วันที่ อังคาร กันยายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บทวิเคราะห์วรรณกรรมเรื่อง “เหยื่อ”...(เรื่องเก่าที่ต้องหยิบมาเล่าใหม่)


        วันนี้ นกเล็ก แม่สีไฟ ต้องขออนุญาตนำงานเก่ามาลงไว้เพื่อเป็นแนวทางการศึกษาวิเคราะห์วรรณกรรม/วิเคราะห์ปัญหาสังคม/ปัญหาอาชญากรรม ให้นักศึกษาได้ใช้งานนะคะ ด้วยว่าหาทรัพยากรบางอย่างค่อนข้างยาก อะไรที่พอจะปัดฝุ่นมาใช้ได้จึงต้องนำมาใช้ และเพื่อความสะดวกในการใช้ประกอบการศึกษาค้นคว้าของนักศึกษาในภาคเรียนใหม่ที่จะถึงในรายวิชาที่เกี่ยวข้อง จึงขอใช้พื้นที่บล็อกเป็นแหล่งศึกษาหนึ่งให้แก่นักศึกษายุคใหม่ค่ะ (รีบลงล่วงหน้าก่อนที่แม่สีไฟจะต้องตรวจข้อสอบนักศึกษาแบบตาตั้งค่ะ)

บทวิเคราะห์วรรณกรรม

เรื่อง "เหยื่อ"

ของ โบตั๋น

โดย วรลักษณ์ จรัญรักษ์

  

บทนำ

วรรณกรรมหรือนวนิยายเรื่อง “เหยื่อ” เป็นบทประพันธ์ของโบตั๋น เนื้อหาของเรื่องสะท้อนปัญหาสังคมเมือง (กรุงเทพ ฯ) ของประเทศไทยเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว (นับจากช่วงที่ทำการวิเคราะห์คือ ปี 2537) และปัญหานั้นยังคงเป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบัน ทั้งสภาพปัญหาทั่วไปและโดยสภาพความล้มเหลวของสถาบันครอบครัวที่ถือว่าเป็นสถาบันพื้นฐานของสังคม มีบทบาทในการหล่อหลอมสมาชิกของสังคมให้เป็นคนดี ทั้งนี้เงื่อนไขแห่งความล้มเหลวนั้น ได้รับผลกระทบมาจากการเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจที่เป็นไปตามกระแสโลก ซึ่งเป็นระบบที่ใช้เงินตราในการแลกเปลี่ยนผลผลิต ระบบเศรษฐกิจดังกล่าวเป็นต้นตอสำคัญทำให้เกิดปัญหาหลายประการ ต่อเนื่องกันเป็นลูกโซ่ดังปัญหาในประเทศที่กำลังพัฒนาเช่นประเทศไทยเรา โดยรวมถึงปัญหาการรับวัฒนธรรมใหม่ ๆ ด้วย

โบตั๋นได้ตั้งคำถามที่ชี้ให้เห็นว่าปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นควรได้รับการแก้ไข เพราะไม่เช่นนั้นจะมีผู้ตกเป็นเหยื่อของยุคสมัยมากขึ้น ไม่ใช่เฉพาะคนในสังคมเมืองเช่นกรุงเทพ ฯ เท่านั้น ยังรวมไปถึงคนในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศด้วย เพราะการติดต่อสื่อสารรวดเร็วและทั่วถึงกันหมด ประการสำคัญ “เหยื่อ” ที่น่าเป็นห่วงก็คือ เยาวชน ที่จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป

ข้าพเจ้าเลือกศึกษาวิเคราะห์นวนิยายเรื่องนี้ เพราะเป็นนวนิยายที่ไม่ได้ให้ความบันเทิงแต่เพียงอย่างเดียว ยังสะท้อนสภาพสังคมและปัญหาสังคม รวมทั้งให้ข้อคิดที่คนในสังคมไทยควรตระหนักด้วย

