทีไอทีวี (ถูกยุบ) อาทิ จิรายุ ห่วงทรัพย์, ปนัดดา วงศ์ผู้ดี, สร้อยฟ้า โอสุคนธ์ทิพย์, ตวงพร อัศววิไล, วรวีร์ วูวณิช, จอม เพชรประดับ ฯลฯ ซึ่งก่อให้เกิดข้อครหาความเหลื่อมล้ำเรื่องของรายได้ภายในสถานีขณะนี้

กอปรกับผู้บริหารบริษัท ดิจิตอล มีเดียฯ ยังรู้จักมักคุ้นกับนักการเมืองชื่อดังแห่งแก๊งออฟโฟร์ในรัฐบาลสมัคร ซึ่งเขาถูกมองเป็น 'กุนซือ' ในการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์กรมกร๊วกนั่นเอง

ที่สำคัญ คนในวงการสื่อต่างทราบดีว่า ช่องเอ็นบีทีคือขุมทรัพย์ของกลุ่มการเมืองที่รู้จักกันในนาม 'กลุ่มอีสานใต้'

ทว่า ภายใต้รัฐบาลใหม่ ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่า ใครจะมาดูแลกรมประชาสัมพันธ์ และจะปรับเปลี่ยนสถานีตามข้อเรียกร้องของพนักงานหรือไม่ ซึ่งสะท้อนถึงองคาพยพ 'เอ็นบีที' ว่าจะดำรงอยู่หรือเปลี่ยนแปลง!

แต่คนที่ไปก่อนเวลาอันควร! อย่าง 'จักรภพ' ที่ถูก พ.ต.ท.วัฒนศักดิ์ มุ่งกิจการดี แจ้งความจับเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2551 ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 กรณีจักรภพแถลงข่าวที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (เอฟทีทีซี) เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2550 ระบุว่า เนื้อหาเข้าข่ายหมิ่นเบื้องสูง

ทำให้จักรภพ ถูกกระแสสังคมกดดัน จนต้องลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี แต่วิบากกรรมก็ยังไม่พ้นตัว ช่วงเดือนมิถุนายน 2551 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ระบุว่า มีความผิดจริง และส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการสอบสวนเกี่ยวกับคดีหมิ่นเบื้องสูง ในระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)

ล่าสุด (15 ก.ย.) พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ได้ลงนามสั่งฟ้องตามที่คณะกรรมการพิจารณาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มี พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รอง ผบ.ตร. เป็นประธาน ได้เสนอส่งต่อไปยังอัยการต่อไป

แต่ทนายความของจักรภพ ได้แจ้งมายังพนักงานสอบสวน กองปราบปราม ขอให้มีการสอบสวนพยานเพิ่มเติมอีก 18 ปาก จึงทำให้พนักงานสอบสวนต้องชะลอการส่งสำนวนพร้อมผู้ต้องหาต่ออัยการออกไปก่อน

น่าติดตามกันต่อไปว่า 'ผู้บุกเบิกเอ็นบีที' คนนี้ จะรอดพ้นวิบากกรรมได้หรือไม่?

โดย Nity

 

กลับไปที่ www.oknation.net