วันที่ พฤหัสบดี กันยายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ดูบุญชู ดูตัวเอง


ต้องยอมรับว่าได้รับอรรถรสไม่ค่อยเต็มอิ่มเท่าไหร่นัก จากการดูหนังสไตล์เก่าๆ ที่มีวิธีการเล่าเชยๆ ได้แสนน่ารัก อย่าง “บุญชู ไอเลิฟสระอู” เพราะแม้หนังจะสนุกสนานผสานความฮาไปตลอดทั้งเรื่อง แต่ความซื่อบริสุทธิ์ของตัวละคร กับความรักความห่วงใยที่เกิดขึ้นอย่างง่ายๆ ระหว่างเพื่อนกับเพื่อน หรือระหว่างศัตรูกับคู่ปรับนั้น กลับทำให้รู้สึกตะขิดตะขวงใจอย่างไรพิกล ด้วยรู้สึกว่า เรื่องราวเหล่านี้ไม่มีทางเป็นไปได้ในชีวิตจริงหรอก ใครที่ไหนมันจะเป็นคนดีได้ขนาดนั้น หนังเรื่องนี้จึงถูกฉันวิพากษ์เอาเงียบๆ ในใจคนเดียวไปตลอดทั้งเรื่องว่า มันช่างไม่มีความสมจริงเอาเสียเลย

เรื่องแบบนี้มีที่ไหน?

หรือจริงๆ แล้วมันมี เพียงแต่ว่าเราเกิดมาไม่เคยเห็นหรือเปล่า คำถามนี้ถึงผุดขึ้นมาในใจ แล้วยิ่งตัวเองก็ไม่เชื่อว่าจะสามารถเป็นคนคิดดีกับคนอื่นแบบนั้นได้ ก็เลยเหมารวมไปว่าใครๆก็คงทำไม่ได้เหมือนกัน ถึงได้สรุปออกมาว่า มันไม่สมจริงเอาเสียเลย

คงเป็นเพราะสิ่งที่เราเห็นในตัวผู้อื่น มันมักจะสะท้อนสิ่งที่จิตใจเราเป็นอยู่เสมอ เราเห็นแต่สิ่งที่เราคาดหวังว่าจะได้เห็น เพราะฉะนั้น ตัวเราเป็นอย่างไร เราก็จะสแกนเห็นแต่สิ่งที่เราเป็นในตัวผู้อื่น เราจะไปคาดหวัง หรือเชื่อในสิ่งที่เราไม่เคยรู้ว่ามันมีจริงได้อย่างไร

แต่แม้ว่าไม่ใช่ทุกความเชื่อ จะพัฒนาต่อกลายเป็นความจริงได้ แต่ทุกๆ สิ่งที่พิสูจน์ได้ว่าจริง ล้วนมีต้นกำเนิดมาจากความเชื่อทั้งนั้น ความดีงาม ความรัก ความเอื้ออาทรจะเป็นจริงได้อย่างไร ถ้าหากเราไม่เชื่อว่ามันมีจริง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเราไม่แม้แต่จะคิดว่าตัวเราจะทำ เอาเข้าจริง สิ่งที่ไม่เคยเห็น ไม่ใช่มันจะไม่มี แต่เพราะเราต่างหากที่ไม่คิดว่ามันมี เราจึงไม่เคยมอง

สิ่งที่เกิดขึ้นในใจของแต่ละคนที่ได้ดูหนังเชยๆ ซื่อๆ เรื่องนี้ อาจจะเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้พอประมาณว่า เรามีความเชื่อในความดีงามของมนุษย์มากเท่าไหร่ และสังคมมนุษย์กำลังดำเนินไปในเส้นทางอย่างไร

บนเส้นทางที่ผู้คนหันหน้าเข้าช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
หรือ เส้นทางที่ทำให้เราตั้งคำถามกับตัวเองว่า
เรื่องแบบนี้มีที่ไหน?



เสี้ยวตะวัน พระจันทร์ข้างฝา -- เรื่อง

โดย เสี้ยว

 

กลับไปที่ www.oknation.net