เรื่องย่อ

“เหยื่อ” เป็นเรื่องของครอบครัวเล็ก ๆ ครอบครัวหนึ่งในกรุงเทพ ฯ ที่แยกออกจากครอบครัวใหญ่คือครอบครัวพ่อแม่ของฝ่ายหญิงมาอยู่แถบชานเมืองของกรุงเทพ ฯ ย่านฝั่งธนบุรี ครอบครัวนี้มีสมาชิก 5 คน ได้แก่ นักรบ กับ ฤทัยรัตน์ สามีภรรยาที่มีลูกชายวัยรุ่น 2 คน คนโตชื่อ เรืองฤทธิ์ อายุ 16 ปี คนเล็กชื่อ รอนราญ อายุ 14 ปี และ สาย ญาติสาววัย 19 ปี ที่มีศักดิ์เป็นน้าของเด็กทั้งสอง นักรบมีอาชีพเป็นพนักงานเก็บเงินของบริษัทขายสีทาบ้าน ต้องออกต่างจังหวัดบ่อย และบางครั้งต้องไปหลาย ๆ วัน ส่วนฤทัยรัตน์เป็นพนักงานขายของอยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง งานของเธอเริ่มสายเลิกค่ำกว่าจะถึงบ้านก็ดึก ทั้งคู่มีเวลาที่จะอยู่กับลูกน้อยมาก หน้าที่ดูแลบ้านดูแลอาหารการกินของลูกตกเป็นของสายทั้งหมด โดยฤทัยรัตน์มีหน้าที่เพียงจ่ายเบี้ยเลี้ยงลูกและค่าใช้จ่ายภายในบ้านไว้ให้สายช่วยจัดการ นักรบเองก็มีหน้าที่หลักในการหาเงินมาผ่อนส่งบ้าน

จากสภาพที่พ่อแม่ต้องดิ้นรนอยู่กับการทำมาหากินจนไม่มีเวลาดูแลเอาใจใส่ลูก ทำให้เรืองฤทธิ์หันหน้าเข้าหาการพนัน รอนราญก็คบเพื่อนนักเลงจนถูกตำรวจจับ ข้อหามั่วสุมกับพวกนักเลง หลังจากที่รอนราญถูกทำทัณฑ์บนและได้รับการปล่อยตัวออกมา นักรบกับฤทัยรัตน์ตัดสินใจเจียดเงินซื้อเครื่องฉายวีดีโอ พยายามหาหนังวีดีโอที่ตนคิดว่าดีมาให้ลูกดู โดยคาดหวังว่าจะทำให้ลูกอยู่ติดบ้านมากขึ้น แต่กลับกลายเป็นว่าเทคโนโลยีนั้นเป็นสื่อก่อให้เกิดปัญหาสลดใจตามมาเมื่อรอนราญยืมวีดีโอเพื่อนนักเลงมาดู ซึ่งมีทั้งหนังตื่นเต้นเร้าใจ หนังโป๊(หนังเริงรัก) หนังที่มีบทฆ่ากันอย่างโหดเหี้ยม หนังเหล่านั้นกระตุ้นให้รอนราญที่มีอารมณ์รุนแรงก้าวร้าวอยู่แล้วสามารถฆ่าแมวตัวเล็ก ๆ ได้อย่างเลือดเย็น กระตุ้นให้เรืองฤทธิ์ที่แม้จะมีความอ่อนโยนกว่ารอนราญแต่เป็นวัยที่กำลังเรียนรู้เรื่องเพศต้องหาทางระบายอารมณ์ของตนเองกับโสเภณีจนติดโรคกลับมา และในที่สุดเมื่อหาทางออกกับใครไม่ได้ก็พยายามปล้ำสาย สายขัดขืน รอนราญเข้าช่วยพี่ชาย แต่เพราะความเลือดร้อนของเขาทำให้เกิดความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง สายถูกรอนราญทุบด้วยกุญแจเลื่อนถูกทัดดอกไม้สิ้นใจทันที สองพี่น้องช่วยอำพรางความจริงโดยเอาศพสายไปถ่วงไว้ก้นบ่อร้างข้างบ้าน และโกหกพ่อแม่ว่าสายหายไป

แต่ในที่สุดเรื่องราวก็ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อสวิงญาติของสายมาทำงานแทนสาย สวิงได้กลิ่นศพเน่าและบังเอิญมีเรื่องทะเลาะกับรอนราญ รอนราญเผลอขู่สวิงว่าจะฆ่าถ่วงบ่อน้ำอีกคน สวิงสงสัยจึงเสี่ยงไปแจ้งความว่าตนพบศพสายในบ่อข้างบ้านของนักรบทั้งที่หล่อนก็ยังไม่เห็นศพด้วยตาตนเองเลย ฝ่ายเรืองฤทธิ์กับรอนราญเกิดความกลัวขึ้นมาว่าความจริงจะถูกเปิดเผย จึงคิดหาทางช่วยกันย้ายศพสายออกจากบ่อมาฝังอำพราง แต่ขณะที่มัวเถียงกันอยู่ตำรวจก็มาถึงบ้านก่อน รอนราญถูกจับในฐานฆ่าคนตาย เรืองฤทธิ์ถูกจับในฐานสมรู้ร่วมคิด เมื่อนักรบและฤทัยรัตน์รู้เรื่องราวก็ไม่สามารถช่วยเหลือลูกได้เลย มีแต่คำถามที่เกิดขึ้นว่า ใครจะแก้ปัญหาสังคมที่เสื่อมโทรมสุดขีดเช่นนี้เท่านั้น

แนวคิดหรือมิติทางสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา

1. แนวคิดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง

การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม

หมายถึงการเปลี่ยนแปลงของแบบแผนพฤติกรรมที่เกิดจากการเรียนรู้ ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของผลผลิตที่เกิดจากการเรียนรู้ เช่น ทัศนคติ ค่านิยม สิ่งของต่าง ๆ ที่คนทำขึ้นและความรู้ที่มีอยู่ร่วมกันในกลุ่มหนึ่ง ๆ และมีการถ่ายทอดไปยังสมาชิกคนอื่น ๆ ในสังคม (งามพิศ, น. 27)

การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมมีความสัมพันธ์กับการติดต่อทางวัฒนธรรม (Acculturation) เพราะการติดต่อทางวัฒนธรรมเป็นปรากฏการณ์ที่กลุ่มคนจากวัฒนธรรมที่ต่างกันมาติดต่อกัน โดยแต่ละกลุ่มอาจมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน มีผลทำให้แบบแผนวัฒนธรรมดั้งเดิมของวัฒนธรรมนั้น ๆ เปลี่ยนแปลงไป

นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมยังมีความเกี่ยวข้องกับความทันสมัย (Modernization) ซึ่งเป็นกระบวนการที่สังคมกำลังพัฒนาหรือด้อยพัฒนาเคลื่อนตัวเข้าสู่ทิศทางของการนำเอาระบบเทคโนโลยี และระบบวัฒนธรรมที่เป็นลักษณะของสังคมอุตสาหกรรมมาใช้ โดยหลักสำคัญของความทันสมัยอยู่ที่การนำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ของเครื่องจักรต่าง ๆ มาใช้ในการผลิตสิ่งของต่าง ๆ (งามพิศ, น. 200-201)

การเปลี่ยนแปลงทางสังคม

หมายถึงการเปลี่ยนแปลงของระเบียบที่กำหนดการกระทำและความสัมพันธ์ของคน การเปลี่ยนแปลงในเรื่องสิทธิและหน้าที่ซึ่งสมาชิกของสังคมมีต่อกัน คือการเปลี่ยนแปลงของบทบาท และสถานภาพของบุคคล (พัทยา, น . 228)

2. ลักษณะของสังคม

สังคมเมือง เป็นที่อยู่ของคนจำนวนมากจากหลายถิ่นฐาน ไม่ได้เป็นญาติสนิทกัน ความสัมพันธ์ของคนส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นทางการตามบทบาทหน้าที่การงาน มีการรับวัฒนธรรมใหม่ ๆ และลักษณะสังคมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา (สรุปความจาก พัทยา, น. 215-216)

3. สถาบันทางสังคม

สถาบันครอบครัว

 เป็นสถาบันพื้นฐานที่บุคคลต้องผ่านตั้งแต่แรกเกิด ประกอบด้วยบุคคลและแบบอย่างการกระทำที่สืบเนื่องจากการสืบพันธุ์ของมนุษย์ ความต้องการที่จะมีคู่สัมพันธ์ที่ยืดเยื้อถาวร และการรักษาความสัมพันธ์ที่เกิดตามมาจากการสืบสายโลหิตร่วมกันโดยกำเนิด กฎเกณฑ์ที่กำหนดการกระทำความประพฤติของสมาชิก คือการเกี่ยวดองในลักษณะของ พ่อแม่กับลูก พี่กับน้อง สามีกับภรรยา ญาติร่วมสายโลหิต ญาติเกี่ยวดอง (พัทยา, น. 150)

สถาบันครอบครัวถือว่ามีบทบาทและอิทธิพลต่อกระบวนการหล่อหลอมเด็ก หรือกระบวนการขัดเกลาทางสังคม (Socialization) เนื่องจากพ่อแม่เป็นผู้ที่มีโอกาสอยู่ใกล้ชิดลูกมากกว่าคนอื่น มีบทบาทในการอบรมสั่งสอนให้เด็กรู้จักภาษา รู้จักระเบียบกฎเกณฑ์ของสังคม รู้จักบทบาททางสังคม และมีระเบียบวินัยในตนเอง เป็นแบบอย่างความประพฤติที่ดี ถือว่าพ่อแม่มีอิทธิพลในการถ่ายทอดวัฒนธรรมทางสังคมแก่เด็ก รวมทั้งมีอิทธิพลต่อพัฒนาการทางอารมณ์ ความคิด และค่านิยมของเด็กด้วย

สถาบันการปกครอง

เป็นบุคคลและกลุ่มที่ทำหน้าที่ควบคุม รักษาระเบียบวิธีการอันเป็นบรรทัดฐานแบบอย่างแน่นอน ที่ยอมรับนับถือตรงกันในสังคม สถาบันนี้จะมีความสัมพันธ์ซับซ้อน อุปกรณ์ วิธีการและบุคคลเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องมากน้อย ก็สุดแต่ขนาดและลักษณะของแต่ละสังคม (พัทยา, น. 153) เช่น ศาล กรมตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นต้น

4. ปัญหาสังคม

หมายถึงเรื่องที่ทำลายระเบียบ ความเรียบร้อยของสังคมที่สมาชิกส่วนใหญ่ในสังคมรู้สึกเดือดร้อนและต้องการแก้ไข เช่น ปัญหาแหล่งเสื่อมโทรม โสเภณี ครอบครัวแตกแยก เยาวชนเกเร และอันธพาล ฯ ล ฯ(พัทยา, น. 251 และ 213)

  

     

บทวิเคราะห์

ผลพวงจากการติดต่อทางวัฒนธรรมของประเทศไทยกับประเทศตะวันตก ทำให้ได้รับอิทธิพลเกี่ยวกับแนวคิด ในเรื่องการพัฒนาประเทศไปสู่ความทันสมัย หรือเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพาต่างประเทศสูง และอาศัยเงินตราในการแลกเปลี่ยนผลผลิต ระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่แบบนี้ได้ส่งผลกระทบต่อสังคมทุกระดับของประเทศ ตั้งแต่ระดับปัจเจกบุคคลขึ้นไป สถาบันรากฐานของสังคม เช่น สถาบันครอบครัวก็ถูกกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ในเรื่อง “เหยื่อ” จะเห็นว่าครอบครัวของนักรบกับฤทัยรัตน์ เป็นตัวอย่างของครอบครัวหนึ่งที่ตกอยู่ในกระแสเศรษฐกิจสมัยใหม่ ทั้งคู่ต่างก็ช่วยกันทำมาหากินไม่มีเวลาอยู่กับลูกมากนัก ฤทัยรัตน์ไม่สามารถแสดงบทบาทของแม่ที่ดีได้ “...หล่อนเพียงแต่ควักเงินจ่ายให้สายไว้ใช้ในบ้านทุกวันจันทร์ เป็นค่าอาหารไฟฟ้า น้ำประปา และจิปาถะอื่น ๆ ลูกชายสองคนนั้น หล่อนก็จ่ายเบี้ยเลี้ยงให้ทุกเช้าวันจันทร์เหมือนกัน” (น. 9) ทั้งนักรบและฤทัยรัตน์มัวแต่ทำงานหาเงิน จึงไม่รู้ว่าในช่วงปิดภาคเรียนลูกชายสองคนอยู่บ้านทำอะไรกันบ้าง จนกระทั่งรอนราญ ลูกชายคนเล็กถูกตำรวจจับข้อหามั่วสุมกับพวกนักเลง ทั้งคู่จึงทราบว่า ขณะที่ตนไปทำงานนั้น ลูกชายคนโตก็ออกไปเล่นการพนันกับคนในซอย ลูกคนเล็กก็คบเพื่อนนักเลงประจำซอย ก็น่าจะให้มีปัญหาเกิดขึ้นเพราะเป็นดังที่นักรบพูดว่า “ ตั้งแต่มาอยู่ซอยนี้สิบกว่าปีแล้ว เคยเห็นตำรวจเรอะ...” (น. 11) ที่เขาพูดเช่นนี้เนื่องจาก ตั้งแต่แยกครอบครัวจากบ้านบิดาของภรรยามาอยู่ฝั่งธนบุรี เขา “ยังไม่เคยเห็นตำรวจเข้ามาตรวจตราในซอยเลยสักครั้งเดียว...นอกจากจะมีคดีใหญ่ ๆ เกิดขึ้นนาน ๆ ครั้ง” (น. 11) และจากการที่ครอบครัวเขาแยกออกมาจากครอบครัวตายายของลูก ทำให้ไม่มีคนช่วยดูแลสั่งสอนลูก ต้องพึ่งพาสายซึ่งมีอายุไม่ห่างจากลูกชายของเขามากนัก และไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมของลูกเขาได้ นั่นเพราะทัศนคติที่พ่อแม่รุ่นใหม่ต้องการมีครอบครัวเดี่ยวที่อิสระจากครอบครัวดั้งเดิม ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่ส่งผลให้ปู่ย่าตายาย ซึ่งเคยมีบทบาทช่วยอบรมสั่งสอนลูกหลานลดบทบาทลง ครอบครัวเดี่ยวจึงมักประสบปัญหาการดูแลลูก เมื่อเกิดปัญหาขึ้นกับลูก พ่อแม่มักมีข้ออ้างเสมอว่า “.....เลี้ยงเด็กสมัยนี้มันง่ายนักหรือ เด็กผู้หญิงก็กลัวเขาฉุดไปข่มขืน เด็กผู้ชายก็กลัวจะเสียคน ติดยา เป็นนักเลง หรือไปฉุดคนอื่นเขา เกิดเรื่องก็ว่าพ่อแม่ไม่ดูแล ก็เราต้องทำมาหากินนี่...” (น. 19)

              

เมื่อมีข้ออ้างว่าไม่มีเวลา ต้องทำมาหากินเช่นนี้ นั่นแสดงว่าบทบาทที่พ่อแม่ควรกระทำต่อลูก เช่น การดูแลอบรมสั่งสอนอย่างใกล้ชิดได้เปลี่ยนไป พ่อแม่สมัยใหม่มักคิดว่าการแสดงความรักโดยการสร้างฐานะครอบครัว มีเงินให้ลูกใช้ มีอุปกรณ์เครื่องอำนวยความสะดวก มีโทรทัศน์ วีดีโอให้ลูกดูเป็นการเลี้ยงลูกให้อยู่ดีกินดี ความเข้าใจว่าวัตถุจะสามารถสนองความต้องการของคนได้หมดเช่นนี้ ถือว่าผิดพลาดอย่างหนัก เพราะสิ่งสำคัญที่จะทำให้คนเติบโตโดยสมบูรณ์ก็คือ การได้รับการสนองตอบทางด้านจิตใจด้วย ครอบครัวของนักรบ เป็นตัวอย่างได้ดีในเรื่องการเลี้ยงลูกโดยอาศัยเครื่องอีเลคทรอนิคส์ โดยคิดว่าจะช่วยดึงลูกให้พ้นจากการคบเพื่อนฝูงที่ไม่ดีและการพนันได้ แต่เพราะความไม่เคยใกล้ชิดลูกจริง ๆ ไม่เข้าใจว่าลูกต้องการอะไร จึงเกิดการสนองตอบที่ไม่ถูกต้อง นักรบกับฤทัยรัตน์พยายามเจียดเงินซื้อเครื่องฉายวีดีโอและพยายามหาหนังวีดีโอที่คิดว่าดีในความคิดของตนมาให้ลูกดู แต่ลูกไม่สนใจ รู้สึกเบื่อหน่าย การมีเครื่องฉายวีดีโอกลายเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกรับสิ่งที่ไม่ดี เพราะบังเอิญรอนราญลูกชายมีเพื่อนเป็นนักเลง ได้ถูกสอนให้รู้จักดูหนังโป๊หรือ “หนังที่พวกผู้หญิงไม่ดูแต่พวกผู้หญิงเล่น...” (น. 40) กับหนังประเภทตื่นเต้นเร้าใจ ฆ่ากันอย่างทารุณโหดเหี้ยม

                                         

สื่อดังกล่าว “มันแพร่หลายอยู่เต็มกรุงเทพ ฯ และคงกระจายไปสู่ต่างจังหวัด แพร่ไปทั่วประเทศ...หยิบฉวยมาได้โดยง่ายดายราวกับถือตลับเทปเพลงลูกทุ่งสายัณห์ สัญญา มาจากแผงขายเทปริมถนน...” (น. 97) สื่อพวกนี้ล้วนมีอิทธิพลต่ออารมณ์ ความรู้สึกนึกคิดของเด็กทั้งสิ้น เพราะเด็กมีโอกาสเรียนรู้สิ่งแปลกใหม่จากหนัง และหากเด็กไม่สามารถแยกแยะว่าพฤติกรรมใดดีชั่ว หรือควรกระทำหรือไม่ อาจเกิดการเลียนแบบได้ง่าย เช่น “ท่าเดินคอเอียง เป่าปาก เสื้อผ้าพิลึกพิลั่น ทรงผมยาวแบบโสโครก การแยกเขี้ยวหัวเราะยั่วสาว ท่าลามกพิสดาร...”(น. 68) และหนังประเภทเริงรักก็มักสื่อออกมาแจ่มชัด “บางเรื่องไม่มีพากษ์ไทย แต่ก็ดูรู้เรื่องด้วยท่าทาง เพราะบทเจรจาเป็นเรื่องรองลงมา พฤติการณ์บนเตียงเป็นเรื่องหลัก... (น. 96) สื่อเหล่านี้มีให้เลือกมาก “มีทั้งหนังจากยุโรปชาติต่าง ๆ เยอรมัน ฝรั่งเศส สแกนดิเนเวีย หนังโป๊จากประเทศใกล้เคียงก็มี เช่น ญี่ปุ่น ฮ่องกง” (น. 96) หนังโป๊และหนังที่แสดงความรุนแรง นับเป็นตัวกระตุ้นอารมณ์ชั้นดี ให้เด็กเกิดพฤติกรรมในทางที่สังคมไม่พึงปรารถนา ดังในเรื่อง “เหยื่อ” เมื่อดูหนังเริงรักที่แสดงภาพแจ่มชัด  “เรืองฤทธิ์กำลังหนุ่ม เจ้าหนังวีดีโอ....นั้น ทำให้เขานอนไม่หลับ ทรมานดิ้นฟาดหัวฟาดหางอยู่หลายคืน จนต้องคิดการช่วยเหลือตัวเอง” (น. 56) ส่วน “รอนราญ นั้นยังเด็ก ไม่ค่อยเข้าใจนัก ธรรมชาติบอกให้เขารู้ แม้จะช้ากว่าพี่ชาย เจ้าความรู้สึกเดียวกันนั้นค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น....” (น. 44) ผลอีกแง่หนึ่งของหนังวีดีโอต่อรอนราญคือ หนังตื่นเต้นแบบเร้าใจแบบฆ่ากันเลือดพล่านเต็มจอ กระตุ้นให้เขามีความก้าวร้าวรุนแรงยิ่งขึ้น เขาเลียนแบบการฆ่าในหนัง โดยฆ่าแมวตัวเล็ก ๆ ได้อย่างเลือดเย็น และเมื่อการคิดช่วยตนเองของเรืองฤทธิ์ คือ การปลุกปล้ำสายเพื่อระบายความใคร่ รอนราญที่แสดงบทช่วยเหลือพี่ชายถูกอาการขัดขืนของสาย ยั่วยุให้เขาโมโห และพลาดพลั้งฆ่าสายตายโดยไม่ได้ตั้งใจ

นอกจากปัญหาดังกล่าวแล้ว ปัญหาอื่น ๆ เช่น การมั่วสุมเล่นการพนันก็เช่นกัน เมื่อตำรวจทำหน้าที่เข้าจับกุมนักเล่นพนัน แต่ภาพของตำรวจในสายตาชาวบ้านยังคงเป็นดังที่ประคองเจ้าของบ่อนพูดว่า “นาน ๆ เข้าก็หยุดฟิตไปเองแหละวะ บ้านเรามันไกล ตำรวจที่ไหนมันจะออกมาตรวจบ่อย ๆ ยิ่งน้ำท่วมหายห่วงไปเลย อยากลุยน้ำเมื่อไหร่เล้า” (น. 55นั่นคือ ถ้าเจ้าหน้าที่ดูแลไม่ทั่วถึงและควบคุมไม่เอาจริงเอาจังเช่นนี้ ปัญหาก็ยังคงมีอยู่ เพราะมีช่องว่างว่า เมื่อจับก็หยุด เลิกจับก็ตั้งวงเล่นกันต่อไปได้

ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น หากทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ระดับสูง รวมทั้งผู้ออกกฎระเบียบหรือกฎหมายควบคุมไม่เล็งเห็นและตระหนัก พร้อมทั้งหาทางแก้ไขปรับปรุงให้ทันการณ์ และกระทำตามกฎระเบียบอย่างจริงจังแล้ว เหยื่อของยุคสมัยโดยเฉพาะเด็กก็คงมีมากขึ้นและเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่สร้างปัญหาในสังคมต่อไป

 

ประเด็นปัญหาสังคมจากเรื่อง “เหยื่อ”

1. ปัญหาสิ่งแวดล้อม

สังคมเมืองเป็นที่รวมของคนจากหลายที่หลายถิ่น หลายอาชีพ มีทั้งคนดีและคนไม่ดี มีปัญหาการขาดความร่วมมือในการช่วยรักษาความสะอาดของสิ่งแวดล้อม เช่น ปล่อยให้ขยะเน่าเหม็น การจัดการเกี่ยวกับระบบระบายน้ำไม่สามารถทำได้ดีในพื้นที่ที่เป็นที่ลุ่ม เช่น ฝั่งธนบุรี เป็นอุปสรรคยามฝนตกน้ำท่วม โรงเรียนก็ต้องปิด เด็กไม่มีที่ไป ถ้าหากพ่อแม่ไม่เอาใจใส่ด้วยก็อาจหาทางออกในทางที่ผิดได้ ในสังคมเมืองยังมีมิจฉาชีพ มีโสเภณี เด็กซึ่งมีความอ่อนไหวง่ายและถูกหล่อหลอมด้วยสิ่งแวดล้อมเช่นนี้ ก็ยากที่จะให้เขาเรียนรู้สังคม โดยรู้จักแยกแยะสิ่งดีหรือชั่วด้วยตนเอง และเป็นการยากอีกเช่นกันที่จะให้เขาเติบโตเป็นคนดีได้

2. ปัญหาครอบครัว

ภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป บีบรัดให้พ่อแม่สมัยใหม่ให้ความสำคัญในการทำมาหากินมากกว่าการเอาใจใส่ อบรมสั่งสอนลูก ต้องอาศัยเครื่องอีเลคทรอนิคส์หรือคนใช้ดูแลลูกแทน พ่อ แม่ ลูก มีกิจกรรมแยกกัน บทบาทที่พ่อแม่ควรกระทำต่อลูกแต่ไม่ได้กระทำเช่นนี้ ทำให้เกิดปัญหาครอบครัวขึ้น และครอบครัวที่อยู่ในสังคมเมืองก็มีแนวโน้มของการเกิดปัญหานี้มาก ซึ่งแน่นอนว่าถ้าครอบครัวลักษณะนี้มีมากราย ก็จะกลายเป็นปัญหาสังคม

3. ปัญหาการรับวัฒนธรรมใหม่ ๆ

ลักษณะการรับวัฒนธรรมใหม่ ๆ โดยไม่มีการกลั่นกรองเฉพาะสิ่งดี ๆ มีผลกระทบต่อพฤติกรรม อารมณ์ ความคิด ค่านิยม ของคนในสังคม และก่อให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา และบางครั้งการรับวัฒนธรรมใหม่ ๆ ก็เป็นการเพิ่มพูนค่านิยม หรือทัศนคติที่ควรแก้ไข เช่น การรับสื่อลามกจากต่างประเทศ ส่งเสริมการตีค่าผู้หญิงให้เป็นเพียงเครื่องระบายอารมณ์ทางเพศของผู้ชาย กลายเป็นการปลูกฝังค่านิยม การกดขี่ทางเพศ เป็นสาเหตุให้มีการก่ออาชญากรรมทางเพศมากขึ้น

4. ปัญหาการควบคุมระเบียบของสังคม

ในสังคมที่เป็นที่รวมของปัญหาต่าง ๆ หลากหลาย เช่น กรุงเทพ ฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่รักษาความสงบ ไม่สามารถดูแลอย่างทั่วถึงหรือตรวจตราไม่สม่ำเสมอ เป็นช่องว่างให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหายาเสพติด การมั่วสุมเล่นการพนัน อาชญากรรมทางเพศ รวมทั้งการที่กฎหมายบางอย่างซึ่งควรได้รับการแก้ไขปรับปรุง แต่ยังไม่มีการดำเนินการ เช่น กฎหมายควบคุมสื่อกระตุ้นอารมณ์ประเภทสื่อลามก หรือหนังวีดีโอที่แสดงถึงความรุนแรง บางครั้งแม้ผู้รักษากฎหมายจะเห็นกับตา แต่เมื่อกฎหมายไม่เปิดโอกาสให้จับกุมผู้กระทำผิด เพราะมีช่องว่างว่าอยู่ในที่รโหฐานหรือไม่ได้รับการแจ้งความ ลักษณะดังนี้ถือว่ากฎระเบียบเองเป็นอุปสรรคสำคัญในการควบคุมระเบียบของสังคม

      

บทสรุปและข้อเสนอแนะ

ปัญหาสังคมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเป็นผลสืบเนื่องมาจากการรับเอาแนวคิดการพัฒนาประเทศที่เน้นการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ อีกนัยหนึ่งคือ เน้นการพัฒนาวัตถุมากกว่าการพัฒนาสังคมและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ในฐานะที่รัฐบาลเป็นผู้นำการพัฒนา หรือนำการเปลี่ยนแปลงที่มีอิทธิพลสูง รัฐควรมีการวางแผนการแก้ปัญหาทั้งในระยะยาวและปัญหาเฉพาะหน้า และต่อไปหากรัฐยังยึดเอาการพัฒนาประเทศโดยใช้แผนพัฒนา รัฐควรให้ความสำคัญต่อการพัฒนาสังคม ทั้งในแง่สถาบันสังคมและบุคคลมากขึ้น และในลักษณะที่เท่าเทียมกับการให้ความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยมีความชัดเจนในเป้าหมาย เทคนิควิธีการปฏิบัติที่เป็นไปได้จริง วางอยู่บนพื้นฐานของโครงสร้างหรือปัญหาแท้จริงของสังคมไทย นั่นหมายถึงว่ารัฐจะต้องให้ความสำคัญต่อกระบวนการศึกษาข้อเท็จจริงและให้การส่งเสริมหรือสนับสนุนองค์กร หน่วยงานต่าง ๆ ที่มีเป้าหมายของการกระทำเพื่อสร้างสรรค์สังคม และมีศักยภาพในทางปฏิบัติที่ดีกว่าระบบรัฐ รวมทั้งรัฐควรมีความรอบคอบในการวางแผนป้องกันผลกระทบของการพัฒนาที่จะเกิดตามมาด้วย โดยการปรับระเบียบการควบคุมทางสังคม เช่น กฎหมาย ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ทั้งต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบนั้นอย่างจริงจังด้วย

ถ้าหากรัฐบาลซึ่งนับเป็นสถาบันการปกครองที่มีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรม ไม่สามารถทำหน้าที่โดยใช้วิจารณญาณที่ดีพอ หน่วยสังคมหรือสถาบันสังคมอื่น ๆ ย่อมได้รับผลกระทบไปด้วย โดยเฉพาะสถาบันครอบครัวที่เป็นหน่วยสังคมขนาดเล็กแต่เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาทุกด้าน ถูกกระทบทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม เช่น ครอบครัวของนักรบกับฤทัยรัตน์ในเรื่อง “เหยื่อ” เช่นนี้ เราจะภูมิใจที่จะเรียกสังคมของประเทศไทยว่าเป็น “สังคมของประเทศพัฒนาแล้ว” หรือ?

บรรณานุกรม

โบตั๋นเหยื่อ”. กรุงเทพ ฯ : กิมง้วนการพิมพ์, 2527.

งามพิศ สัตย์สงวน. หลักมานุษยวิทยา. กรุงเทพ ฯ : โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2534.

พัทยา สายหู. กลไกของสังคม. กรุงเทพ ฯ : โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2524.

...

ภาพประกอบ :

http://news.sanook.com/crime/crime_267797.php (ภาพข่าวเดลินิวส์)

http://news.sanook.com/world/world_269671.php (ภาพข่าวมติชน)

http://news.sanook.com/crime/crime_269482.php (ภาพข่าวมติชน)

ttp://news.sanook.com/crime/crime_269287.php (ภาพข่าวไทยรัฐ)

http://campus.sanook.com/teen_zone/senior_03544.php (ภาพข่าวเดลินิวส์)

http://news.sanook.com/crime/crime_265927.php (ภาพ ข่าวสด)

http://news.sanook.com/crime/crime_265505.php (ภาพข่าวสด)

http://news.sanook.com/crime/crime_269335.php (ภาพข่าวคม ชัด ลึก)

http://news.sanook.com/crime/crime_258379.php (ภาพข่าว คม ชัด ลึก)

http://news.sanook.com/crime/crime_269543.php (ภาพข่าวคม ชัด ลึก)

..

หมายเหตุ1

บทวิเคราะห์วรรณกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาวิชา

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสังคมวิทยาการพัฒนา

ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2537

สาขาวิชาสังคมวิทยาการพัฒนา ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา

บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น

(ปรับปรุงเพียงเพิ่มภาพประกอบ)

..

หมายเหตุ 2

งานวิเคราะห์วรรณกรรมนี้ไม่ได้ถือว่าเป็นผลงานที่ดีที่สุด เป็นเพียงงานที่ใช้เป็นแนวทางในการศึกษา

วิเคราะห์วรรณกรรม/ปัญหาสังคม/ปัญหาอาชญากรรม เท่านั้น

""

ขอบคุณบทเพลงไพเราะจากกล่องเพลง  ijigg.com


โดย แม่สีไฟ

 

กลับไปที่ www.oknation.net